"ข้าบอกว่า 'ไม่' เพคะ ท่านแม่ทัพกู้"
สุ้มเสียงของเซี่ยหว่านหนิงไม่ได้ดังสะท้าน แต่กลับหนักแน่นจนราวกับมีค้อนเหล็กตอกลงกลางใจของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าคุมกำลังพลแสนนาย กู้เหยียนอวี่หยุดฝีเท้าที่กำลังจะก้าวเข้าประชิดตัว ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะประดับลายพยัคฆ์ชะงักค้าง แววตาคมกริบดั่งใบมีดหันขวับมามองสตรีที่นั่งไขว่ห้างอยู่เบื้องหน้า นางไม่มีแม้กระทั่งท่าทีหวาดกลัว ปลายเรียวลิ้นดุนกระพุ้งแก้มเบาๆ อย่างนึกสนุก ขณะที่ปลายนิ้วเรียวงามยังคงคีบเข็มเงินจุ่มลงในสมุนไพรสีเขียวมรกตบนโต๊ะยาวอย่างใจเย็น
กลิ่นอายความกดดันแผ่ซ่านไปทั่วตำหนักรับรอง กู้เหยียนอวี่ขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวนางในสามก้าว บังคับให้เงาของบุรุษร่างสูงทาบทับร่างบอบบางจนแทบมิด โน้มใบหน้าคมคายลงไปกระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำพร่าที่เต็มไปด้วยไอสังหาร
"เซี่ยหว่านหนิง เจ้าอย่าได้ลองดีกับคำสั่งเบื้องบน กองทัพพยัคฆ์อัคคีต้องการสมุนไพรฟื้นฟูพลังปราณล็อตนี้ภายในสามวัน หากเจ้าปฏิเสธการปรุงยา หัวบนบ่าของเจ้าคงอยู่ได้อีกไม่นาน"
หว่านหนิงเงยหน้าขึ้น ปะทะสายตากับดวงตาคมปลาบที่จ้องเขม็งมา นางไม่ได้ถอยร่น กลับยืดอกขึ้นเล็กน้อยจนหน้าอกแทบจะชนกับแผงอกแกร่งที่หุ้มด้วยเกราะเหล็ก รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากบางเฉียบ
"หัวบนบ่าของข้า จะอยู่หรือไป ไม่ใช่เรื่องที่แม่ทัพผู้เย็นชาเช่นท่านต้องมาพะวงหรอกค่ะท่านแม่ทัพ..." นางจงใจลากเสียงยาวอย่างเย้ายวน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงเฉียบคมบาดลึก "แต่อาการบาดเจ็บที่แผ่นหลังของท่านต่างหาก... หากไม่มีสมุนไพรสูตรเฉพาะของข้า เกรงว่าอีกไม่ถึงเจ็ดวัน ท่านคงกระอักเลือดตายคาค่ายทหารจนต้องนอนโลงกลับเมืองหลวงอย่างน่าอนาถแน่ๆ"
คำพูดของนางทิ่มแทงเข้าจุดตายของกู้เหยียนอวี่อย่างแม่นยำ อาการบาดเจ็บจากการลอบสังหารของสายลับองค์ชายสามเมื่อเดือนก่อนเป็นความลับสุดยอด มีเพียงเขากับหมอหลวงไม่กี่คนเท่านั้นที่ล่วงรู้ แต่นางกลับมองปราดเดียวก็วินิจฉัยได้อย่างแม่นยำราวกับตาเห็น
ดวงตาคมกริบของแม่ทัพหนุ่มหรี่แคบลงอย่างอันตราย มือหนาเอื้อมไปบีบปลายคางมนของนางอย่างรวดเร็ว บังคับให้หว่านหนิงต้องเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสที่ทั้งคุกคามและร้อนรุ่ม ผิวแก้มนวลขึ้นสีแดงจางๆ จากแรงบีบ แม้จะเจ็บแต่นางกลับไม่มีทีท่าจะยอมจำนน ดวงตากลมโตจ้องตอบเขาด้วยประกายไฟแห่งความทิฐิที่ลุกโชน
"ปากเก่งนักนะ เซี่ยหว่านหนิง..." กู้เหยียนอวี่เค้นเสียงลอดไรฟัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มของนาง ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงแค่คืบ จนได้ยินเสียงหัวใจเต้นรำพัน "เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าสังหารคนรั้นอย่างเจ้าทิ้งหรือไง"
