เสียงโลหะหนักกระทบพื้นหินอ่อนดัง *กริ๊ง* กังวานบาดหู ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ รินยืนนิ่ง ไหล่บางสั่นเทوىน้อยๆ แต่แววตาที่เงยขึ้นสบกับร่างสูงใหญ่เบื้องหน้ากลับไร้ซึ่งความหวาดหวั่น มีเพียงความว่างเปล่าที่น่ากลัวยิ่งกว่าน้ำตา
สร้อยเพชรน้ำงามมูลค่ามหาศาล สัญลักษณ์แห่งพันธะสัญญาจอมปลอมที่คินน์เคยสวมให้ด้วยมือของตัวเอง บัดนี้เป็นเพียงเศษซากเครื่องประดับราคาแพงที่นอนทอดร่างอยู่แทบเท้าของเจ้าของมัน
คินน์ชะงักฝีเท้า ลมหายใจที่เคยสม่ำเสมอกลับสะดุดกึก ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีมองสร้อยเส้นนั้นสลับกับใบหน้าซีดเผือดแต่ดื้อรั้นของคนตัวเล็ก ความเงียบงันที่แผ่ขยายออกไปชั่วขณะ หนักหน่วงเสียจนบรรยากาศในห้องรับแขกหรูหรากลายเป็นห้องขังไร้อากาศ
"นายกล้ามากนะ..." เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาทีละคำ มันไม่ใช่เสียงตะคอก แต่มันคือเสียงคำรามของสัตว์ร้ายที่ถูกลูบคมจนถึงขีดสุด คินน์ก้าวเข้าไปหาช้าๆ ทว่าคุกคามราวกับเงาของความตาย "เก็บมันขึ้นมา ริน... อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำสอง"
"ทำไมผมต้องเก็บ?" รินแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ น้ำเสียงแหบพร่าแต่เฉียบคมราดย้อนลงบนกองเพลิงโทสะ "ในเมื่อสิ่งนี้มันเป็นเครื่องเตือนใจว่าผมเป็นแค่ 'ของเล่น' ที่คุณจะซื้อหรือเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้... ของไร้ค่าแบบนี้ ผมไม่จำเป็นต้องเก็บมันให้รกตาหรอกครับ"
*เพล้ง!*
คินน์ไม่พูดพร่ำทำเพลง มือหนาคว้าแจกันแก้วคริสตัลบนโต๊ะข้างโซฟาปาอัดเข้ากับผนังด้านข้างจนแตกกระจายละเอียด เศษแก้วคมกริบกระเด็นเฉียดกรอบหน้าเนียนไปเพียงนิดเดียว แต่รินไม่มีแม้แต่จะกะพริบตา เขายังคงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังลุกโชนเป็นไฟของอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว
"นายคิดว่าตัวเองกำลังเล่นอยู่กับใคร, ริน!" คินน์พุ่งเข้าประชิดตัวในเสี้ยววินาที มือแกร่งเอื้อมไปบีบคางมนแน่นด้วยแรงอารมณ์ที่ควบคุมไม่อยู่ นิ้วเรียวฝังลงบนเนื้อผิวจนขึ้นรอยแดง "คิดว่าความดื้อด้านของนายจะทำให้ฉันยอมปล่อยนายไปอย่างนั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ!"
รินนิหน้าด้วยความเจ็บ แต่ริมฝีปากบางกลับยกยิ้มหยัน ไหล่ที่เคยห่อลู่ตั้งตรงขึ้นอย่างท้าทาย
"ปล่อยเหรอครับ? คุณไม่เคยปล่อยผมหรอก... คุณแค่ล่ามโซ่ผมไว้แล้วหลอกตัวเองว่านี่คือความรัก" รินพยายามเปล่งเสียงลอดผ่านอุ้งมือที่ตรึงคางตัวเองไว้ ดวงตาคู่สวยเริ่มมีหยดน้ำใสเอ่อคลอ แต่เขาปฏิเสธที่จะปล่อยให้มันไหลลงมาประจานความอ่อนแอ "แต่พอเถอะครับ คินน์... ผมเหนื่อยแล้ว เหนื่อยที่จะต้องมานั่งเดาใจคนเอาแต่ใจอย่างคุณ เหนื่อยที่จะต้องเจ็บอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้"
คำว่า 'เหนื่อย' กระแทกเข้ากลางใจของมาเฟียหนุ่มอย่างจัง แรงบีบที่คางคลายลงโดยไม่รู้ตัว คินน์มองใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยรอยร้าวและความผิดหวัง ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกวาบผ่านดวงตาคมกริบ แต่ทิฐิและสันดานดิบของการเป็นผู้ครอบครองกลับสั่งให้เขาทำตรงกันข้าม
"เหนื่อยงั้นเหรอ?" คินน์แค่นยิ้มหยัน ทั้งที่หัวใจกระตุกวูบ "ทั้งที่ฉันให้ทุกอย่าง ทั้งเงิน ทั้งอำนาจ และความปลอดภัย แต่นายกลับบอกว่าเหนื่อย? นายมันคนเนรคุณ, ริน!"
