กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุด ไม่ได้ทำให้ความร้อนรุ่มภายในอกของคินน์ลดลงแม้แต่น้อย
เศษซากแก้วไวน์ราคาแพงที่แตกกระจายเกลื่อนพื้นพรมราคาหลักล้าน ยังคงนอนสงบนิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับเป็นเครื่องเตือนใจถึงช่วงเวลาที่อารมณ์หลุดการควบคุม เมื่อร่างสูงโปร่งของมาเฟียหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร กลับต้องมานั่งนิ่งอยู่บนโซฟาหนังแท้ตัวโปรดในสภาพที่ไร้ซึ่งวิญญาณ
ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยประกายความดุดันและอำนาจ บัดนี้กลับเหม่อมองไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้า โต๊ะทำงานตัวใหญ่ไร้ซึ่งเอกสารสำคัญ มีเพียงร่องรอยของความเงียบงันที่กัดกินหัวใจทีละน้อย คินน์ในยามนี้ไม่ใช่เสือร้ายแห่งโลกมืดอีกต่อไป เขาเป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังจมปลักอยู่กับความเสียใจอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
ไม่มีเสียงบ่นกระorกระปอดกระแปดยามเช้า ไม่มีรอยยิ้มหยันที่มักจะจุดขึ้นบนมุมปากของเด็กหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร และไม่มี... "ความดื้อรั้น" ที่เขาเคยนึกรำคาญใจในยามที่อีกฝ่ายดื้อแพ่งใส่
โลกที่ไม่มีรอยยิ้มกวนประสาทของริน มันช่างกว้างใหญ่และอ้างว้างเสียจนน่ากลัว
คินน์ยกมือขึ้นลูบใบหน้าของตัวเองช้าๆ ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงไรหนวดที่เริ่มขึ้นรกครึ้มเพราะความไม่ใส่ใจดูแลตัวเองมาหลายวัน เสื้อเชิ้ตสีดำตัวเก่งหลุดลุ่ยไม่เป็นทรง กระดุมเม็ดบนถูกปลดออกอย่างไร้ระเบียบ เผยให้เห็นแผงอกกว้างที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจอันหนักหน่วง
ทุกมุมห้องในเพนต์เฮาส์แห่งนี้มีเงาของรินทับซ้อนอยู่...
ตรงโซฟาตัวนั้น รินเคยนั่งกอดอกเถียงเขากลับด้วยคำพูดแสบสันต์
ตรงเคาน์เตอร์บาร์นั่น รินเคยยืนทำหน้ามุ่ยยามที่ถูกบังคับให้ดื่มนมอุ่นๆ
และบนพื้นพรมตรงนี้... จุดที่เคยมีร่างบางพยายามขขัดขืนและประกาศกร้าวว่าไม่มีวันยอมสยบให้เด็ดขาด
"นายมันคนเผด็จการ คินน์... นายคิดว่าซื้อทุกอย่างได้ด้วยเงินหรือไง!"
เสียงก้องสะท้อนในความทรงจำทำเอาคินน์ต้องหลับตาลงแน่น มือหนากำเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดโปーン ความเจ็บปวดรukร้าวแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่อก เมื่อตระหนักได้ว่า ต่อให้เขามีอำนาจล้นฟ้า มีเงินทองมากมายมหาศาลขนาดไหน เขาก็ไม่สามารถซื้อเวลากลับมาแก้ไขความผิดพลาดในคืนนั้นได้อีกแล้ว
"ริน..."
เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผาก มันเป็นชื่อที่เขาเอ่ยเรียกซ้ำๆ ในความเงงียบงัน ราวกับคนเสียสติ ความเย่อหยิ่งทระนงตนที่เคยมีถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี เมื่อความจริงกระแทกเข้าใส่หน้าอย่างจัง—เขาเป็นคนผลักไสคนที่เขารักที่สุดให้เดินออกไปจากชีวิตด้วยมือของตัวเอง
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ แต่กลับทรงพลังพอที่จะดึงคินน์ออกจากห้วงภวังค์อันดำมืด
มาเฟียหนุ่มไม่ได้ขยับตัว เขายังคงนั่งนิ่งอยู่ในท่าเดิม ราวกับรูปปั้นหินที่ไร้ความรู้สึก ภายนอกอาจดูเยือกเย็นและดุดัน แต่ภายในกลับพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า
"ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าเพิ่งรบกวน!" คินน์ตวาดกร้าวออกไปโดยไม่แม้แต่จะหันไปมอง เสียงของเขาแหบแห้งและเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดที่เจือความร้าวราน
ทว่า ประตูบานใหญ่กลับค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ จากด้านนอก...
แสงสว่างจากโถงทางเดินสาด 000 เข้ามาภายในห้องที่มืดมิด ตัดกับเงาร่างของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงธรณีประตู
คินน์ขบกรามแน่นด้วยความหงุดหงิดที่คำสั่งของตนถูกเมิน เขากำลังจะเงยหน้าขึ้นไปไล่ตะردให้พ้นทาง แต่แล้ว... ลมหายใจของเขาก็ต้องสะดุดกึกเมื่อกลิ่นประจำตัวคุ้นเคยลอยมาแตะจมูก พร้อมกับน้ำเสียงกวนประสาทที่ไม่ได้ยินมานานแสนนาน
"หูหนวกหรือไง ถึงบอกว่าอย่าเพิ่งรบกวน... แต่ถ้าไม่เข้ามาตอนนี้ นายคงอดตายคาโซฟาเน่าๆ นี่ไปซะก่อนล่ะมั้ง คินน์"
คินน์เบิกตากว้าง ร่างกายที่เคยไร้เรี่ยวแรงพลันแข็งค้างราวกับถูกสายฟ้าฟาด ความเงียบงันถูกฉีกกระชากด้วยสุ้มเสียงที่เขาโหยหายิ่งกว่าสิ่งใดในโลก
ดวงตาคมกริบกวาดมองร่างโปร่งที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตู สีหน้ายังคงความดื้อรั้นและริมฝีปากที่เบะออกเล็กน้อยอย่างหมั่นไส้เหมือนวันวาน รินไม่ได้จากไปไหนไกล... และเขากำลังยืนอยู่ตรงหน้าของเขาในเวลานี้
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอารมณ์อันเข้มข้นนี้ไปกับผมนะครับ
ดีลลับฉบับหมาโบ้ (The Contractual Pet)•ตอนที่ 30
โลกที่ไร้คนดื้อ
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับหมาโบ้ (The Contractual Pet) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!