เสียงหัวسะเราะคิกคักของคนแปลกหน้าที่ดังลอดผ่านลำโพงโทรศัพท์มือถือ มันบาดลึกลงไปในความรู้สึกของคินน์ราวกับมีใครเอาเศษแก้วมา
"ริน... มึงจะใจร้ายกับกูเกินไปแล้วนะ แค่นี้ทำเป็นจำไม่ได้" เสียงทุ้มๆ ของ 'กรณ์' เพื่อนสนิทสมัยมัธยมปลายดังเจื้อยแจ้วทะลุกรอบหน้าจอสมาร์ทโฟนที่รินกำลังถือคุยอยู่ ณ มุมหนึ่งของห้องนั่งเล่น
รินกรอกตาขึ้นฟ้าด้วยความระอา พลางใช้ไหล่ข้างหนึ่งหนีบโทรศัพท์ไว้กับใบหู ขณะที่มือเรียวยังคงง่วนอยู่กับการจัดเอกสารบนโต๊ะทำงาน "ถ้ากูจำไอ้หัวเกรียนที่ชอบขโมยยางลบกูตอน ม.5 ไม่ได้ กูคงสมองเสื่อมไปแล้วล่ะ... เออ มีอะไรว่ามา รีบพูด รีบวาง กูยุ่งอยู่"
"โห น้ำเสียงเยื่อใยไม่มีเลยนะมึง ว่าแต่... เย็นนี้ว่างป่ะวะ ไปกินชาบูกัน ร้านเปิดใหม่หลังมอ..."
พรึบ!
จู่ๆ โทรศัพท์ในมือของรินก็ถูกกระชากออกไปอย่างแรงด้วยมือหนาที่ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า แรงดึงนั้นกะทันหันจนร่างบางเซถลาเกือบล้ม ไหล่บางกระแทกเข้ากับอกแกร่งของใครบางคนที่ยืนซ้อนหลังอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
รินสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อตั้งสติ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองสบตาคมกริบที่กำลังลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความหึงหวง คินน์ยืนค้ำหัวเขาอยู่ด้วยใบหน้าบึ้งตึง กรามคมขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน แววตาคู่นั้นไม่ได้ฉายแววเล่นสนุกแม้แต่น้อย แต่มันคือนัยน์ตาของนักล่าที่พร้อมจะขยี้ทุกสิ่งที่ขวางหูขวางตาให้แหลکคามือ
"ทำอะไรของคุณเนี่ย!" รินแหวใส่เสียงดัง พร้อมกับเอื้อมมือจะแย่งโทรศัพท์คืน แต่คินน์กลับชูมันขึ้นสูงเหนือศีรษะ ด้วยความที่ส่วนสูงของมาเฟียหนุ่มได้เปรียบกว่า ทำให้รินทำได้แค่เอื้อมคว้าลม
"คุยอะไรกันเสียงดัง" คินน์เค้นเสียงถาม รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก "เพื่อนสนิทเหรอ... สนิทกันขนาดไหนถึงต้องโทรมาออดอ้อนเสียงสองเสียงสามใส่ขนาดนั้น"
"มันเรื่องส่วนตัวของผม คินน์! คืนโทรศัพท์มาเดี๋ยวนี้เลยนะ" รินเริ่มหมดความอดทน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธ เขาเกลียดที่สุดคือการถูกลุกล้ำความเป็นส่วนตัวแบบไร้มารยาทเช่นนี้
"ส่วนตัว?" คินน์ทวนคำ น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่ ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวจนรินต้องถอยหลังไปชนกับผนังห้องอย่างไร้ทางหนี คินน์ใช้แขนข้างหนึ่งยันกำแพงกั้นทางหนีไว้ กักขังร่างโปร่งให้อยู่ในอาณัติของเขาโดยสมบูรณ์ "ในสัญญาข้อไหนที่ระบุว่าเธอมีสิทธิ์ส่งเสียงหัวเราะคิกคักให้ผู้ชายอื่นในบ้านของฉัน หึ?"
