รอยย่นบนหางตาของชายชราผู้นั้นลึกราวกับร่องรอยแห่งกาลเวลาที่ผ่านการกลืนไม่เข้าคายไม่ออกมานับแรมปี เซี่ยหว่านหนิงพลอยกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก ในขณะที่กู้เหยียนอวี่ซึ่งยืนอยู่ข้างกายพลับเปลี่ยนท่าทีอย่างแนบเนียน ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าขยับเข้ามาบังแผ่นหลังบอบบางของนางไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ สายตาคมกริบราวกับใบมีดหันไปจับจ้องผู้มาเยือนทันที
"เฒ่าหลิว ท่านมาทำอะไรที่นี่ในยามวิกาลเช่นนี้?" น้ำเสียงของแม่ทัพหนุ่มกดต่ำลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ ทว่าทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือกขึ้นมาถนัดตา
ชายชรานามเฒ่าหลิวหัวเราะแห้งๆ ในลำคอ ดวงตาฝ้าฟางกวาดมองไปทั่วร้านสมุนไพรที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายฉุนกานพลูและโสมคน ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ถ้วยกระเบื้องเคลือบสีหยกบนโต๊ะทำงานของเซี่ยหว่านหนิง กลิ่นยาจางๆ ลอยกรุ่นขึ้นมาเตะจมูก ชายชราสูดหายใจเข้าลึกราวกับกำลังค้นหาความทรงจำบางอย่างที่ฝังกลบไว้ใต้กองเถ้าถ่าน
"ข้าแค่วิ่งตามกลิ่นยาที่คุ้นเคยมา... แม่นางเซี่ย ฝีมือการเคี่ยวรากปักกิ่งของเจ้า ช่างถอดแบบมาจากอาจารย์ผู้ล่วงลับของเจ้าไม่ผิดเพี้ยนเลยแม้แต่น้อย" เฒ่าหลิวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ทว่าทุกคำกลับหนักหน่วงราวนำ้ถ่วง
เซี่ยหว่านหนิงขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นรูปชัดเจน นางแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตคู่สวยไหวระริกด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเประหว่างความโกรธเกรี้ยวและความเจ็บปวดที่ถูกขุดคุ้ย "อาจารย์ของข้าตายไปตั้งแต่สิบปีก่อนแล้ว เฒ่าหลิว... หรือว่าความจำของท่านจะเลอะเลือนไปตามสังขาร จนจำไม่ได้ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนผลักไสพวกเราให้ไปตายที่ชายแดนตอนเหนือ!"
บรรยากาศในร้านพลันดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็ง กู้เหยียนอวี่หันขวับมามองสตรีตรงหน้าทันที สายตาคู่คมฉายแววประหลาดใจระคนเห็นอกเห็นใจอย่างปิดไม่มิด เขาไม่เคยรู้เลยว่าภายใต้หน้ากากความปากเกร็งและท่าทีเย่อหยิ่งราวกับแมวป่าตัวพยศ นางจะต้องแบกรับอดีตที่โสมมและเน่าเฟะขนาดนี้ไว้คนเดียว
"เรื่องมันผ่านมานานแล้ว คุณหนูเซี่ย..." เฒ่าหลิวถอนหายใจยาวเหยียด "อำนาจในราชสำนักเป็นเช่นนี้ ใครจะรู้ว่าวันนี้ท่านแม่ทัพกู้ผู้อนุรักษ์คุณธรรม จะยอมยื่นมือเข้ามาปกป้องทายาทของตระกูลหมอหลวงที่ถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏเล่า?"
"หุบปากของท่านเสีย!" กู้เหยียนอวี่ตวาดกร้าว นัยน์ตาคมดุจเหยี่ยววาวโรจน์ด้วยโทสะ มือหนาเอื้อมไปควบกุมข้อมือเรียวของเซี่ยหว่านหนิงไว้โดยอัตโนมัติ เพื่อถ่ายTโอนความอบอุ่นและย้ำเตือนว่านางไม่ได้เผชิญหน้ากับเรื่องนี้เพียงลำพัง "ที่นี่คือเขตรับผิดชอบของข้า ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาขุดคุ้ยเรื่องในอดีตเพื่อสร้างความวุ่นวายทั้งนั้น!"
เซี่ยหว่านหนิงสะบัดข้อมือออกจากการกุมมือของเขาเบาๆ แม้นางจะใจเต้นแรงกับความอบอุ่นที่อีกฝ่ายมอบให้โดยไม่คาดคิด แต่นางก็ยังคงไว้ซึ่งความถือดี นางเชิดหน้าขึ้น หยิบจอกยาที่เพิ่งปรุงเสร็จขึ้นมาถือไว้ด้วยปลายนิ้วที่มั่นคง รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากสวย
"ท่านแม่ทัพไม่ต้องเดือดร้อนแทนข้าหรอกเจ้าค่ะ..." นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดลึก "ในเมื่อเฒ่าหลิวอุตส่าห์มาถึงที่นี่ทั้งที และดูเหมือนจะสนใจส่วนผสมในจอกยานี้เป็นพิเศษ... ข้าก็ควรจะแสดงความคารวะต่อ 'แขกผู้สูงศักดิ์' ด้วยการให้ท่านได้ลองลิ้มชิมรสยาสูตรพิเศษที่ข้าเพิ่งคิดค้นขึ้นเสียหน่อยดีหรือไม่?"
