"ถ้าคุณยังก้าวเท้าซ้ายเข้าไปในเขตสนามพลังความถี่ต่ำนั่นอีกเพียงครึ่งเซนติเมตร ผมเกรงว่าโครงสร้างโมเลกุลในร่างกายของดร.ไอรีลคงจะต้องถูกรีเซ็ตใหม่ให้กลายเป็นผุยผงควอนตัมไปตลอดกาลนะครับ"
น้ำเสียงราบเรียบแต่จริงจังของเซรินดังแทรกขึ้นท่ามกลางเสียงฮัมต่ำของเครื่องเร่งอนุภาคที่สั่นสะเทือนไปถึงกระดูก สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดจากการวนลูปนับร้อยครั้งทำให้มือเรียวคว้าข้อแขนของหญิงสาวไว้ได้ทันท่วงที ก่อนที่ปลายรองเท้าของเธอจะแตะโดนเส้นพรมสีแดงที่กำลังเรืองแสงวาบด้วยอนุภาคประจุลบ
ดร.ไอรีลชะงักฝีเท้า ดวงตาสีฟ้าเข้มภายใต้แว่นตากรอบเงินหันมามองเขาด้วยความไม่พอใจแกмаประหลาดใจเล็กน้อย เธอดึงแขนตัวเองกลับอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว ก่อนจะปัดชายเสื้อกาวน์สีขาวของตนเองเบาๆ
"ฉันไม่ใช่เด็กฝึกงานที่จะต้องให้คุณมาคอยเตือนเรื่องโปรโตคอลความปลอดภัยระดับสามหรอกนะ เซริน" น้ำเสียงของเธอยังคงความเย็นชาตามแบบฉบับ แต่ร่องรอยความตึงเครียดบนหัวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันฟ้องชัดเจนว่าสถานการณ์ตรงหน้าเกินกว่าที่ตำราเล่มไหนในสถาบันจะรับมือไหว
เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสองคือห้องทดลองใต้ดินชั้นที่เจ็ด ซึ่งถูกปิดตายจากระบบส่วนกลางมานานกว่าทศวรรษ อากาศภายในอบอวลไปด้วยกลิ่นอับของสนิม เหล็กกล้า และกลิ่นฉุนประหลาดคล้ายก๊าซโอโซนที่ถูกเผาไหม้ ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาที่สุดไม่ใช่ความทรุดโทรม หากแต่เป็นรอยแยกระดับมิติสีม่วงเข้มขนาดใหญ่กลางห้อง รอยแผลเป็นทางอวกาศนี้กำลังบิดเบือนแรงโน้มถ่วงรอบข้างจนเศษชิ้นส่วนโลหะลอยเคว้งคว้างอย่างไร้ทิศทาง
"ระบบประเมินความน่าจะเป็นกำลังคำนวณครับ... โอกาสที่รอยแยกนี้จะขยายตัวจนเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ทำลายล้างฐานวิจัยทั้งโซนในอีกสิบสองนาทีข้างหน้า อยู่ที่ร้อยละเก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้าเก้า" เซรินพึมพำเบาๆ ขณะที่ดวงตาของเขาฉายแสงสีฟ้าจางๆ จากอินเตอร์เฟซควอนตัมที่ซิงค์เข้ากับเรตินา "และที่แย่ไปกว่านั้นคือ พลังงานที่หล่อเลี้ยงรอยแยกนี้ไม่ได้มาจากธรรมชาติของความผันผวนมิติเวลา แต่มันถูกควบคุมด้วย... ลายเซ็นดิจิทัลบางอย่าง"
ไอรีลหรี่ตาลง เธอย่อตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งใกล้กับแผงวงจรสำรองที่ถูกทำลายครึ่งๆ กลางๆ นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือกันความร้อนแตะลงบนร่องรอยการเชื่อมต่อสายไฟที่ขาดรุ่งริ่ง
"รอยประสานนี้ไม่ใช่ฝีมือของนักวิจัยในสถาบันเรา" เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับความแข็งกร้าวลงเล็กน้อย เจือด้วยความระแวง "การจัดเรียงวงจรแบบนี้... การใช้สนามแม่เหล็กควบแน่นเพื่อเปิดประตูมิติขนาดเล็กโดยไม่ทำลายโครงสร้างโดยรอบ มันเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่สถาบันวิจัยระดับโลกยังใช้เวลาพัฒนาอีกไม่ต่ำกว่ายี่สิบปี"