"นี่คุณบ้าไปแล้วหรือไง! กรณ์มันก็แค่เพื่อนเก่า ไม่ได้เจอตั้งนานจะคุยกันไม่ได้หรือไงวะ อีกอย่าง... ผมจะคุยกับใคร มันก็สิทธิ์ของผม ไม่ได้ทำผิดสัญญาบ้าบออะไรนั่นสักหน่อย!" รินเถียงกลับคอเป็นเอ็น ไม่คิดจะก้มหัวให้ท่าทีเผด็จการนั้นแม้แต่น้อย มือบางดันแผงอกแกร่งให้ออกห่าง แต่คินน์กลับนิ่งสนิทราวกับภูเขาหิน ยิ่งรินดื้อรั้นเท่าไหร่ แววตาของมาเฟียหนุ่มก็ยิ่งเข้มข้นขึ้นเท่านั้น
"เพื่อนเก่า?" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมปลาบกวาดมองใบหน้าเนียนใสที่แดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว "เพื่อนเก่าที่ไหนเขาโทรมานัดไปกินข้าวสองต่อสอง แถมยังเรียกชื่อซะสนิทสนม... ถ้ามันอยากกินมากนักทำไมไม่ไปกินกันในโลงศพซะเลยล่ะ"
"ปากเสีย!" รินตวาดแว้ด ดวงตาสั่นระริกด้วยความโมโห "คุณมันเผด็จการ เอาแต่ใจตัวเองเป็นที่สุด! คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงมาเที่ยวสั่งห้ามโน่นห้ามี่ บงการชีวิตคนอื่นเขาน่ะ ห๊ะ!"
"ฉันเป็นเจ้าหนี้ของเธอ... และเป็นคนเดียวที่มีสิทธิ์ในตัวเธอตอนนี้" คินน์กดเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ข้างแก้มเนียน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นกายเฉพาะตัวทำให้รินใจสั่นระรัวอย่างห้ามไม่อยู่ แม้ปากจะต่อต้าน แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการตื่นตัวกับสัมผัสใกล้ชิดอันตรายนี้ "จำไม่ได้เหรอว่าเธอเอาอะไรมาแลกกับการใช้หนี้กู... หึ? หรือต้องให้ฉันทวนความจำบนเตียงอีกรอบ ถึงจะจำได้ว่าร่างกายนี้เป็นของใคร"
คำพูดจาจาบจ้วงและสายตาร้อนแรงที่มองสำรวจเรือนร่างของเขา ทำให้รินหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ความโกรธผสมปนเปไปกับความอับอายจนพูดไม่ออก ได้แต่กัดริมฝีปากแน่นอย่างเจ็บใจ
"คุณมันทุเรศ..." รินเค้นเสียงด่าลอดไรฟัน
คินน์ไม่โกรธ กลับโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ร้อนรุ่มของกันและกัน สายตาของมาเฟียหนุ่มลดระดับลงมองริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างถือดี ก่อนจะกระซิบเสียงพร่าข้างใบหู
"อยากลองพิสูจน์ดูไหมล่ะ ว่าปากเก่งๆ แบบนี้ เวลาโดนฉันจูบจนหมดแรงขัดขืน... เธอยังจะกล้าพูดจาแบบนี้ใส่อฉันอีกหรือเปล่า"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแผดเผาจนแทบละลาย หัวใจของรินเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความตึงเครียดพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดจนแทบหยุดหายใจ ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากหยักกำลังจะทาบทับลงมาเพื่อปิดปากคนดื้อรั้น...
กริ๊ก! เสียงปลดล็อกกลอนประตูหน้าห้องดังขึ้นแทรกกลางความเงียบงัน
ทั้งคู่ชะงัก คินน์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ ขณะที่รินเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อนึกขึ้นได้ว่าใครคือเจ้าของคีย์การ์ดสำรองดอกนั้น
"อ้าว คินน์... ลูกชายแม่ ทำไมบ้านเงียบจัง..." เสียงหวานทรงอำนาจของ 'คุณหญิงมณี' มารดาบังเกิดเกล้าของคินน์ดังขึ้นพร้อมกับร่างสง่างามที่ก้าวเข้ามาในห้องรับแขกอย่างถือวิสาสะ
รินผลักอกคินน์สุดแรงด้วยความตกใจ รีบกระโดดถอยหลังไปสามก้าว จัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่ในพริบตา ขณะที่คินน์สบถเบาๆ ในลำคออย่างหัวเสียที่ความหวานกำลังจะเริ่มดันถูกขัดจังหวะเสียก่อน
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "มหายุทธ์ไร้เทียมทาน" เสมอมาครับ
ดีลลับฉบับหมาโบ้ (The Contractual Pet)•ตอนที่ 8
ข้ออ้างของการหึงหวง
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับหมาโบ้ (The Contractual Pet) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!