"ค่าความหนาแน่นของอนุภาคโครโนว์ในห้องนี้ สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยถึงสามร้อยเปอร์เซ็นต์... ดร.ไอรีลครับ ถ้าเรายังคงยืนประชิดกันในระยะห่างไม่ถึงสิบเซนติเมตรเช่นนี้ ผมเกรงว่าสมการความน่าจะเป็นในการรอดชีวิตของสติสัมปชัญญะผม อาจจะลดลงจนเข้าใกล้ศูนย์เร็วกว่าที่คาดไว้นะครับ"
เซรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าดวงตาคมกริบกลับสะท้อนภาพหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าครามที่กำลังกะพริบเตือนรัวระทด ท่ามกลางห้องปฏิบัติการวิจัยมิติเวลาใต้ดินชั้นที่เจ็ด ความเงียบงันและอุณหภูมิที่ลดต่ำลงอย่างกะทันหันทำให้บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความกดดันอันน่าอึดอัด กลไกเฟืองเวลาขนาดมหึมาที่ฝังอยู่ใต้พื้นกระจกใสกำลังหมุนวนด้วยความเร็วดิบเถื่อน เสียงโลหะกระทบกันดัง *กริ๊ก... กริ๊ก...* เป็นจังหวะเดียวกับเสียงชีพจรของพวกเขาสองคนที่เต้นระรัวอยู่ในอก
เบื้องหน้าของเขาคือ ดร.ไอรีล นักวิทยาศาสตร์สาวมือหนึ่งผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชา ดุ และไม่เคยแสดงความหวั่นไหวให้ใครเห็น ทว่าในยามนี้ แว่นניתขอบทองที่เธอมักสวมใส่เพื่อปกปิดแววตากลับถูกถอดวางไว้บนโต๊ะทำงานใกล้ตัว เรือนผมสีเงินยวงที่มักรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อย บัดนี้กลับมีปอยผมคลอเคลียอยู่ข้างแก้มขาวนวลที่ขึ้นสีระเรื่อจางๆ จากความร้อนของเครื่องยนต์ควอนตัมที่ระบายความร้อนไม่ทัน
มือเรียวบางของเธอยังคงตรึงอยู่กับแผงควบคุมหลักเพื่อพยายามบล็อกเกอร์ลูปเวลาที่กำลังจะเริ่มทำงานรอบใหม่ แต่เพราะแรงกระชากจากความผิดพลาดของพลังงานมืด ทำให้ร่างของทั้งคู่ถูกเหวี่ยงเข้ามาแนบชิดกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในพื้นที่จำกัด
"เงียบปากไปเลยนะ เซริน... นายคิดว่าใครเป็นคนสร้างความปั่นป่วนนี้ตั้งแต่แรกกันล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะแผนการอันแสนจะบ้าระห่ำของนาย ที่คำนวณความเสี่ยงพลาดไปจุดหนึ่งจนทำให้ระบบรีเซ็ตตัวเองแบบนี้ ฉันคงไม่ต้องมาติดแหง็กอยู่กับนายในสถานการณ์น่ารำคาญแบบนี้หรอก"
เสียงหวานที่มักจะดุว่าเขาด้วยความราบเรียบในยามปกติ กลับสั่นเครือเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นจางๆ ของกาแฟคั่วและโอโซนจากเตาปฏิกรณ์ พัดผ่านปลายจมูกของเซริน ทำให้ชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความรอบคอบและคำนวณทุกความเป็นไปได้ในจักรวาล ชะงักงันไปชั่วขณะ
สมการควอนตัมในหัวของเขาที่เคยวิ่งด้วยความเร็วสูงเพื่อหาทางแก้ปัญหา กลับสะดุดกึกอย่างไร้สาเหตุ
เซรินมองลึกลงไปในดวงตาสีมรกตคู่สวยที่กำลังหลบเลี่ยงการสบตา เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไปแบบนี้ ระบบจะทำการซิงโครไนซ์คลื่นสมองของพวกเขา และนั่นหมายความว่าความลับทุกอย่างที่เขาซ่อนไว้หลังรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ รวมถึง 'ความรู้สึก' ที่ระบบลูปเวลาคอยกระซิบเตือนอยู่ทุกค่ำคืน จะต้องถูกเปิดเผยออกมาอย่างแน่นอน
แต่บางครั้ง... กฎเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ก็พ่ายแพ้ให้กับแรงดึงดูดที่อยู่นอกเหนือการคำนวณ
"ผมไม่ได้พลาดหรอกครับ ดร.ไอรีล..." เซรินกระซิบเบาๆ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลขึ้นอย่างประหลาด จนกระทั่งเจ้าตัวยังแปลกใจ "ในทุกๆ ลูปเวลาที่ผ่านมา... ไม่ว่าผมจะคำนวณความน่าจะเป็นสักกี่หมื่นครั้ง หรือลองผิดลองถูกมาแล้วกี่ร้อยรอบ ผลลัพธ์สุดท้ายในสมการของผม ก็ยังมีตัวแปรเพียงตัวเดียวเท่านั้นที่สำคัญที่สุด"
ไอรีลชะงักมือที่กำลังกดแป้นพิมพ์ เธองุดใบหน้าลงเล็กน้อยเพื่อซ่อนความร้อนผ่าวที่ลามเลียจากลำคอขึ้นมาถึงใบหู "วะ... What? นายกำลังพูดเรื่องไร้สาระอะไรอีก เซริน ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาเล่นลิ้นนะ ระบบกำลังจะ..."
