“ถ้าคุณคิดว่าการปรากฏตัวต่อหน้าผมในสภาพนี้จะทำให้ผมใจอ่อนล่ะก็ บอกไว้ตรงนี้เลยนะคินน์… คุณกำลังประเมินค่าความรู้สึกของผมต่ำเกินไป”
เสียงของรินนิ่งสนิท ทว่าทุกพยางค์ที่เปล่งออกมากลับแหลมคมดุจใบมีดที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในห้องโถงกว้างขวาง รินในวันนี้ไม่ใช่เด็กหนุ่มผู้หวาดหวั่นที่เคยจดจ้องจะหนีออกจากกรงทองของคินน์อีกต่อไป แววตาของเขาเยือกเย็นราวกับพื้นน้ำในฤดูหนาวที่ไร้ซึ่งเงาสะท้อนของความอาทร
คินน์ชะงักฝีเท้าที่กำลังก้าวเข้าหา ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบสั่นไหวเพียงชั่ววูบ มือหนาที่เคยใช้ฉุดกระชากหรือโอบกอดอีกฝ่ายไว้อย่างถือสิทธิ์กลับกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขามองรินที่ยืนกอดอกพิงผนังด้วยท่าทีผ่อนคลายเกินเหตุ ใบหน้าที่เคยอวบอิ่มด้วยความสมบูรณ์ถูกแทนที่ด้วยโครงหน้าที่คมชัดและดวงตาที่กร้านโลกขึ้นอย่างน่าใจหาย
“สภาพนี้เหรอ?” คินน์เค้นเสียงหัวเราะในลำคอ ทว่าในแววตามาเฟียหนุ่มกลับฉายชัดถึงความร้าวราน “สภาพที่นายเลือกจะหันหลังให้ผมไปซบไหล่คนอื่นน่ะเหรอที่นายเรียกว่าความภูมิใจ?”
“นั่นก็ดีกว่าต้องอยู่กับคนที่มองผมเป็นแค่ ‘สัตว์เลี้ยง’ ที่จะขังไว้ตอนไหนก็ได้ไม่ใช่เหรอครับ?” รินย้อนกลับทันควัน สายตาคมกริบกวาดมองคินน์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเวทนา “คุณเสียเวลาเปล่านะคินน์ กลับไปเถอะ ก่อนที่ผมจะแจ้งรปภ.ให้ลากคุณออกไป”
คินน์ไม่ได้ถอยหนี เขากลับก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อโปรดของเขาที่ยังคงติดจมูกรินทำให้นัยน์ตาของคนตัวเล็กสั่นไหวยามที่คินน์โน้มตัวลงมา กลิ่นอายของอำนาจและการกดขี่ที่คุ้นเคยพุ่งเข้าปะทะผัสสะอย่างรุนแรง
“สัตว์เลี้ยงเหรอ?” คินน์กระซิบชิดใบหู เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามสะกดกลั้น “นายคิดว่าคนอย่างผมจะยอมปล่อยของที่ ‘รัก’ ไปง่ายๆ อย่างนั้นจริงหรือริน… ต่อให้โลกทั้งใบจะหมุนเปลี่ยน แต่นายต้องจำไว้ว่ารอยตราที่ผมตีลงบนตัวนาย มันไม่มีวันจางหายไปไหน”
มือหนาเลื่อนขึ้นไปแตะที่ลำคอของรินเบาๆ ก่อนจะบีบกระชับแน่นขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่เพื่อทำร้าย แต่เพื่อตอกย้ำถึงความเป็นเจ้าของที่ฝังรากลึก รินไม่ได้ขัดขืน เขาเพียงแค่เงยหน้าสบตากับคนตรงหน้าด้วยรอยยิ้มหยันที่มุมปาก
“ความรักที่เปื้อนคราบเลือดและหยดน้ำตาแบบคุณน่ะเหรอครับ?” รินแค่นยิ้ม “มันหมดอายุตั้งแต่วินาทีที่คุณเลือกคนอื่นมาแทนที่ตำแหน่งข้างกายผมแล้วคินน์”
คินน์ชะงักไป คำพูดของรินดั่งสายฟ้าที่ฟาดลงกลางใจ ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนแทบขาดใจ เสียงฝีเท้าหนักๆ จากฝั่งระเบียงห้องโถงก็ดังแทรกเข้ามาเสียก่อน คินน์หันขวับไปมองด้วยแววตาดุดันราวกับพญาอินทรีที่ถูกรบกวนถิ่นอาณาเขต
บุคคลที่ก้าวเข้ามาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น 'เรย์' ศัตรูคู่อาฆาตที่หายหน้าไปนาน ในมือของเขามีแฟ้มเอกสารบางอย่างที่ดูเหมือนจะเป็นชนวนสำคัญของความล่มสลายครั้งใหญ่
“ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะความสัมพันธ์อันร้าวฉานของพวกคุณสินะ” เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวนพลางเหลือบมองคินน์ด้วยความสะใจ “แต่ต้องขอโทษด้วยนะคินน์ สิ่งที่ผมถืออยู่ในมือนี่… มันสำคัญกว่าเรื่องเล่นขายของของพวกคุณเยอะ”
รินเบนสายตาไปมองเอกสารในมือเรย์ ก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้าคินน์ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าที่น่ากลัวกว่าเดิม
“เอาล่ะคินน์” รินขยับตัวออกห่างจากวงล้อมของชายหนุ่มทั้งสอง “ในเมื่อเรื่องของวันนี้มันจบลงแล้ว ก็ช่วยกรุณาพาตัวเองออกจากชีวิตผมไปเสียที เพราะสิ่งที่ผมกำลังจะได้รับรู้ในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า มันจะทำให้คุณไม่มีที่ยืนในฐานะ ‘ผู้ชาย’ ที่ผมเคยรู้จักอีกต่อไป”
คินน์รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลที่คืบคลานเข้ามา หัวใจมาเฟียผู้ไร้เทียมทานเริ่มเต้นผิดจังหวะเมื่อเห็นรินรับแฟ้มนั้นมาด้วยมือที่มั่นคง รินเปิดแฟ้มออกช้าๆ สายตาไล่อ่านข้อความข้างในอย่างตั้งใจ ทว่าเมื่ออ่านจบ… ใบหน้าที่เคยนิ่งเฉยกลับซีดเผือดจนไร้สีเลือด
รินเงยหน้าขึ้นมองคินน์ด้วยสายตาที่แตกสลายยิ่งกว่าเดิม
“นี่คือสิ่งที่นายพยายามปกปิดผมมาตลอดสินะ… คินน์?”
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอารมณ์อันเข้มข้นนี้ไปกับผมนะครับ
ดีลลับฉบับหมาโบ้ (The Contractual Pet)•ตอนที่ 31
การเผชิญหน้าในวันที่สายเกินไป
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับหมาโบ้ (The Contractual Pet) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!