ว่าแล้ว เซี่ยหว่านหนิงก็ยื่นจอกกระเบื้องสีหยกไปตรงหน้าชายชรา กลิ่นของสมุนไพรในจอกเปลี่ยนเป็นกลิ่นหอมหวานอมเปรี้ยวประหลาด ทว่ากลับทำให้ผู้มีประสบการณ์อย่างเฒ่าหลิวถึงกับหน้าถอดสีทันทีที่ได้กลิ่นชัดเจน
"นี่มัน... ยาอะไรกัน?" เฒ่าหลิวถอยหลังกรูดไปหนึ่งก้าว ใบหน้าเหี่ยวย่นซีดเผือดราวกับกระดาษสา เหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นเต็มขมับ
"ยาถอนพิษ... หรือยาปลิดชีพกันแน่นะ?" กู้เหยียนอวี่หรี่ตามองจอกยาในมือหญิงสาวสลับกับใบหน้าหวาดผัวะของเฒ่าหลิว มุมปากหนากระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกสนุก แม้สถานการณ์จะตึงเครียดเพียงใด แต่เขากลับอดไม่ได้ที่จะชื่นชมความแสบสันของสตรีผู้นี้ นางไม่เคยตกเป็นฝ่ายตั้งรับอยู่ฝ่ายเดียวจริงๆ สมกับเป็นเซี่ยหว่านหนิงที่เขาลอบถอนหายใจให้ทุกค่ำคืน
"วางใจเถอะเจ้าค่ะ มันไม่ใช่ยาพิษที่จะทำให้ท่านตายทันทีหรอก..." เซี่ยหว่านหนิงก้าวเข้าไปใกล้เฒ่าหลิวทีละก้าว ดวงตาดั่งกวางสาวพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ "แต่มันคือยาสมานแผลใจ ที่จะทำให้คนที่เคยทำเรื่องชั่วช้าไว้... ต้องฝันร้ายเห็นภาพคนตายไปตลอดชีวิตต่างหากเล่า ท่านกล้าลองดื่มมันไหมล่ะ?"
เฒ่าหลิวตัวสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่ มือที่เหี่ยวย่นยกขึ้นปัดจอกยาในมือของนางทิ้งอย่างลนลาน เพล้ง! จอกกระเบื้องเคลือบแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ของเหลวสีม่วงเข้มไหลนองพื้นส่งกลิ่นฉุนกานพลุคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
"เจ้า... นังเด็กปีศาจ!" เฒ่าหลิวชี้หน้าด่าด้วยความโกรธจัด ก่อนจะรีบหันหลังวิ่งหนีหายไปในความมืดของตรอกแคบอย่างไร้ร่องรอย
ความเงียบสงบกลับมาเยือนร้านสมุนไพรอีกครั้ง เซี่ยหว่านหนิงมองเศษซากจอกยาบนพื้นด้วยแววตาว่างเปล่า ความมั่นใจเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความเหนื่อยล้าที่กัดกินหัวใจ นางทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้เก่าๆ อย่างหมดแรง
กู้เหยียนอวี่ทอดถอนใจยาว เขาเดินเข้ามาใกล้ คุกเข่าลงข้างหนึ่งเพื่อให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับนาง นิ้วเรียวหนาเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียนของนางออกอย่างอ่อนโยน โดยไม่มีคำพูดถากถางใดๆ เล็ดลอดออกมาจากปากของแม่ทัพผู้เย่อหยิ่งผู้นี้อีก
"เจ้าทำเกินไปหน่อยนะ หว่านหนิง... ปล่อยให้เขากลัวจนหัวหดแบบนั้น เดี๋ยวเขาก็ไปฟ้ององค์ชายสามหรอก" เขากระซิบเสียงนุ่ม ทว่าแฝงความห่วงใยที่ล้นปรอท
เซี่ยหว่านหนิงเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ใกล้เสียจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน นางเม้มริมฝีปาก กำลังจะอ้าปากเถียงกลับตามนิสัยเดิม ทว่าจู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นที่หน้าร้าน พร้อมกับแสงคบเพลิงที่สว่างวาบจนแสบตา
ประตูไม้ของร้านถูกถีบพังโครมลงมาอย่างแรง!
ร่างขององครักษ์ชุดเกราะสีดำนับสิบกรูเข้ามาล้อมรอบพวกเขาทั้งคู่ไว้ในพริบตา และร่างสูงสง่าในอาภรณ์หรูหราของบุคคลที่นางไม่อยากเจอที่สุดในเวลานี้ ก็ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก
"ดูท่าทาง... ข้าจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทของท่านแม่ทัพกับหมอหญิงคนเก่งเข้าสินะ?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความปากแข็งของท่านแม่ทัพด้วยกันนะคะ!
ท่านแม่ทัพปากแข็งกับนักปรุงยาที่ชอบเถียง•ตอนที่ 3
จอกยาที่แฝงไปด้วยนัย
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพปากแข็งกับนักปรุงยาที่ชอบเถียง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!