กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วเข้มผสมผสานกับกลิ่นอายความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศราคาแพงในห้องทำงานส่วนตัวไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศระหว่างคนสองคนผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย บนโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีเนื้อดี เอกสารสัญญาระหว่างพวกเขายังคงวางอยู่ตรงนั้น เหมือนอนุสรณ์เตือนใจถึงจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์บ้าๆ ที่ถูกผูกมัดไว้ด้วยเงินตราและศักดิ์ศรี
"คุณทำแบบนี้ทำไม... คินน์"
เสียงของรินดังขึ้นทำลายความเงียบ ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งยืนกอดอกพิงขอบหน้าต่าง ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้มองออกไปนอกวิวตึกสูงระฟ้าเบื้องล่าง แต่กลับจดจ้องตรงมาที่ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลซึ่งนั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานอย่างไม่หลบสายตา
คินน์ชะงักมือที่กำลังจะหยิบปากกาขนนกราคาแพง เขานิ่งไปชั่วอึดใจ เงยหน้าขึ้นสบตากับคนดื้อที่วันนี้ดูแปลกไป แววตาของรินไม่มีความหวาดกลัว เจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความสงสัยระคนเคลือบแคลงที่ซ่อนไว้ภายใต้ความนิ่งสงบ
"ฉันทำอะไร?" คินน์เลิกคิ้วหนาขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเรียบเรื่อย แต่แฝงความกวนประสาทไว้ตามแบบฉบับของเจ้าพ่อมาเฟียผู้ไม่เคยยอมลงให้ใคร
"อย่ามาตีหน้ามึนหน่อยเลยครับ" รินแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานทีละน้อย "ตลอดสัปดาห์นี้... อาหารเช้าที่ผมไม่ต้องทำเอง กาแฟแก้วโปรดที่วางอยู่บนโต๊ะทุกเช้าโดยที่ผมไม่ต้องเอ่ยปาก หรือแม้กระทั่ง... เรื่องโปรเจกต์ที่บริษัทเก่าของผมถูกฟ้องร้องอยู่ อยู่ๆ มันก็ถูกปัดตกไปอย่างไร้ร่องรอย ทั้งหมดนี้... ฝีมือคุณใช่ไหม?"
คินน์ไม่ได้ตอบทันที เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวร่างโปร่งที่ยืนขวางอยู่ไม่ไกล ความกดดันจากสรีระและรัศมีอันตรายรอบตัวแผ่ซ่านจนอากาศรอบกายคล้ายจะเบาบางลง รินถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติเมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นหนังสือด้านหลัง แต่แววตาดื้อรั้นยังคงจ้องเขม็ง
"เธอคิดว่าตัวเองสำคัญขนาดที่ฉันต้องลงมือจัดการเรื่องพวกนี้เองเลยหรือไง ริน" คินน์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้วใส ร่างสูงจงใจใช้น้ำเสียงแหบพร่ากดดัน "หรือว่า... เธอแอบคิดเข้าข้างตัวเอง ว่าฉันกำลัง 'จีบ' อยู่กันแน่?"
คำพูดทิ่มแทงและรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจนั้นเกือบทำให้รินหลุดอาการ แต่เขากลั้นใจเม้มริมฝีปากแน่น มือบางเอื้อมขึ้นดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายให้ออกห่าง แม้จะรู้ว่าแรงแค่นี้ไม่ได้ทำให้คนตัวโตสะเทือนแม้แต่น้อย
"อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลยครับ ผมแค่สงสัยว่าคนอย่างคุณ... มาเฟียเลือดเย็นที่วันๆ สนใจแต่ผลประโยชน์และความสมบูรณ์แบบ ทำไมถึงต้องมาใส่ใจเด็กกะโปโลอย่างผมจนเกินหน้าที่ในสัญญาด้วยซ้ำ!" รินสวนกลับทันควัน หน้าตาบึ้งตึงด้วยความหงุดหงิดที่ถูกจี้จุด "เราตกลงกันแค่เรื่องสถานะ... ไม่ใช่การมาทำดีลับหลังแบบนี้ มันน่ารำคาญ!"
"น่ารำคาญเหรอ..." คินน์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของเขาน่าหมั่นไส้เสียจนรินอยากจะคว้าแจกันดอกไม้แถวนั้นมาฟาดสักที สัมผัสอุ่นจัดของปลายนิ้วแกร่งเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของเด็กหนุ่มอย่างถือวิสาสะ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ "ปากเก่งจริงนะ... แต่หน้าแดงหมดแล้ว ริน"
"ผมไม่ได้..."