"ใช่... ผมมันคนเนรคุณ!" รินตะโกนสวนกลับสุดเสียง หยดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ร่วงเผาะลงกระทบหลังมือหนาที่ยังคงแตะอยู่บนแก้มของเขา ร้อนผ่าวและหนักอึ้ง "งั้นก็ปล่อยผมไปสิครับ! ฉีกสัญญาบ้าๆ นั่นทิ้งซะ แล้วต่างคนต่างอยู่ เหมือนที่เราไม่เคยรู้จักกัน!"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง คินน์นิ่งค้างไปกับคำพูดนั้น ดวงตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความโหดเหี้ยม เขากำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
"ไม่มีวัน..." คินน์กระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างที่รินไม่เคยได้ยินมาก่อน "ต่อให้ผืนแผ่นดินนี้ลุกเป็นไฟ หรือนายวิ่งหนีไปสุดขอบโลก... ฉันก็จะลากตัวนายกลับมาขังไว้ข้างกายฉันอยู่ดี นายเป็นของฉัน, ริน... จำใส่สมองเอาไว้!"
รินส่ายหัวช้าๆ รอยยิ้มสมเพชตัวเองปรากฏขึ้นบนใบหน้า "คุณไม่เคยรักใครนอกจากตัวเองหรอกครับ คินน์..."
มือบางยกขึ้นผลักอกแกร่งเต็มแรงจนคินน์เซถอยหลังไปสองก้าว รินหันหลังให้ทันที ก้าวเดินผ่านเศษแก้วและสร้อยเพชรที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นโดยไม่แม้แต่จะเหลือบแลมันอีก เป้าหมายเดียวคือประตูทางออกที่อยู่เบื้องหน้า
คินน์ยืนมองแผ่นหลังบางที่กำลังจะเดินพ้นขอบประตู หัวใจในอกกระหน่ำเต้นรัวด้วยความหวาดกลัวที่ไม่อาจหาคำอธิบาย สัญชาตญาณดิบเตือนว่าหากปล่อยให้ก้าวออกไปตอนนี้ เขาจะสูญเสียเด็กดื้อคนนี้ไปตลอดกาล
"ถ้าก้าวออกไปจากห้องนี้ก้าวเดียว..." คินน์เอ่ยเสียงเยือกเย็น แววตาเปลี่ยนเป็นดุดันน่ากลัวอีกครั้ง "ฉันจะทำลายทุกอย่างที่นายรัก... และคนที่ช่วยเหลือนายทั้งหมด จะต้องชดใช้ด้วยชีวิต!"
ฝีเท้ารินหยุดชะงักกึกทันที ร่างทั้งร่างแข็งค้างราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ความโกรธเมื่อครู่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดหวั่นที่พุ่งทะลุขั้วหัวใจ เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อฝ่ามือ
รินค่อยๆ หันกลับมามองหน้าคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น "เจ้าชีวิต" ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด
"คุณมันบ้า... คินน์ คุณมันปีศาจ!"
"ใช่... ฉันมันปีศาจ" คินน์ก้าวเท้าเข้ามาหาช้าๆ แววตาคมกริบจดจ้องเรือนร่างสั่นเทาไม่วางตา "และปีศาจตัวนี้ ไม่มีวันปล่อยเหยื่อในกำมือให้หลุดรอดไปเด็ดขาด"
ขณะที่รินกำลังจะอ้าปากโต้กลับ เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่บานประตูไม้สักทองจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมเอกสารในมือ ใบหน้าซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนก
"นายครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครของผมในตอนนี้นะครับ
ดีลลับฉบับหมาโบ้ (The Contractual Pet)•ตอนที่ 27
หยดน้ำตากับคำสัญญาที่พังทลาย
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับหมาโบ้ (The Contractual Pet) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!