"ถ้าท่านกล้าฆ่าข้า ป่านนี้ท่านคงลงมือไปแล้ว ไม่มายืนทำหน้าถมึงทึงขู่กรรโชกข้าอยู่ตรงนี้หรอกค่ะ" หว่านหนิงแค่นหัวเราะในลำคอ นางเอื้อมมือเรียวไปแตะที่ข้อมือหนาที่บีบคางตนเองอยู่ ออกแรงบีบเบาๆ จุดชีพจรจนแม่ทัพหนุ่มต้องชะงัก "ปล่อยมือได้แล้วค่ะท่านแม่ทัพ การกระทำป่าเถื่อนไร้ชั้นเชิงเช่นนี้ ไม่สมกับเป็นแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่แห่งแคว้นเลยสักนิด"
กู้เหยียนอวี่ขบกรามแน่นยิ่งขึ้น เขายอมปล่อยมือจากคางนางอย่างไม่เต็มใจนัก ปลายนิ้วยังคงหลงเหลือสัมผัสเนียนนุ่มของผิวเนื้อนางจนน่าหงุดหงิด แม่ทัพหนุ่มสะบัดหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนแววตาไหววูบที่เผลอไผลไปชั่วขณะ ก่อนจะหันกลับมาใช้น้ำเสียงดุดันกลบเกลื่อนความพ่ายแพ้ในยกนี้
"เหตุใดเจ้าจึงดึงดันไม่ยอมรับคำสั่ง มีเงื่อนไขอะไรอีก หนี้สินการพนันของบิดาเจ้า หรือหอโอสถทางเหนือที่ถูกปิดกั้น ข้าสามารถเคลียร์ให้เจ้าได้ทั้งหมดภายในคืนเดียว แค่เจ้าพยักหน้ายอมปรุงยานั้น"
หว่านหนิงแค่นยิ้มหยัน ดวงตาคู่สวยฉายแววเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความแข็งกระด้างอย่างรวดเร็วจนแทบจับสังเกตไม่ได้ นางหันหลังกลับไปหยิบตำรับยาบนโต๊ะ แล้วโยนใส่แผงอกแกร่งของเขาอย่างไม่ไยดี
"ท่านเข้าใจผิดแล้ว ท่านแม่ทัพกู้... คนอย่างเซี่ยหว่านหนิง ต่อให้เอาเงินทองมากองท่วมหัว หรือเอาอำนาจมาขู่ฆ่า หากข้าไม่อยากทำ ต่อให้เป็นราชโองการจากฮ่องเต้ ข้าก็ยังกล้าปฏิเสธ นับประสาอะไรกับคำสั่งงี่เง่าของแม่ทัพปากแข็งเช่นท่านกันเล่า" นางหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง น้ำเสียงราบเรียบทว่าทรงพลัง "เหตุผลที่ข้าไม่ยอมปรุงยาขวดนั้น ก็เพราะว่า... วัตถุดิบหลักถูกคนของท่านขโมยไปขายในตลาดมืดหมดแล้วอย่างไรล่ะคะ!"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในห้องก็ดิ่งวูบลงสู่ความเงียบงัน กู้เหยียนอวี่ชะงักค้าง ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจระคนสงสัย ก่อนที่รังสีอำมหิตจะแผ่ออกมาจากร่างของเขาอีกครั้ง
"เจ้าว่าอย่างไรนะ? ใครเป็นคนขโมย..."
ยังไม่ทันที่แม่ทัพหนุ่มจะเอ่ยถามจบ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสีย์ก็ดังขึ้นกะทันหันจากด้านนอก พร้อมกับเสียงถีบประตูไม้แกะสลักพังกระเด็นเข้ามาอย่างไร้ความเกรงใจ!
ปัง!
"ท่านแม่ทัพกู้! แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! กองกำลังลับขององค์ชายสามบุกเข้ามาล้อมตำหนักรับรองไว้หมดแล้ว พระองค์เสด็จมาด้วยพระองค์เองพ่ะย่ะค่ะ!"
ทหารสนองพระ o-องวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงแทบเท้า กู้เหยียนอวี่หันขวับไปมองนอกประตูทันที ร่างสูงสง่าในอาภรณ์หรูหราปักลายมังกรทองของบุรุษผู้หนึ่งกำลังก้าวเข้ามาท่ามกลางแสงจันทร์ยามค่ำคืน รอยยิ้มเย็นเยียบและแววตาเจ้าเล่ห์ประดับอยู่บนใบหน้าขององค์ชายสาม ผู้ที่กุมความลับทั้งหมดของคดีสมุนไพรทมิฬไว้ในกำมือ!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกและใจฟูไปกับความปากแข็งของท่านแม่ทัพด้วยกันนะคะ!
ท่านแม่ทัพปากแข็งกับนักปรุงยาที่ชอบเถียง•ตอนที่ 4
คำสั่งที่ไม่ยอมทำตาม
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพปากแข็งกับนักปรุงยาที่ชอบเถียง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!