"นายครับ! แย่แล้วครับ... คุณอาคมบุกเข้ามาที่บริษัทแล้วครับ!"
เสียงตะโกนของลูกน้องหน้าห้องยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ทว่าในวินาทีนี้ รินกลับไม่ได้ใส่ใจความวุ่นวายเบื้องล่างที่กำลังลุกเป็นไฟแม้แต่น้อย เบื้องหน้าของเขามีสิ่งอื่นที่ดึงดูดสัญชาตญาณการเอาตัวรอดเสียยิ่งกว่า—ร่างสูงใหญ่ของคินน์ที่ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นพรมราคาแพงทันทีที่บานประตูปิดสนิท
คราบความเย็นชาและท่าทีเย่อหยิ่งราวกับพญาอินทรีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงชายหนุ่มผู้หนึ่งที่กำลังหอบหายใจรวยริน เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคายที่บัดนี้ซีดเซียวจนแทบไร้สีเลือด ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคมกริบที่เคยใช้กดดันคนอื่นให้หมอบราบคาบแก้ว ปิดสนิทลงด้วยความทรมาน
"นี่... เล่นละครอะไรอีกเนี่ยคุณ" รินก้าวเข้าไปใกล้ด้วยความระแวง เขาย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วสะกิดไหล่กว้างที่สั่นเทาเล็กน้อย ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับไม่ใช่คำด่าทอหรือรอยยิ้มเยาะกวนประสาทอย่างเคย มีเพียงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดฝ่ามือและอุณหภูมิร่างกายที่สูงจนน่าตกใจ "เฮ้... คินน์? คุณ!"
ปลายนิ้วเรียวแตะเข้าที่หน้าผากสอบโดยไม่รู้ตัว และต้องชักมือกลับแทบไม่ทันเพราะความร้อนระดับเตาไฟ คินน์กำลังไข้ขึ้นสูงเฉียบพลัน—ผลลัพธ์จากการหักโหมงานหนักติดต่อกันสามวันสามคืนโดยไม่หลับไม่นอนเพื่อจัดการกับปัญหาที่อาคมทิ้งไว้ บวกกับความเครียดสะสมที่ระเบิดออกในยามที่ภูมิคุ้มกันพังทลายลง
ให้ตายสิ... นี่มันเวลาซวยอะไรกันวะเนี่ย!
ภายนอกตึก อาคม เสือเฒ่าเขี้ยวลากดินกำลังอาละวาดพยายามพังด่านการรักษาความปลอดภัยขึ้นมาเพื่อยึดอำนาจเบ็ดเสร็จ ส่วนภายในห้องทำงานส่วนตัว ประมุขแห่งอาณาจักรธุรกิจกลับนอนหมดสภาพ เป็นไข้จนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อยู่แทบเท้าของเขา
รินกัดฟันกรอด สมองทำงานด้วยความเร็วสูง ทางเลือกแรกคือปล่อยให้มันนอนตรงนี้แล้ววิ่งหนีเอาตัวรอด ทว่าภาพดวงตาที่มักจะมองเขาด้วยความหงุดหงิดแต่แฝงความหวงแหนคู่นั้นกลับผุดขึ้นมาในหัว... ถ้าเขาหนีไปตอนนี้ คินน์อาจจะช็อกตายก่อนที่ศัตรูตัวฉกาจจะทันได้ก้าวขึ้นมาเหยียบบนชั้นนี้เสียด้วยซ้ำ
"เวรเอ๊ย! ผมนี่มันเกิดมาใช้เวรใช้กรรมชัดๆ"
รินบ่นพึมพำอย่างหัวเสีย แต่สองมือกลับเกี่ยวแขนแกร่งพาดขึ้นบ่าของตนเอง ออกแรงฮึดดึงร่างที่หนักอึ้งกว่าเกือบเท่าตัวให้ลุกขึ้น ทุลักทุเลจนเกือบจะล้มกลิ้งไปด้วยกันทั้งคู่ จนกระทั่งพาอีกฝ่ายมาถึงโซฟาหนังยาวมุมห้องได้สำเร็จ
คินน์ทิ้งน้ำหนักตัวลงนอนราบ สีหน้าของมาเฟียหนุ่มบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน มือหนายังคงกำชายเสื้อของตัวเองแน่นราวกับพยายามควบคุมสติที่หลุดลอย รินกวาดสายตาหาอุปกรณ์ปฐมพยาบาลในห้องทำงานหรูหรานี้ ก่อนจะพบกล่องยาฉุกเฉินในตู้บิ้วท์อิน รีบหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กและกะละมังใบย่อมเข้าไปในห้องน้ำ เปิดน้ำอุ่นผสมน้ำเย็นอย่างรวดเร็ว
เมื่อกลับออกมา รินก็พบว่าคินน์เริ่มส่งเสียงครางฮือในลำคอด้วยพิษไข้ ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งดั่งหินผากลับสั่นเทิ้มด้วยความหนาวเย็น
เด็กหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียด นั่งลงที่ขอบโซฟา บิดผ้าขนหนูจนหมาด แล้วเริ่มบรรจงเช็ดตามกรอบหน้าคมคาย ซอกคอหนา และลาดไหล่กว้างที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ สัมผัสแรกที่ปลายนิ้วแตะโดนผิวหนังของอีกฝ่ายทำให้นิ่งงั้นไปชั่วขณะ—ผิวของคินน์ร้อนจัดจนลวกมือ กล้ามเนื้อแน่นตึงภายใต้ร่มผ้าขยับไหวตามจังหวะการหายใจที่กระชั้นชิด
ในยามนี้ คินน์ดูไร้พิษสง... ไม่เหลือคราบเสือร้ายที่คอยขู่คำรามใส่เขาตลอดเวลา มีเพียงชายหนุ่มคนหนึ่งที่อ่อนแอและต้องการที่พึ่งพิง
"อืม..." คินน์ครางต่ำในลำคอ ดวงตาคมที่ปรือขึ้นมองพร่าเลือนเต็มที มือใหญ่ที่เคยคว้าจับข้อมือเขาไว้ด้วยความรุนแรง บัดนี้กลับคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของรินโดยสัญชาตญาณ แรงบิดแม้จะไม่เท่าเวลาปกติ แต่ก็เพียงพอที่จะดึงให้รินเสียหลัก
พรวด!