"ถูกต้องครับ" เซรินก้าวเข้าไปใกล้เธออย่างระมัดระวัง ใช้ไหล่บังกระแสลมมิติที่พัดกระโชกแรงให้ "และถ้าผมเดาไม่ผิด จากฐานข้อมูลที่ระบบลูปเวลาของผมเพิ่งปลดล็อกเงื่อนไขลับเมื่อสามรอบก่อน เทคโนโลยีนี้มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการในเอกสารลับระดับท็อปซีเคร็ทว่า *'โครงการโอทู (Project Ouroboros)'*"
ชื่อนั้นทำให้มือของดร.ไอรีลชะงักค้าง เธอนิ่งเงไปชั่วขณะ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความหนาแน่นของความกดอากาศที่ลดต่ำลง
"คุณรู้อะไรเกี่ยวกับโอทู?" ไอรีลเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างจริงจัง ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่เธอพยายามเก็บซ่อนมาตลอด
"รู้มากกว่าที่คุณคิดครับอาจารย์" เซรินยิ้มเจื่อนๆ ส่งให้ "รู้แม้กระทั่งว่า องค์กรเงานี้ไม่ได้มีแค่ทีมนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง แต่พวกเขามี 'หนอนบ่อนไส้' แทรกซึมอยู่แม้กระทั่งในคณะกรรมการบริหารสูงสุดของสถาบันเรา และพวกเขากกำลังใช้คุณ... ใช้ความอัจฉริยะของคุณในการเป็นสะพานเชื่อมเพื่อดึงพลังงานจากมิติอื่นมาใช้เป็นอาวุธ"
คำพูดของเซรินหนักแน่นราวกับค้อนทุบลงกลางใจ ไอรีลเม้มริมฝีปากแน่น เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ความสูงของเธอจะน้อยกว่าเขาเล็กน้อย แต่รัศมีอณูความกดดันจากความฉลาดและอำนาจหน้าที่ในฐานะหัวหน้านักวิจัยกลับไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย
"ถ้าสิ่งที่คุณพูดเป็นความจริง ทำไมคุณถึงเลือกที่จะบอกฉันคนนี้? ทำไมไม่รายงานสภาความมั่นคงมิติเวลาตั้งแต่ลูปแรก?" เธอถามเสียงเฉียบขาด จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาเพื่อค้นหาความจริง
เซรินถอนหายใจเบาๆ เขายื่นมือออกไปสัมผัสขอบสนามพลังป้องกันที่ไอรีลเกือบเดินชนเมื่อครู่ ปลายนิ้วของเขาเรืองแสงสีทองคำขาวจากการคำนวณความหนาแน่นของอนุภาค
"เพราะในทุกๆ ลูปที่ผ่านมา... ไม่ว่าผมจะเลือกรายงานใครก็ตาม ผลลัพธ์สุดท้ายมีเพียงอย่างเดียวคือความตายของคุณครับ" เซรินหันกลับมาสบตาเธอ ตรงไปตรงมา และไม่มีร่องรอยความขี้เล่นหลงเหลืออยู่เลย "ระบบไม่ได้ส่งผมกลับมาเพื่อกอบกู้โลก แต่มันส่งผมกลับมาเพื่อให้มั่นใจว่า... ในตอนจบของเรื่องนี้ คุณจะยังมีชีวิตอยู่"
หัวใจของดร.ไอรีลกระตุกวูบอย่างหาสเหตุผลไม่ได้ ความอบอุ่นประหลาดแผ่ซ่านผ่านความหนาวเย็นของห้องใต้ดิน ทว่าก่อนที่เธอจะได้กล่าวตอบโต้อะไร เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็สว่างวาบไปทั่วทั้งห้องทดลอง
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!*
หน้าจอโฮโลแกรมหลักที่ดีดตัวขึ้นกลางอากาศโดยอัตโนมัติแสดงข้อความแจ้งเตือนขนาดใหญ่ด้วยตัวอักษรสีเลือด:
