ดีลลับฉบับหมาโบ้ (The Contractual Pet)•ตอนที่ 13

หวงแบบไม่ปรึกษาใคร

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
ความมืดมิดรอบตัวไม่ได้น่ากลัวเท่ากับเงาร่างนับสิบที่เคลื่อนไหวเข้ามาประชิดอย่างเป็นระเบียบ เสียงฝนที่โปรยปรายลงมาก่อนหน้านี้ถูกกลบด้วยบรรยากาศกดดันอันหนقหน่วง รินเม้มปากแน่น หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก สายตากวาดมองประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว สมองประมวลผลหาทางหนีทีไล่ ทว่าในวินาทีที่เงาร่างแรกก้าวพ้นเขตแสงสลัวของเสาไฟริมทาง ร่างของเขากลับถูกกระชากด้วยแรงมหาศาลจนเซถอยหลังไปปะทะกับแผงอกกว้างที่คุ้นเคย กลิ่นกายเฉพาะตัวผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของสายฝนและกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยแตะจมูก คินน์ไม่เพียงแต่ดึงรินเข้ามาหลบด้านหลัง แต่เขายังขยับตัวบังเด็กหนุ่มไว้จนมิด ราวกับกำแพงเหล็กกล้าที่ไม่มีวันยอมให้สิ่งแปลกปลอมใดๆ ล่วงล้ำเข้ามาถึงตัวคนด้านหลังได้ "ยืนนิ่งๆ เป็นตอไม้ไปหรือไง หรือว่าสมองเพิ่งคิดได้ว่าตัวเองกำลังหาเรื่องใส่ตัว" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงนั้นเจือความหงุดหงิดระคนเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิด แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ แต่คินน์กลับไม่มีทีท่าหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองกลุ่มชายฉกรรจ์สวมชุดดำที่ปิดบังใบหน้าด้วยแววตานิ่งSงบ เย็นชา และเปี่ยมด้วยจิตสังหารที่น่าสะพรึงกลัว รินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอาการสั่นเทือกในอก ปากที่มักจะหาเรื่องเถียงกลับเป็นประจำขยับยุกยิกก่อนจะเอ่ยสวนออกไปเบาๆ ทั้งที่มือยังกำชายเสื้อของคนตัวโตแน่น "ถ้าไม่ใช่เพราะคุณลากผมเข้ามาพัวพันในเรื่องบ้าๆ นี้แต่แรก ผมคงไม่ต้องมายืนเป็นเป้านิ่งให้พวกมันล้อมจับหรอกนะครับคุณชายคินน์" "ปากเก่ง" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ทว่ามือหนาข้างที่ว่างกลับเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของรินมากำไว้แน่น ราวกับต้องการย้ำเตือนว่าคนคนนี้คือพื้นที่หวงห้ามที่ใครก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง "เก็บแรงไว้เถียงฉันตอนรอดไปได้เถอะน่า" สิ้นคำพูดนั้น ผู้นำของกลุ่มชายชุดดำก็ก้าวออกมาจากความมืด มันหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและน่าขนพองสยองเกล้า ดวงตาภายใต้ฮู้ดสีดำสนิทจ้องมองตรงมาที่คินน์ด้วยรอยยิ้มหยัน "คิดว่าจะรอดไปได้จริงๆ หรือครับ คุณคินน์... นายท่านของเราต้องการตัวเด็กคนนั้น สวนทางกับข้อเสนอของคุณที่ดึงดันจะเก็บมันไว้ ช่างเป็นความดื้อรั้นที่ไร้ราคาเสียจริง" คินน์ไม่ตอบโต้ด้วยวาจา เขาดึงบุหรี่ออกจากริมฝีปาก พ่นควันสีเทาจางท่ามกลางสายฝนที่เริ่มลงเม็ดหนักขึ้น รอยยิ้มมุมปากของมาเฟียหนุ่มทรงแบดไม่ได้บ่งบอกถึงความหวาดกลัว ตรงกันข้าม มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังสนุกสนานเมื่อเหยื่อเดินเข้ามาติดกับดักเอง "ของของฉัน ต่อให้เป็นหมาตัวไหนในกรง ก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะชายตามอง" คินน์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าก้องกังวานและทรงพลังจนคนฟังต้องสะعัด "และพวกแก... คงไม่รู้สินะ ว่าการมาเหยียบอาณาเขตของฉันในคืนนี้ มันหมายถึงอะไร" ชั่วพริบตาเดียว เสียงปรบมือเบาๆ สองครั้งก็ดังขึ้นจากความมืดด้านหลังกลุ่มชายชุดดำ ก่อนที่เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับร้อยจะดังระรัวขึ้นราวกับฟ้าผ่า ร่างของบอดี้และลูกน้องในชุดสูทสากลนับสิบคนปรากฏตัวขึ้นปิดล้อมพวกมันไว้อีกชั้นหนึ่ง สถานการณ์พลิกผันในพริบตา จากผู้ล่ากลายเป็นผู้ถูกล่าอย่างสมบูรณ์แบบ รินเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เหลียวมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนหยัดปกป้องเขาอยู่เบื้องหน้า