"ฟังให้ดีนะเด็กน้อย..." คินน์รวบเอวบางเข้ามาประชิดตัวในเสี้ยววินาที รวดเร็วจนรินตั้งตัวไม่ทัน ฝ่ามือหนาล็อกเอวสอบไว้แน่นไม่ให้ขยับหนี ใบหน้าคมคายโน้มลงกระซิบชิดริมใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำเปลี่ยนเป็นจริงจังจนน่ากลัว "สิ่งที่ฉันทำ... มันไม่ใช่ความใจดี และไม่ใช่หน้าที่ แต่มันเป็น 'สิทธิ์' ของฉัน ในเมื่อเธอเซ็นสัญญาเข้ามาอยู่ในกำมือฉันแล้ว ทุกอย่างที่เป็นของเธอ... ก็คือของฉัน และฉันเกลียดที่สุดคือการเห็นของของตัวเองต้องลำบาก... เข้าใจไหม?"
รินเบิกตากว้าง หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความใกล้ชิดที่มากเกินไปและคำพูดเอาแต่ใจแต่นัยน์ตากลับจริงจังคู่นั้น ทำให้สมองของเขาขาวโพลนไปหมด ความสงสัยที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความรuนแรงของกระแสเลือดที่สูบฉีดจนร้อนผ่าวไปทั่วร่าง
ในจังหวะที่รินกำลังจะอ้าปากเถียงกลับเพื่อรักษาฟอร์ม เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ทำลายบรรยากาศชวนใจสั่นระทึกนั้นลงทันที
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
"นายครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงลูกน้องคนสนิทดังลอดเข้ามาจากด้านนอก น้ำเสียงร้อนรนจนผิดปกติ "สายของเราที่ส่งไปเช็กโกดังสินค้าทางเหนือรายงานมาว่า... ของทั้งหมดถูกสับเปลี่ยน และคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้... คือคนสนิทของตระกูลศัตรูที่เราเพิ่งเจรจาธุรกิจด้วยเมื่อวานครับ!"
คินน์ชะงัก แววตาคมกริบทอประกายอำมหิตขึ้นในเสี้ยววินาที รัศมีรอบตัวเปลี่ยนจากความอบอุ่นกึ่งหยอกเย้าเมื่อครู่กลายเป็นความเย็นยะเยือกดุจน้ำแข็งขั้วโลกทันที เขายอมผละมือออกจากเอวบางของรินอย่างไม่เต็มใจนัก สายตาตวัดมองไปที่ประตูห้องสลับกับใบหน้าของเด็กหนุ่มที่ตอนนี้เริ่มตระหนักถึงความตึงเครียดของสถานการณ์
รินมองท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลันของมาเฟียหนุ่ม ความรู้สึกบางอย่างบอกเขาว่า พายุลูกใหญ่กำลังจะซัดถล่มเข้ามา และสัญญาที่สั่นคลอนอยู่แล้ว... อาจจะขาดสะบั้นลงในคืนนี้เอง
"ล็อกประตูห้องนี้ไว้ ห้ามออกไปไหนจนกว่าฉันจะกลับมา" คินน์สั่งเสียงเฉียบขาดด้วยอำนาจเด็ดขาด ก่อนจะหันหลังคว้าเสื้อโค้ทสีดำสนิทขึ้นมาสวม ไหล่กว้างเตรียมก้าวเดินออกไปเผชิญหน้ากับหายนะที่รออยู่เบื้องหน้า
แต่ก่อนที่ประตูกลุ่มเหล็กจะถูกเปิดออก เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของคินน์ก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ ร่างสูงหยิบขึ้นมาดูหน้าจอเพียงแวบเดียว สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นความนิ่งงันที่น่ากลัวกว่าเดิม
ปลายสายไม่ได้ส่งเสียงพูดอะไร นอกจากเสียงลมหายใจหอบสะท้าน และเสียงกระซิบสั่นเครือที่ดังทะลุลำโพงออกมาให้คนทั้งห้องได้ยินชัดเจน
*"คุณคินน์... รีบมาที่โรงพยาบาลด่วนครับ... คนของเราโดนเก็บเรียบ และเอกสารลับในตู้เซฟ... ถูกกวาดเรียบร้อยแล้วครับ!"*
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "มหายุทธ์ไร้เทียมทาน" ด้วยดีเสมอมาครับ
ดีลลับฉบับหมาโบ้ (The Contractual Pet)•ตอนที่ 17
สัญญาที่เริ่มสั่นคลอน
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับหมาโบ้ (The Contractual Pet) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!