**[คำเตือนระดับวิกฤต: ตรวจพบการแทรกแซงจากบุคคลภายนอก]**
**[รหัสผ่านเข้าถึงถูกบังคับปลดล็อกด้วยสิทธิ์ระดับผู้ดูแลระบบสูงสุด]**
**[เป้าหมาย: กำจัดพยานผู้รอดชีวิตทั้งหมดในพื้นที่ 07]**
ทันใดนั้นเอง ประตูเหล็กนิรภัยหนาตันด้านหลังพวกเขาก็ยุบตัวลงด้วยแรงระเบิดมหาศาล ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับร่างของเงาดำนับสิบในชุดเกราะยุทธวิธีล้ำสมัยที่ก้าวเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ และที่น่ากลัวที่สุดคือ สัญลักษณ์รูปงูกินหางที่สลักอยู่บนอกเสื้อเกราะของพวกมัน... มันคือสัญลักษณ์ขององค์กรโอทูตัวจริงเสียงจริง
ไอรีลเบิกตากว้างเมื่อเห็นหัวหน้าหน่วยจู่โจมก้าวออกมาด้านหน้า พร้อมกับยกปืนลำแสงควอนตัมขึ้นเล็งตรงมาที่เธอ
"เจอตัวเป้าหมายแล้ว... คำสั่งจากเบื้องบนคือจับตาย ดร.ไอรีล ส่วนเจ้าหนู่นั่น เก็บไว้สอบปากคำ" เสียงทุ้มต่ำลอดผ่านหน้ากากโลหะฟังดูเย็นเยียบและไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์
เซรินดึงตัวไอรีลให้หลบหลังเสาคอนกรีตเสริมเหล็กได้อย่างเฉียดฉิว พร้อมกับที่ลำแสงความร้อนพุ่งเฉียดหัวพวกเขาไปจนเกิดรอยไหม้เกรียมบนผนัง
มือขวาของเซรินสะบัดออกเบื้องหน้า อินเตอร์เฟซควอนตัมสีฟ้าสว่างวาบขึ้นพร้อมกับการคำนวณวิถีกระสุนและความน่าจะเป็นนับแสนรูปแบบในเสี้ยววินาที ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบลูปเวลากลับดังขึ้นในโสตประสาทของเขา—ไม่ใช่เสียงเตือนภัยปกติ แต่เป็นเสียงระฆังดังกังวานที่เยือกเย็นและทรงพลังยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
**[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการตื่น 0% ของเป้าหมายลับระดับ SSS - 'ผู้คุมประตูมิติ' กำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากเบื้องลึกของรอยแยก]**
**[ภารกิจบังคับ: ปกป้อง ดร.ไอรีล จากการโจมตีระลอกแรก และหาทางปิดรอยแยกระดับมิติภายใน 180 วินาที]**
**[เงื่อนไขล้มเหลว: รีเซ็ตเวลาทั้งระบบ และสูญเสียความทรงจำของดร.ไอรีลไปตลอดกาล]**
เซรินหันไปมองไอรีลที่กำลังเตรียมดึงปืนเลเซอร์สำรองออกจากกระเป๋าเสื้อกาวน์ แววตาของเธอมุ่งมั่นและไร้ความหวาดกลัว ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก รอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจอันน่าหมั่นไสวกลับมาประดับบนใบหน้าของเขาอีกครั้ง แม้สถานการณ์จะแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตายก็ตาม
"ดูเหมือนว่าพวกเราคงไม่มีเวลามานั่งปรับความเข้าใจกันยาวๆ แล้วล่ะครับอาจารย์" เซรินกระซิบเบาๆ ข้างหูเธอ พร้อมกับชักมีดพลังงานแสงออกจากซองข้างเอว "จับมือผมไว้ให้แน่นๆ นะครับ... เพราะรอบนี้ ผมไม่มีทางยอมให้คุณตายต่อหน้าผมเป็นครั้งที่ร้อยสองแน่"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกันในบทนี้นะครับ
ระบบลูปเวลาของผมมันบอกว่าคุณต้องใจดีกับผม•ตอนที่ 6
ความลับในห้องทดลองใต้ดิน
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบลูปเวลาของผมมันบอกว่าคุณต้องใจดีกับผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!