หัวใจที่เคยเต้นระรัวด้วยความกลัว กลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ มันทั้งอุ่นวาบและสั่นสะท้านในเวลาเดียวกัน "จัดการให้เรียบร้อย" คินน์ออกคำสั่งเสียงเย็นเยียบ "อย่าให้เหลือใครกลับไปรายงานได้แม้แต่คนเดียว ยกเว้นหัวหน้าของพวกมัน... ฉันจะสอบปากคำมันด้วยตัวเอง" ความโกลาหลชั่วขณะเกิดขึ้นเมื่อการปะทะเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด เสียงเนื้อกระทบกับเนื้อและเสียงอาวุธกระทบกันดังสนั่นท่ามกลางสายฝน แต่คินน์กลับไม่ขยับเขยื้อnไปไหน เขายังคงยืนตระหง่านบังรินไว้จากทุกทิศทาง มือหนาที่กุมข้อมือของรินอยู่ไม่มีทีท่าจะคลายออก แม้รินจะพยายามขยับมือหนีเพื่อไม่ให้เป็นภาระ แต่คินน์กลับออกแรงบีบกระชับแน่นขึ้นกว่าเดิม "บอกให้อยู่นิ่งๆ ไง ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไงครับ" คินน์ก้มหน้าลงมาเอ่ยกระซิบใกล้ใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มจนรินต้องเบือนหน้าหนี ทว่าระยะห่างที่ใกล้ชิดเกินความจำเป็นนี้กลับทำให้หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงยิ่งกว่าเสียงการต่อสู้รอบตัวเสียอีก "ผมไม่ได้พิการนะ... ปล่อยมือได้แล้ว ผมช่วยตัวเองได้" รินเถียงอุบ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ทั้งที่บรรยากาศรอบตัวหน็บหนาว "ช่วยตัวเอง? สภาพคุณตอนนี้เหมือนลูกเจี๊ยบตกน้ำมากกว่านะริน" คินน์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมกริบกวาดสำรวจตั้งแต่เส้นผมลู่ฝนลงมาจนถึงเรียวปากที่เม้มเข้าหากันอย่างขัด เขายื่นมืออีกข้างขึ้นปัดปอยผมที่เปียกชุ่มออกจากหน้าผากของเด็กหนุ่มอย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับท่าทางดิบเถื่อนเมื่อครู่นี้โดยสิ้นเชิง ทำเอารินถึงกับชะงักค้างไปชั่วขณะ สมองขาวโพลนคิดคำพูดโต้เถียงไม่ออก "จำไว้... ต่อไปนี้ อย่าหาญกล้าวิ่งหนีออกมาทำตัวเป็นฮีโร่แบบนี้อีก" คินน์เอ่ยเสียงต่ำ น้ำเสียงจริงจังจนรินต้องเงยหน้าขึ้นสบตา "เพราะถ้าไม่มีฉันอยู่ตรงนี้... คุณคิดว่าตัวเองจะมีโอกาสรอดไปได้สักกี่น้ำ" ดวงตาสองคู่ประสานกันท่ามกลางความวุ่นวายรอบกาย โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุนลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงลมหายใจและจังหวะหัวใจที่เต้นตรงกันอย่างน่าประหลาด รินเม้มปากแน่น หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนกยิ่งกว่าตอนถูกล้อมจับเสียอีก ความรู้สึกบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นเงียบๆ ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยผลประโยชน์และสัญญาบ้าๆ เล่มนั้น ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย เสียงปรบมือช้าๆ แฝงความเย้ยหยันก็ดังแทรกขึ้นมาจากความมืดเบื้องหน้า ทำลายมนต์สะกดทั้งหมดลงทันที "ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริงครับ... นายท่านคินน์ ไม่นึกเลยว่ามาเฟียผู้ไร้หัวใจ จะมาตกม้าตายเพราะเด็กหนุ่มปากจัดคนเดียว" คินน์ชะงัก ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองยังต้นเสียงทันที ร่างสูงโปรดของชายแปลกหน้าคนหนึ่งก้าวออกมาจากเงาไม้ พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก และในวินาทีที่แสงไฟสาดส่องลงบนใบหน้าของแขกไม่ได้รับเชิญคนนั้น รินก็อุทานออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อตระหนักได้ว่าคนคนนี้คือใคร ...บุคคลที่พวกเขาคิดว่าไม่มีทางเข้าถึงตัวได้ง่ายที่สุด และเป็นคนเดียวกับที่ถือครองความลับทั้งหมดของดีลลับฉบับนี้! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "มหายุทธ์ไร้เทียมทาน" ด้วยดีเสมอมาครับ
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับหมาโบ้ (The Contractual Pet) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%