ระบบลูปเวลาของผมมันบอกว่าคุณต้องใจดีกับผม•ตอนที่ 5

การคำนวณความน่าจะเป็นของรอยยิ้มอาจารย์

ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
ความดังของเกลียวคลื่นพลังงานควอนตัมที่หมุนวนอยู่เบื้องหลังจอโฮโลแกรม ไม่ได้ดึงดูดความสนใจของผมเท่ากับอัตราการกะพริบตาของ ดร.ไอรีล ในวินาทีนี้ "คุณกำลังคำนวณอะไรอยู่, เซริน" น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าแฝงรังสีความเย็นเยียบที่สามารถลดอุณหภูมิห้องแล็บลงได้สามองศาเซลเซียสในพริบตา ดวงตาสีฟ้าอมเทานั้นจ้องมองผมผ่านกรอบแว่นโลหะบางเฉียบ ราวกับเธอกำลังสแกนหาข้อผิดพลาดในสมองของผมทีละเซลล์ ผมแสร้งทำเป็นเลื่อนนิ้วผ่านแป้นพิมพ์แสงเพื่อปิดบังหน้าต่างคำนวณความน่าจะเป็นที่ซ้อนทับอยู่เบื้องหลัง หน้าจอสีฟ้าใสสะท้อนตัวเลขยั้วเยี้ยที่ผมใช้เวลาสามวันสามคืนในการแกะรอย—ไม่ใช่สูตรคำนวณการพับมิติเวลาอันซับซ้อนของสถาบัน แต่เป็น "รูปแบบพฤติกรรม" ของผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงข้ามต่างหาก จากการย้อนลูปเวลามาถึง 47 ครั้ง ผมค้นพบตัวแปรลับที่ไม่มีตำราฟิสิกส์เล่มไหนบันทึกไว้ ดร.ไอรีล ผู้เย็นชาและเคี่ยวเข็ญลูกศิษย์จนแทบกระอักเลือดคนนี้ มีจุดอ่อนทางชีวเคมีและจิตวิทยาที่แม่นยำยิ่งกว่าสมการชเรอดิงเงอร์ นั่นคือ ในทุกๆ รอบที่เธอต้องเผชิญหน้ากับความเครียดจากการทดลองนานเกินสี่ชั่วโมง ระดับน้ำตาลในเลือดของเธอจะลดลง ส่งผลให้ประสาทสัมผัสและการตัดสินใจแม่นยำน้อยลง 12.4% และหากเธอได้รับคาเฟอีนที่มีสัดส่วนโมเลกุลเฉพาะตัวในจังหวะเวลาที่เหมาะสม ความน่าจะเป็นที่เธอจะ "ใจดี" หรือผ่อนปรนกับผมจะพุ่งสูงขึ้นจากศูนย์เปอร์เซ็นต์ เป็นเจ็ดสิบแปดจุดสามเปอร์เซ็นต์ทันที นี่ไม่ใช่การลักลอบจารกรรมข้อมูล แต่เป็นการเอาชีวิตรอดในรูปแบบที่นักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องอย่างผมต้องจำใจยอมรับ "เปล่าครับอาจารย์ ผมแค่กำลังทบทวนสมการเสถียรภาพของสนามพลังงานควอนตัมในหัวเฉยๆ" ผมตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมกับส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจที่ผ่านการฝึกฝหน้ากระจกมาแล้วนับสบรอบไปให้ ดร.ไอรีลหรี่ตามองผมอย่างไม่ไว้ใจนัก เธอยกมือขึ้นกอดอก นิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ ลงบนข้อศอกตัวเอง ซึ่งเป็นภาษากายที่บ่งบอกว่าเธอกำลังใช้ความคิดขั้นสูง "สมการเสถียรภาพของคุณดูเหมือนจะทำให้คุณยิ้มจนน่าหมั่นไส้มากกว่าจะเคร่งเครียดนะ เซริน" "อาจารย์เข้าใจผมผิดแล้วครับ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ก็เหมือนงานศิลปะ หากเราเข้าใจแก่นแท้ของมัน รอยยิ้มก็จะปรากฏขึ้นมาเองโดยธรรมชาติ" ผมเอ่ยตอบพลางลุกขึ้นยืนช้าๆ เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนสมาธิของเธอ จังหวะนั้นเอง