กระบี่หิมะพิฆาตเซียน กับนางพญาผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 23

ปมปริศนาแดนเซียน

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
คราบโลหิตบนศิลาจารึกมหาบรรพกาลมิใช่ร่องรอยของการต่อสู้ หากแต่เป็นอักษรเลือดที่ถูกเขียนขึ้นด้วยเจตจำนงสุดท้ายอันบิดเบี้ยว กลิ่นอายอัปมงคลคละคลุ้งปะปนมากับสายลมปราณที่แปรปรวน ณ เขตแดนต้องห้าม “สุสานกระบี่เก้าสวรรค์” สถานที่ซึ่งถูกลืมเลือนไปจากบันทึกประวัติศาสตร์นับแสนปี หลี่มู่เฉินยืนนิ่งสงบ ร่างกายสูงโปร่งกำยำในชุดคลุมสีดำสนิทราวกับกลืนหายไปกับความมืดมิดเบื้องหน้า ปลายกระบี่ไร้ลักษณ์ในมือสั่นระริกเบาๆ คล้ายกำลังหวาดกลัว หรือบางที... อาจกำลังตื่นเต้นเร้าใจต่อความจริงอันดำมืดที่กำลังจะถูกกระชากหน้ากากออก “เจ้ารู้สึกได้เช่นกันใช่หรือไม่... มู่เฉิน” เสียงหวานกังวานราวกับหิมะโปรยปรายท่ามกลางเหมันต์ฤดูเอ่ยขึ้นเบาๆ เซียนจื่อเหมย นางพญาแห่งหุบเขาเยือกแข็งก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้าง ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ตัดกับบรรยากาศอันโสมمของสถานที่ แววตาคู่คมกริบดุจกระบี่น้ำแข็งจับจ้องไปยังรอยจารึกบนผนังถ้ำศิลา นางมิใช่สตรีอ่อนแอที่ต้องพึ่งพาพำนักผู้ใด ทว่าในยามนี้ มีเพียงหลี่มู่เฉินเท่านั้นที่ยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่นางเผชิญหน้ากับเงาดำมืดของตระกูลเซียนที่นางแบกรับมาตลอดชีวิต หลี่มู่เฉินไม่ตอบคำทันที ดวงตาคมปลาบกวาดมองอักขระโบราณที่สลักลึกลงไปในเนื้อหิน ปราณกระบี่ในตันtianของเขาหมุนวนอย่างดุเดือดราวกับคลั่งไคล้กระแสโลหิต ยิ่งอ่านความหมายของอักษรเลือดเหล่านั้นมากเท่าใด ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวเกี่ยวกับการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของบรรพบุรุษเซียนเมื่อหมื่นปีก่อนก็ยิ่งกระจ่างชัดขึ้นทีละน้อย “มิใช่เพราะบรรลุวิถีแล้วเหินสู่แดนสวรรค์ชั้นฟ้าอย่างที่คนรุ่นหลังเล่าลือกัน...” หลี่มู่เฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งท้าทายกฎเกณฑ์ “หากแต่เป็นการ ‘ถูกสังเวย’... เพื่อต่ออายุขัยให้อภิมหาค่ายกลดูดกลืนวิญญาณที่ถูกชักใยโดยผู้ที่เรียกตนเองว่า ‘เซียนผู้สูงส่ง’ ต่างหาก” คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจ เซียนจื่อเหมยสะท้านเฮือก ร่างบางเซถอยหลังไปครึ่งก้าว ความเย็นชาที่เคยเคลือบคลุมแววตามานานนับร้อยปีบัดนี้แตกสลายราวกับแผ่นน้ำแข็งบางๆ ที่ถูกค้อนทุบ มือเรียวบางกำเข้าหากันแน่นจนปลายนิ้วซีดเผือด นางเติบโตมาด้วยความเชื่อมั่นว่าบรรพบุรุษตระกูลเซียนเสียสละตนเองเพื่อปกป้องโลกมนุษย์ ทว่าความจริงที่ปรากฏตรงหน้ากลับเหยียบย่ำความศรัทธานั้นจนไม่เหลือชิ้นดี “ตระกูลเซียน... บรรพบุรุษของข้า... เป็นเพียงเครื่องสังเวยอย่างนั้นหรือ?” เสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจนหินรอบด้านเกาะตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลน อัคคีจิตวิญญาณแห่งเซียนในร่างของนางแผดเผาร่ำร้องด้วยความโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด “อย่าได้ดูถูกความเจ็บปวดของตนเอง จื่อเหมย” หลี่มู่เฉินเอื้อมมือไปกุมมือเรียวที่เย็นเฉียบของนางไว้แน่น ไออุ่นจากฝ่ามือของชายหนุ่มถ่ายทอดความมั่นคงและดุดันผ่านผิวสัมผัส เป็นสัมผัสเดียวในยุทธภพที่นางยอมรับและโหยหา “ในเมื่อสวรรค์เล่นตลกและสร้างความอยุติธรรมเช่นนี้ เช่นนั้นพวกเราก็จะใช้กระบี่ในมือ... ผ่าสวรรค์เปิดทางให้รู้ดำรู้แดงกันไปข้างหนึ่ง!” คำประกาศกร้าวที่เต็มไปด้วยความทะนงตนทำให้บรรยากาศภายในถ้ำสั่นสะเทือน ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุดนั้นเอง แผ่นศิลาจารึกเบื้องหน้าก็พลันเปล่งแสงสีแดงฉานบาดตา อักขระเลือดทุกตัวหลุดลอยขึ้นจากผนัง กลายเป็นโครงกระดูกโปร่งแสงนับพันร่างที่ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนดังก้องสะท้านโสตประสาท พื้นดินใต้เท้าสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ เงาร่างสีดำมหึมาปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าตรงใจกลางถ้ำ พร้อมกับแรงกดดันระดับมหาเทพที่กดทับลงมาจนลมหายใจติดขัด แรงกดดันนี้ไม่ใช่ระดับมนุษย์บำเพ็ญเพียรทั่วไป แต่มันคือเจตจำนงจากห้วงมิติที่สูงส่งกว่า—เจตจำนงแห่งทัณฑ์สวรรค์ที่ล่วงรู้ว่าความลับถูกเปิดเผย! “บังอาจนัก มนุษย์ตัวจ้อยกล้าอาจหาญถึงเพียงนี้เชียวหรือ...” เสียงก้องกังวานดุจเสียงคำรามของมังกรฟ้าดังสะท้อนมาจากความมืดมิดเบื้องบน พร้อมกับร่างของเงาดำที่ก้าวออกมาจากม่านหมอกโลหิต แววตาสีทองคู่ใหญ่ที่มองลงมาเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามและจิตสังหารอันไร้ที่สิ้นสุด เซียนจื่อเหมยสะบัดมือเรียกกระบี่เยือกแข็งคู่วิญญาณออกมา ประกายแสงสีฟ้าครามแผ่พุ่งสะท้อนกับแสงสีเลือดอย่างดุเดือด นางก้าวขึ้นไปยืนเคียงบ่าเคียงไหล่หลี่มู่เฉินโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด ความผูกพันอันลึกซึ้งและจิตวิญญาณที่หลอมรวมเป็นหนึ่งทำให้พลังของทั้งสองผสานเข้าหากันอย่างสมบูรณ์แบบ ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์และอัคคีเหมันต์พวยพุ่งทะยานเสียดฟ้า ทลายแรงกดดันรอบตัวจนแตกละเอียดในพริบตา หลี่มู่เฉินค่อยๆ ชักกระบี่ออกจากฝักอย่างช้าๆ เสียงโลหิตกระทบฝักกระบี่ก้องกังวานบาดลึกดุจเสียงเพลงมรณะ แววตาของเขาเย่อหยิ่งและเย็นชาไร้ความเกรงกลัวต่อเทพยดาหน้าไหนทั้งสิ้น “ฟ้าดินยังต้องก้มหัวให้วิถีกระบี่ของข้า แล้วเจ้าเป็นตัวอะไร ถึงบังอาจมาขวางทางพวกเรา!” ทว่า ก่อนที่คมกระบี่แรกจะทันได้วัดรอยตัดกับเงาดำปริศนา ประตูมิติเบื้องหลังพวกเขากลับเปิดออกพร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่คุ้นเคยอย่างยิ่ง—เสียงของบุคคลที่ควรจะดับสูญไปเมื่อร้อยปีก่อน ดังแทรกขึ้นมาจากความมืดมิด... “หลานรัก... เจ้าคิดว่าความลับนี้ถูกเปิดเผยโดยบังเอิญอย่างนั้นรึ?” ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่ผ่านห้วงกระบี่และโลหิตนี้ไปพร้อมกับชิงเสวี่ยเหมันต์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะพิฆาตเซียน กับนางพญาผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%