ระบบลูปเวลาของผมมันบอกว่าคุณต้องใจดีกับผม•ตอนที่ 11

รอยร้าวในห้วงเวลา

ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานสาดสะท้อนลงบนนัยน์ตาคู่คมของเซริน จนทำให้โครงหน้าเรียบนิ่งของเขาย้อมไปด้วยบรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัว เสียงสังเคราะห์จากควอนตัมคอมพิวเตอร์หลักส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูงเกินกว่าระดับความปลอดภัยติดต่อกันเป็นครั้งที่เจ็ด และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เขาก็รู้ได้ทันทีว่าการคำนวณความน่าจะเป็นนับล้านรูปแบบที่เขาเคยพยายามจำลองขึ้นเมื่อสองชั่วโมงก่อน ได้พังทลายลงอย่างไม่เหลือชิ้นดี "เซริน! สถานีควอนตัมกำลังจะเกินขีดจำกัดความเสถียรแล้วนะ!" เสียงของดร.ไอรีลดังแทรกผ่านเสียงสัญญาณเตือนภัยเข้ามา ใบหน้าสวยคมของนักวิทยาศาสตร์สาวมือหนึ่งแห่งสถาบันวิจัยมิติเวลาเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและความเคร่งเครียด มือเรียวบางของเธอกำลังรัวแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดแสงเพื่อพยายามตรึงเสาเข็มพลังงานมิติไม่ให้หลุดจากการควบคุม แต่ทว่า... มันสายเกินไปแล้ว รอยแยกระดับมิติที่อยู่เบื้องหน้าพวกเขากำลังฉีกกว้างขึ้น ราวกับรอยร้าวบนกระจกที่ถูกค้อนมหึมาทุบซ้ำ แรงดันอากาศภายในห้องปฏิบัติการลดฮวบลงจนแก้วกาแฟบนโต๊ะสั่นสะเทือนและตกลงมาแตกกระจาย เซรินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เขากวาดสายตาผ่านหน้าต่างกระจกใสหนาพิเศษเพื่อมองออกไปยังลานกว้างด้านนอกของสถาบัน แรงโน้มถัดจากรอยแยกมิติเริ่มบิดเบี้ยววัตถุรอบข้างจนลอยเคว้งคว้าง ท้องฟ้าเหนือสถาบันวิจัยที่เคยเป็นสีคราม กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มอมดำ และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือ เสียงหึ่งต่ำๆ ที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วกระดูก ซึ่งบ่งบอกว่ามวลสารจากห้วงเวลาอื่นกำลังไหลทะลักเข้ามา "อาจารย์ครับ ถอยออกมาก่อน" เซรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท แม้ภายในใจสมองของเขาจะกำลังประมวลผลด้วยความเร็วสูงสุดเพื่อหาทางรอดก็ตาม "ถอยไม่ได้! ถ้าปล่อยให้แกนพลังงานนี้ระเบิด แรงปะทะจะลบพื้นที่รัศมีสิบกิโลเมตรให้หายไปจากแผนที่ แถมยังสร้างหลุมดำขนาดจิ๋วที่จะดูดกลืนลูปเวลานี้ให้ติดอยู่ในความว่างเปล่าชั่วนิรันดร์!" ดร.ไอรีลหันมาตวาดกลับ ดวงตาคู่สวยฉายแววเด็ดเดี่ยวและดื้อรั้นอย่างที่เธอมักจะเป็นเสมอเวลาที่เธอต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตอันตราย เซรินมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น เขารู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้เก่งกาจและดื้อดึงเพียงใด แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้ด้วยว่าระบบลูปเวลาที่ผูกพันอยู่กับชีวิตของเขา กำลังส่งสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดที่มนุษย์ไม่ควรจะต้องเผชิญหน้า *[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบความผิดปกติระดับ SSS]* *[เงื่อนไขบังคับ: รอยแยกระดับมิติขยายตัวเกิน 87.5% ความน่าจะเป็นในการรอดชีวิตของเป้าหมายหลัก (ดร.ไอรีล) ลดลงเหลือ 0.00%]* *[คำสั่งฉุกเฉิน: ผู้ใช้ต้องดำเนินการ "เสียสละตนเอง" เพื่อรีเซ็ตลูปเวลา หรือเลือกเส้นทางเลือกที่สองที่ยังไม่เคยถูกทดสอบ]* ข้อความสีแดงฉานเหล่านั้นปรากฏขึ้นตรงหน้าเซริน แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เขากังวล สิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวคือ ตัวเลขความน่าจะเป็นที่ปรากฏขึ้นบนจอตาของเขาต่างหาก... ครั้งนี้ ระบบไม่ได้ให้ทางเลือกที่ง่ายดายเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา "เซริน... นายกำลังคิดจะทำอะไร?" ดร.