กลิ่นอายความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศรอบตัวผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย รอยร้าวในใจจากค่ำคืนก่อนหน้ายังคงทิ้งร่องรอยความหวั่นไหวไว้ในทุกย่างก้าว รินพยายามควบคุมลมหายใจของตนให้สม่ำเสมอที่สุด ขณะที่สายตาคมกริบของคินน์ซึ่งนั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ไม่ได้ละไปจากแผ่นหลังของเขาเลยแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว
“ถ้าคุณยังมองผมด้วยสายตาแบบนั้นอีกทีเดียว ผมจะถือว่าคุณมีเจตนาคุกคามทางสายตาและจะขอคิดค่าลิขสิทธิ์นะครับ” รินเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับไปมอง มือเรียวยังคงง่วนอยู่กับการจัดแฟ้มเอกสารบนชั้นหนังสือ แต่รอยยิ้มมุมปากที่เจืออยู่ในน้ำเสียงนั้นฟ้องชัดเจนว่าเขากำลังท้าทาย
คินน์แค่นเสียงในลำคอ ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเด็กหนุ่มด้วยความเงียบเชียบราวดรุณยุทธ์ไร้เงา “ปากเก่งขึ้นนะริน ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เธอมีความกล้าต่อปากต่อคำกับฉันขนาดนี้ หรือว่า... กำแพงที่เธออุตส่าห์สร้างไว้มันเริ่มพังทลายลงจนหมดสภาพแล้วล่ะหึ?”
รินสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นหนังสือและอ้อมแขนแกร่งที่ยกขึ้นกักขังเขาไว้ตรงกลาง กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับความดุดันเฉพาะตัวของมาเฟียหนุ่มโอบล้อมรอบตัวเขาอีกครั้ง ความใกล้ชิดนี้... ในอดีตคงทำให้รินดีดดิ้นหนีด้วยความอึดอัด แต่ทว่าในเวลานี้ ความรู้สึกต่อต้านเหล่านั้นกลับเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงความคุ้นชินที่น่ากลัวยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด
“ผมก็เป็นของผมแบบนี้มาตั้งแต่ไหนE แต่ถ้าคุณไม่มีงานอะไรจะสั่ง ผมขอตัวไปเคลียร์เอกสารต่อนะครับ” รินเงยหน้าขึ้นสบตา ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุดแม้หัวใจจะเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก
“งานเหรอ? งานของเธอตอนนี้คือการอยู่ตรงนี้... ใกล้ฉันแบบนี้” คินน์โน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาคมปลาบฉายแววเจ้าเล่ห์และเอาแต่ใจอย่างถึงที่สุด “แปลกดีนะ... จากคนที่เคยปฏิเสธทุกการเข้าหา วันนี้เธอกลับยืนให้นิ่งให้ฉันต้อนจนมุมโดยไม่คิดจะวิ่งหนีเลยสักนิด หรือว่า... เธอเริ่มชินกับการมีฉันคอยตามประกบเสียแล้วล่ะริน”
คำพูดนั้นแทงใจดำรินเข้าอย่างจัง ความจริงที่ว่าเขา ‘ชิน’ กับการมีเงาร่างสูงใหญ่คอยตามติด คอยขัดใจ และคอยปกป้องในยามวิกฤต ทำให้รินพูดไม่ออก ความเคยชินที่ค่อยๆ ซึมซาบเข้าสู่หัวใจทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว กำลังเปลี่ยนสถานะของพวกเขาจาก ‘ผู้ว่าจ้างกับลูกจ้าง’ ให้กลายเป็นความผูกพันที่อันตรายเกินกว่าจะถอนตัว
“ผมไม่ได้ชิน... ผมแค่ขี้เกียจจะเถียงกับคนเอาแต่ใจต่างหากเล่า” รินเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนร่องรอยความไหว
คินน์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี นิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของเด็กหนุ่มออกให้อย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับภาพลักษณ์แบดบอยโดยสิ้นเชิงนี้ทำให้รินต้องหลับตาลงเพื่อตั้งสติ
ทว่า... ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วและดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันน่าหลงใหลลงอย่างไร้ความปรานี ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งตรงมายังพวกเขาทั้งคู่
“ขอโทษที่ขัดจังหวะเวลาสวีทนะครับ... แต่ดูเหมือนว่า ‘ของเล่น’ ชิ้นโปรดของคุณคินน์ กำลังจะหมดเวลาสนุกแล้วล่ะมั้งครับ”
รินเบิกตากว้างเมื่อหันไปสบตากับผู้มาใหม่ ขณะที่คินน์ชักสีหน้าบึ้งตึงทันที แววตาของมาเฟียหนุ่มแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจคมกระบี่ที่พร้อมจะปลิดชีพผู้บังอาจมารบกวนเวลาสำคัญได้ทุกเมื่อ
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับตัวละครของเราด้วยกันเสมอนะครับ
ดีลลับฉบับหมาโบ้ (The Contractual Pet)•ตอนที่ 11
เมื่อความใกล้ชิดกลายเป็นนิสัย
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับหมาโบ้ (The Contractual Pet) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!