ร่างโปร่งเซถลาลงไปทาบทับบนตัวของคนป่วยอย่างไม่ทันตั้งตัว หน้าอกของรินแนบชิดเข้ากับแผงอกกว้างที่ร้อนระอุราวกับเตาไฟ ลมหายใจร้อนผ่าวปะทะเข้าที่ต้นคอจนขนลุกชัน กลิ่นกายเฉพาะตัวที่เจือด้วยกลิ่นบุหรี่จางๆ และน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นอายความร้อนของไข้ หลอมรวมกันจนเกิดเป็นบรรยากาศที่ชวนให้สติกระเจิง
"ปล่อยนะคุณ..." รินพยายามดันไหล่กว้างออก ทว่าคินน์กลับยิ่งกระชับวงแขนที่แข็งแกร่งราวกับคีมเหล็กเข้าโอบรอบเอวสอบของเขาไว้แน่น ฝังใบหน้าคมที่ร้อนจัดลงกับซอกคอของรินอย่างไร้เรี่ยวแรง ทว่าแนบแน่น
"หนาว..." เสียงทุ้มแหบพร่าเอמהเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผาก ลมหายใจที่เป่ารดผิวเนื้อทำให้รินสะท้านเฮือกไปทั้งร่าง "อย่าไป... ริน"
หัวใจของเด็กหนุ่มกระตุกวูบ จังหวะการเต้นของมันดังโครมครามจนกลกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน คำพูดเอาแต่ใจที่หลุดออกมาในยามที่เจ้าตัวไร้สติ มันทรงพลังเสียยิ่งกว่าคำสั่งใดๆ ที่คินน์เคยใช้เสียอีก รินนิ่งค้างไปชั่วขณะ ปลายจมูกของเขากลิ่นอายความเป็นอันตรายยังคงวนเวียนอยู่รอบตัว ทว่าความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและร้อนแรงกว่ากำลังก่อตัวขึ้นในความเงียบงันของห้องทำงาน
ภายนอกประตู เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงโวยวายของอาคมเริ่มดังใกล้เข้ามาทุกที... สถานการณ์ด้านนอกกำลังจะระเบิดเป็นจุล แต่ภายในวงแขนที่กัก The Contractual Pet เอาไว้นี้ เวลาโลกิกลับหยุดหมุนลงเสียดื้อๆ
รินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นิ้วเรียวที่ลังเลอยู่ชั่วครู่ค่อยๆ ยกขึ้นสัมผัสเส้นผมสีดำสนิทที่ชื้นเหงื่อของคนตรงหน้าอย่างแผ่วเบา เป็นการยอมจำนนต่อความรู้สึกที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่อยากจะยอมรับ
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุด เสียงกระแทកประตูก็ดังสนั่นหวั่นไหว!
ปัง!
บานประตูห้องทำงานถูกถีบเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างท้วมใหญ่ของอาคมที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ทว่าสายตาของเสือเฒ่ากลับเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นภาพของมาเฟียหนุ่มผู้ทรงอำนาจกำลังนอนซบอยู่บนร่างของเด็กหนุ่มในท่าทางที่ล่อแหลมเกินกว่าจะจินตนาการ
รินสะดุ้งสุดตัว หมายจะผละออก ทว่ามือของคินน์ที่ซบอยู่ตรงซอกคอ กลับยิ่งออกแรงรั้งเขาไว้แน่นขึ้น พร้อมกับดวงตาคมกริบที่ลืมตาขึ้นช้าๆ เปล่งประกายความดุดันและเยียบเย็นขึ้นมาทันที ราวกับพญาอินทรีที่ถูกปลุกให้ตื่นจากการจำศีลเพื่อเตรียมขยี้เหยื่อให้แหลکคามือ
"แก..." อาคมเค้นเสียงลอดไรฟัน "กล้าดียังไง..."
คินน์ค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นช้าๆ โดยที่แขนข้างหนึ่งยังคงโอบเอวของรินไว้ไม่ยอมปล่อย ดวงตาสีเข้มตวัดมองผู้บุกรุกด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งจนอุณหภูมิในห้องดิ่งฮวบลงทันที แม้พิษไข้จะยังเล่นงาน แต่ความน่ากลัวของมาเฟียหนุ่มกลับเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
"คิดว่ากูตายแล้วหรือไง... อาคม" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความเยียบเย็น บาดลึกจนผู้ฟังต้องผวาถอยหลัง
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับ "มหายุทธ์ไร้เทียมทาน" นะครับ)
ดีลลับฉบับหมาโบ้ (The Contractual Pet)•ตอนที่ 5
ความลับในค่ำคืนพายุ
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับหมาโบ้ (The Contractual Pet) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!