สายตาของผมก็เหลือบไปเห็นแก้วกาแฟเซรามิกสีขาวบนโต๊ะทำงานของเธอ มันว่างเปล่ามาตั้งแต่ช่วงสาย และคราบสีน้ำตาลเข้มที่ก้นแก้วก็แห้งกรังสนิท—สัญญาณเตือนภัยระดับสองว่าเธอไม่ได้แตะคาเฟอีนมานานเกินไปแล้ว ผมเดินเลี่ยงไปที่มุมห้องเตรียมสารเคมีและเครื่องชงกาแฟอเนกประสงค์ของสถาบัน เครื่องนี้ไม่ใช่เครื่องชงกาแฟธรรมดา แต่มันคือเครื่องสังเคราะห์สารอาหารระดับโมเลกุลที่สามารถปรับแต่งรสชาติและโครงสร้างทางเคมีของเครื่องดื่มได้ตามต้องการ ปลายนิ้วของผมสัมผัสลงบนหน้าจอควบคุม ผมเลือกเมล็ดพันธุ์กาแฟพันธุ์อาราบิก้าผสมสารสกัดจากถั่วดาวอินทเคราะห์เบา เพื่อลดความขมและเพิ่มกรดอะมิโนที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของสารสื่อประสาทในสมอง สิ่งสำคัญที่สุดคืออัตราส่วนของนมโอ๊ตออร์แกนิกและน้ำเชื่อมวานิลลาสกัดเย็นที่คำนวณปริมาณน้ำตาลไว้พอเหมาะ—ไม่หวานจนเลี่ยน แต่เพียงพอที่จะทำให้ระดับโดปามีนในสมองของดร.ไอรีลหลั่งออกมาในระดับที่เหมาะสมที่สุด เสียงการทำงานของเครื่องชงกาแฟดังขึ้นเบาๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดผสมวานิลลาเริ่มลอยฟุ้งกระจายไปทั่วห้องทดลองที่อุดมไปด้วยกลิ่นอายของสารเคมีและโอโซน ผมสังเกตเห็นว่าดร.ไอรีลชะงักมือจากการพิมพ์ข้อมูลบนโฮโลแกรม จมูกเรียวเล็กของเธอขยับน้อยๆ สูดดมกลิ่นที่ลอยมาแตะ ผมรินกาแฟลงในแก้วเซรามิกใบเดิมอย่างระมัดระวัง บรรจงประคองมันด้วยมือทั้งสองข้างแล้วเดินกลับมาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะทำงานของเธอ โดยเว้นระยะห่างที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้เป็นการล่วงล้ำพื้นที่ส่วนตัวเกินไป "กาแฟครับอาจารย์" ผมวางแก้วลงบนโต๊ะเบาๆ เสียงกระทบกันของเซรามิกดังขึ้นอย่างแผ่วเบา ดร.ไอรีลเงยหน้าขึ้นมองผม แววตาของเธอยังคงมีความระแวดระวังฉายชัด "นี่คืออะไรอีก เซริน? คุณใส่สารเร่งปฏิกิริยาอะไรลงไปในกาแฟของฉันรึเปล่า หรือว่าคุณต้องการให้ฉันเซ็นอนุมัติงบประมาณวิจัยโปรเจกต์บ้าๆ ของคุณกันแน่" ผมหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างสุภาพ "ผมจะกล้าทำแบบนั้นกับอาจารย์ได้อย่างไรครับ นี่เป็นแค่กาแฟสูตรพิเศษที่ผมคำนวณมาแล้วว่า เหมาะกับสภาพร่างกายของอาจารย์ในเวลานานสามชั่วโมงที่ผ่านมาที่สุด" เธอเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มองแก้วกาแฟสลับกับใบหน้าของผม "คำนวณ? กาแฟเนี่ยนะ?" "ใช่ครับ อาจารย์ไม่ได้ดื่มอะไรเลยมาตั้งแต่แปดโมงเช้า อัตราการพิมพ์งานของคุณลดลงแปดเปอร์เซ็นต์ในช่วงชั่วโมงที่ผ่านมา และที่สำคัญที่สุด..." ผมโน้มตัวลงเล็กน้อย ลดเสียงลงกระซิบด้วยน้ำเสียงจริงจัง "โครงสร้างทางเคมีของกาแฟแก้วนี้ จะช่วยลดความดันโลหิตที่เกิดจากความเครียดในการทำงานลงได้ถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ซึ่งหมายความว่า อาจารย์จะใจดีกับผมมากขึ้นในระหว่างการตรวจรายงานวิจัยช่วงบ่ายนี้แน่นอนครับ" ดร.ไอรีลนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ เธอจ้องมองผมด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ความเงียบปกคลุมห้องทดลองอยู่หลายวินาที จนผมเริ่มคิดว่าแผนการคำนวณความน่าจะเป็นของผมอาจจะมีตัวแปรบางตัวที่ผิดพลาดไป แต่แล้ว มือเรียวบางของเธอก็ยื่นออกไปสัมผัสกับหูจับแก้วเซรามิก ความอบอุ่นจากไอระเหยสะท้อนเข้ากับผิวแก้มของเธอจางๆ เธอยกแก้วขึ้นจิบช้าๆ ปรุงรสสัมผัสด้วยความเงียบงัน ดวงตาสีฟ้าอมเทาปิดลงชั่วพริบตาขณะที่รสชาติของกาแฟไหลผ่านลำคอ วินาทีนั้นเอง มุมปากข้างหนึ่งของดร.ไอรีลก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ—รอยยิ้มที่หา ดูได้ยากยิ่ง และปรากฏขึ้นในความทรงจำของลูปเวลาครั้งนี้เป็นครั้งแรก "รสชาติ... ไม่เลวเลยนี่ เซริน" น้ำเสียงของเธออ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด "ดูท่าว่าสมองอัจฉริยะของคุณ จะเอามาใช้ประโยชน์เรื่องไร้สาระแบบนี้ได้ดีจริงๆ นะ" ผมยิ้มรับคำชมนั้นในใจ ความสำเร็จจากการคำนวณปรากฏเป็นตัวเลขสีเขียวเรืองแสงจางๆ ในการมองเห็นของผม: [ภารกิจย่อย: สร้างรอยยิ้มให้อาจารย์ สำเร็จลุล่วง ค่าความสัมพันธ์เพิ่มขึ้น +15%] ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายและอบอุ่นลง จู่ๆ หน้าจอโฮโลแกรมหลักของสถาบันที่ติดตั้งอยู่มุมห้องก็ดับวูบลงพร้อมกันทั้งหมด แสงไฟสีขาวนวลภายในห้องเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานกะพริบถี่รัว เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับฉุกเฉินดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งอาคารวิจัย *ตี๊ด! ตี๊ด! ตี๊ด!* [คำเตือนระดับ SSS: ตรวจพบความผิดปกติของสนามพลังงานควอนตัมจากมิติภายนอก ข้อมูลระบบลูปเวลาทั้งหมดกำลังถูกรีเซ็ตโดยบุคคลปริศนา!] ดร.ไอรีลวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะทันที สีหน้าของเธอกลับมาเคร่งเครียดและเย็นชาในเสี้ยววินาที ดวงตาคู่นั้นหันขวับมามองผมด้วยความตื่นตระหนก "เซริน... นั่นมันไม่ใช่ความผิดพลาดจากการทดลองของเรา!" ประตูกลAของห้องแล็บเลื่อนเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏร่างของเงาสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็น และคำพูดที่ทำให้หัวใจของผมหยุดเต้นไปชั่วขณะ "เจอตัวแล้วล่ะ... ผู้รอดชีวิตจากลูปที่เจ็ดสิบสอง" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกันในบทนี้นะครับ --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกันในบทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบลูปเวลาของผมมันบอกว่าคุณต้องใจดีกับผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%