ไอรีลชะงักมือจากการพิมพ์ เมื่อเห็นรอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของชายหนุ่ม รอยยิ้มที่เธอเกลียดนักเกลียดหนา เพราะมันมักจะมาพร้อมกับแผนการบ้าบิ่นที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเธอเสมอ "ผมก็แค่... กำลังคิดว่าบางครั้ง การเป็นคนดีตามที่ระบบต้องการ มันก็ไม่ได้แปลว่าเราต้องยอมทำตามกฎทุกข้อหรอกนะครับ" เซรินพูดพลางปลดล็อกระบบป้องกันชุดเกราะควอนตัมของตนเองออกครึ่งหนึ่ง แสงสีฟ้าครามจากเครื่องกำเนิดพลังงานส่วนตัวสطว่างวาบขึ้นรอบตัวเขา "นายบ้าไปแล้วหรือไง! นั่นมันหมายความว่านายอาจจะสูญหายไปจากห้วงเวลาอย่างถาวรนะ! ลูปเวลาจะไม่สามารถบันทึกตัวตนของนายได้อีก!" ดร.ไอรีลพุ่งตัวเข้าไปคว้าแขนเสื้อของเขาไว้ แรงดึงนั้นหนักหน่วงและสั่นเทาเล็กน้อย มือของเธอเย็นเฉียบจนเซรินสัมผัสได้ผ่านเนื้อผ้า เซรินก้มลงมองมือเรียวที่กำลังกำแขนเขาแน่น เขารู้สึกได้ถึงความหวาดกลัวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็นของอาจารย์สาวคนนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเธอลืมภาพลักษณ์ผู้เชี่ยวชาญผู้ไร้เทียมทาน แล้วเหลือเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังหวาดกลัวการสูญเสีย "อาจารย์จำที่ผมเคยบอกได้ไหมครับ... ว่าทุกครั้งที่ผมย้อนเวลากลับมา สิ่งเดียวที่ผมไม่เคยคำนวณพลาดเลยก็คือ..." เซรินเว้นจังหวะ เลื่อนมือไปกุมมือของเธอเบาๆ เพื่อถ่ายทอดความอบอุ่นผ่านถุงมือเซนเซอร์ "ความตั้งใจที่จะปกป้องอาจารย์ยังไงล่ะครับ" "เซริน—!" ก่อนที่ดร.ไอรีลจะได้เอ่ยทัดทานอะไรไปมากกว่านั้น เซรินก็สะบัดตัวหลุดจากการจับกุมพร้อมกับพุ่งทะยานเข้าหารอยแยกระดับมิติที่กำลังหมุนวนด้วยความเร็วสูง ร่างของเขากลายเป็นลำแสงสีฟ้าที่ตัดผ่านความมืดมิดของห้องปฏิบัติการ ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของสัญญาณเตือนภัยระดับ SSS ที่ดังระդมราวกับเสียงระฆังแห่งความตาย เขารู้ดีว่าการกระทำครั้งนี้มีความเสี่ยงสูงเกินกว่าที่สมองมนุษย์จะรับไหว หากเขาคำนวณองศาการปะทะพลาดไปเพียงเสี้ยววินาที ร่างกายของเขาจะถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ในระดับอนุภาคควอนตัม และวิญญาณหรือข้อมูลจิตสำนึกของเขาจะถูกกลืนหายไปในห้วงเวลาอนันต์อย่างไร้ตัวตน แต่ทว่า... ในวินาทีที่เขาพุ่งเข้าประชิดใจกลางรอยแยกมิติที่มีพลังงานมหาศาลกดทับ สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่หลังม่านพลังงานนั้น มันไม่ใช่ความว่างเปล่า... และไม่ใช่ความหายนะ เงาร่างของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีเงินยวดยวงกำลังยืนอยู่ท่ามกลางมิติที่บิดเบี้ยว ดวงตาคู่นั้นจ้องมองตรงมาที่เซริน ราวกับกำลังรอคอยการมาเยือนของเขามานานแสนนานแล้ว และริมฝีปากของเงาร่างนั้นก็ขยับกล่าวคำพูดไร้เสียงที่อ่านได้ความว่า: *"ในที่สุด... นายก็หาทางมาถึงจุดนี้จนได้นะ, ตัวฉันเอง"* สิ้นเสียงสะท้อนในหัว ระบบควอนตัมทั้งหมดก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ หน้าจอโฮโลแกรมทุกตัวกลายเป็นสีดำสนิท ความเงียบงันเข้าปกคลุมทุกตารางนิ้ว ก่อนที่หน้าจอสีทองอร่ามที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนจะสว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ทำให้ลมหายใจของเซรินต้องสะดุดกึก *[คำเตือนระดับ Omega: ตรวจพบการแทรกแซงจากอนาคต... ปลดล็อกความทรงจำที่ถูกปิดตาย และผู้บุกรุกตัวจริงกำลังก้าวข้ามผ่านประตูมิติมาแล้ว]* ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและร่วมลุ้นไปกับบทนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบลูปเวลาของผมมันบอกว่าคุณต้องใจดีกับผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%