"ตัวแปรตัวนั้น... คือคุณครับ"
คำพูดนั้นหลุดออกจากปากของเซรินด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ แต่กลับหนักแน่นจนก้องกังวานในความเงียบงัน เขากล่าวออกไปโดยไม่ทันได้ประเมินผลกระทบทางจิตวิทยา เพราะแรงกดดันจากบรรยากาศรอบตัวและกลิ่นหอมจางๆ จากเรือนร่างของอาจารย์สาว มันรุนแรงเกินกว่าที่อัลกอริทึมการป้องกันตัวใดๆ จะรับมือไหว
ดร.ไอรีลเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย เธอนิ่งค้างไปราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว ริมฝีปากบางเฉียบเผยอขึ้นน้อยๆ ด้วยความตกใจ ใบหน้าเนียนใสที่เคยนิ่งสนิทดั่งน้ำแข็งขั้วโลก บัดนี้กลับแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาสีมรกตสั่นไหวระริกราวกับดวงดาวที่หลุดออกจากวงโคจร
"นะ... นาย... พูดบ้าอะไรออกมา! เซริน!" น้ำเสียงที่พยายามจะดุกลับขาดห้วงและสั่นพร่าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
เซรินเองก็เพิ่งรู้ตัวว่าเผลอพูดอะไรออกไป ชายหนุ่มกะพริบตาปริบๆ สมองส่วนหน้าทำงานอย่างหนักหน่วงเพื่อหาข้อแก้ตัว แต่มันสายเกินไปเสียแล้วเมื่อหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าเปลี่ยนจากสีฟ้าครามเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังขึ้นทำลายความเงียบ
[ตรวจพบการปลดล็อกเงื่อนไขพิเศษ: 'คำสารภาพจากใจจริง' (Confession of the Quantum Heart)]
[ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร: เซริน และ ดร.ไอรีล พัฒนาสู่ระดับ S (Synergy Resonance 100%)]
[คำเตือน: พลังงานโครโนว์ทะยานเกินขีดจำกัด การเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้...]
ก่อนที่เซรินจะได้เอ่ยคำแก้ตัวใดๆ ออกมาเพื่อลดความกระอักกระอ่วน ประตูกลางห้องปฏิบัติการนิรภัยที่ควรจะถูกล็อกด้วยรหัสผ่านระดับสูงสุด กลับส่งเสียงปลดล็อก *คลิก* ดังสนั่น ท่ามกลางควันสีขาวที่พวยพุ่งออกมาจากช่องระบายความร้อน ร่างเงาปริศนาของใครบางคนก็ก้าวเท้าเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งทันที
"โอ๊ะ... ดูเหมือนว่าฉันจะเข้ามาขัดจังหวะช่วงเวลาสำคัญของ 'คู่รักนักคำนวณ' เข้าสินะครับ ดร.ไอรีล... และคุณเซริน"
ดวงตาของเซรินหรี่แคบลงทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ที่ก้าวเข้ามาใหม่ ขณะที่ไอรีลรีบผละออกจากอ้อมแขนของเขาด้วยใบหน้าที่ยังคงแดงก่ำ หัวใจของทั้งคู่เต้นระทึกไม่เป็นจังหวะเมื่อตระหนักว่า... บุคคลผู้นี้ไม่ควรจะมีตัวตนอยู่ในลูปเวลานี้อย่างเด็ดขาด!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและร่วมลุ้นไปกับบทนี้ด้วยกันนะครับ
ระบบลูปเวลาของผมมันบอกว่าคุณต้องใจดีกับผม•ตอนที่ 10
คำสารภาพที่ไม่ได้ตั้งใจ
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบลูปเวลาของผมมันบอกว่าคุณต้องใจดีกับผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!