ระบบลูปเวลาของผมมันบอกว่าคุณต้องใจดีกับผม•ตอนที่ 32

ช่วงเวลาพักผ่อนอันแสนอบอุ่น

ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
กลิ่นอายจางๆ ของโอโซนสังเคราะห์และไอน้ำบริสุทธิ์จากระบบปรับอากาศระดับมหภาค ลอยอวลกระทบปลายประสาททันทีที่ประตูห้องนิรภัยชั้นที่เจ็ดปิดสนิทลง เสียงคำรามต่ำของเครื่องยนต์ขับเคลื่อนสถานีอวกาศลอยละลิ่วอยู่เบื้องล่าง กลกลืนไปกับความเงียบสงบอันหาได้ยากยิ่งในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา เซรินผ่อนลมหายใจยาวเหยียด แผ่นหลังบางแนบชิดไปกับราวกันตกโลหะผสมไทเทเนียมบนสวนลอยฟ้าเซกเตอร์ 4 สายตาคู่คมกวาดมองพรรณไม้เรืองแสงสายพันธุ์ดัดแปลงพันธุกรรมที่กำลังทอประกายสีฟ้าอ่อนรับกับแสงดาวระยิบระยับจากห้วงอวกาศเบื้องนอก ความตึงเครียดจากการคำนวณตัวเลขความน่าจะเป็นนับล้านบรรทัดในสมองเมื่อไม่กี่นาทีจมดิ่งลงสู่ความผ่อนคลายอย่างช้าๆ "การยืนรับลมเย็นๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่เกือบจะไร้ซึ่งแรงโน้มถ่วงแบบนี้ ช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจลงได้ถึงสิบสองจุดสามเปอร์เซ็นต์เลยนะครับ... อาจารย์ว่าอย่างนั้นไหมครับ" เซรินเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นด้วยน้ำเสียงเรื่อยเปื่อย ดวงตาสีเข้มเหลือบมองร่างระหงในชุดคลุมปฏิบัติการสีขาวสะอาดตาที่ยืนอยู่เคียงข้าง ดร.ไอรีลไม่ได้หันมามองในทันที เปลือกตาส่งประกายเรียบนิ่งทอดมองไปยังหมู่ดาวเบื้องหน้า นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือแพทย์กำลังหมุนแหวนโลหะประจำตำแหน่งนักวิจัยบนนิ้วนางซ้ายอย่างเหม่อลอย ก่อนที่ริมฝีปากบางเฉียบจะขยับตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามสไตล์ของเจ้าตัว "ถ้าสมองของนายยังว่างพอจะมานั่งคำนวณสถิติปลอมๆ เหล่านี้ได้ แสดงว่าพลังงานควอนตัมที่รั่วไหลในห้องควบคุมหลักเมื่อครู่ คงยังสร้างความเสียหายให้เซลล์ประสาทของนายไม่มากพอสินะ เซริน" น้ำเสียงนั้นแม้จะเจือแววติติงตามวิสัยของอาจารย์ผู้เข้มงวด ทว่ามุมปากข้างซ้ายที่ยกขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่ตั้งใจ กลับไม่สามารถตบตาเซรินผู้เชี่ยวชาญด้านการอ่านภาษากายและการคำนวณความน่าจะเป็นทางอารมณ์ได้เลยแม้แต่น้อย "โธ่ อาจารย์ก็... คนเราย่อมต้องมีช่วงเวลาที่ต้องการพลังงานเสริมเพื่อเติมเต็มประสิทธิภาพในการทำงานบ้างสิครับ" เซรินส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ตามแบบฉบับ ก่อนจะยื่นกระป๋องเครื่องดื่มอุ่นๆ ที่เพิ่งหยิบมาจากตู้จำหน่ายอัตโนมัติเมื่อครู่ให้ "ชาสมุนไพรสกัดจากดาวเทอร์ราซีสครับ ช่วยปรับสมดุลความดันโลหะและลดความล้าของระบบประสาทได้ดีเยี่ยม การันตีด้วยผลการทดลองจากตัวผมเองในลูปที่สามสิบแปดเลยนะครับ" ไอรีลชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตมองกระป๋องในมือของเด็กหนุ่มสลับกับใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มอย่างพินิจพิจารณา หญิงสาวถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างจนใจ ก่อนจะยื่นมือเรียวออกไปรับมันมาถือไว้ ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านผ่านผิวโลหะช่วยบรรเทาความหนาวเย็นของบรรยากาศรอบตัวลงได้ในพริบตา "นายเนี่ยนะ... ไม่ว่าจะผ่านมากี่ลูป หรือสถานการณ์จะวิกฤตแค่ไหน นิสัยชอบยัดเยียดของกินแปลกๆ ให้คนอื่นนี่ก็ยังไม่เคยเปลี่ยนเลยสักครั้ง" ถึงกระนั้น เธอก็ยอมจิบชาอุ่นนั้นลงไปอึกใหญ่ "เพราะผมรู้ว่าถ้าปล่อยให้อาจารย์เครียดกับสมการกู้ภัยนานเกินไป คนที่จะต้องมารับมือกับอารมณ์แปรปรวนตอนที่ระบบรีเซ็ต ก็คือตัวผมเองในลูปถัดไปน่ะสิครับ" เซรินหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคู่เดิมทอดมองออกไปไกลโพ้น "อีกอย่าง... เราไม่ได้มีโอกาสมายืนชมวิวแบบนี้ด้วยกันนานเท่าไหร่แล้วนะนับตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์นี้" บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลงอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและเสียงซัดส่ายของใบไม้เรืองแสงที่ถูกสายลมจำลองพัดไหว ทั้งสองคนยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กันอยู่ ณ จุดสูงสุดของสถานีวิจัย เบื้องล่างคือมหานครลอยฟ้าที่ส่องประกายระยิบระยับราวกับเพชรนิลจินดาที่ถูกโปรยปรายลงบนผืนผ้าใบสีดำสนิทของจักรวาล มันเป็นช่วงเวลาสโลว์ไลฟ์ที่หาได้ยากยิ่ง เปรียบเสมือนโอเอซิสกลางทะเลทรายอันแห้งแล้งของความตายและการวนซ้ำในลูปเวลาอันไม่มีที่สิ้นสุด "เซริน..." เสียงหวานของอาจารย์สาวเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ น้ำเสียงของเธอมิได้มีความเยชาชาหรือดุดันหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความจริงจังที่เจือความกังวลจางๆ "ครับ?" เซรินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ตั้งใจรอฟัง "ถ้า... สมมติว่าในท้ายที่สุดแล้ว เราสามารถแก้ไขความผิดพลาดทั้งหมดในระบบลูปเวลานี้ได้สำเร็จ ตัวแปรทุกอย่างกลับเข้าสู่สมการที่ถูกต้อง และสถานีแห่งนี้กลับคืนสู่ภาวะปกติ..." ไอรีลเว้นจังหวะไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยหันมาสบประสานกับนัยน์ตาของเด็กหนุ่มอย่างตรงไปตรงมา "นาย... มีแผนจะทำอะไรต่อไปล่ะ" คำถามนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เซรินรับรู้ได้ถึงคลื่นพลังงานความกังวลที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ การคำนวณความน่าจะเป็นในสมองของเขาเริ่มทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อหาคำตอบที่เหมาะสมที่สุด ทว่าในครั้งนี้ เขากลับเลือกที่จะปิดระบบประมวลผลอัตโนมัติลง แล้วตอบออกไปด้วยความรู้สึกที่กลั่นกรองมาจากก้นบึ้งของหัวใจ "คำถามยากเหมือนกันนะครับเนี่ย..." เซรินยิ้มบางๆ สายตาเบนกลับไปมองหมู่ดาว "ตลอดเวลาที่ผ่านมา สมองของผมถูกโปรแกรมให้คิดแค่ว่าจะรอดชีวิตในอีกสิบวินาทีข้างหน้าอย่างไร จะหลบเลี่ยงความตายในลูปถัดไปแบบไหน จนแทบจะลืมคิดถึงคำว่า 'อนาคตหลังจบเรื่องนี้' ไปเสียสนิทเลยล่ะครับ" เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับอาจารย์สาวอย่างเต็มตัว ระยะห่างระหว่างพวกเขานั้นใกล้เสียจนสามารถได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรำไปพร้อมกับจังหวะของห้วงอวกาศ "แต่ถ้าให้ผมเลือกจริงๆ ล่ะก็..." เซรินเว้นวรรค น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยต่อด้วยความจริงจังอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก "ผมคงอยากจะตื่นขึ้นมาในตอนเช้า โดยที่ไม่มีเสียงแจ้งเตือนภารกิจสีแดงฉานจากระบบลูปเวลา ไม่มีสมการความตายรอให้แก้ และไม่มีความกดดันใดๆ ทั้งสิ้น..." เซรินยื่นมือออกไปอย่างช้าๆ ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับกลุ่มผมสีเงินยวงที่พลิ้วไหวไปตามแรงลมเบาๆ อย่างถือวิสาสะ ท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันทำให้อายรีลสะดุ้งเล็กน้อย ทว่าเธอกลับไม่ได้ถอยหนี "...แล้วก็คงจะเดินไปที่ห้องทำงานเดิม ดื่มกาแฟรสชาติแย่ๆ ที่อาจารย์ชงทิ้งไว้ แล้วก็บอกกับอาจารย์ว่า... วันนี้ท้องฟ้าข้างนอกสวยดีนะ ครับ" ดวงตาของดร.ไอรีลเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เธอนิ่งอึ้งไปกับคำตอบที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังนั้น ก่อนที่ใบตหน้าขาวเนียนจะค่อยๆ เจือด้วยรอยสีแดงระเรื่ออย่างควบคุมไม่อยู่ ซึ่งถือเป็นภาพที่หาดูได้ยากยิ่งในรอบสิบปีของสถาบันวิจัย "นายมัน... เจ้าเล่ห์จริงๆ เซริน" เธอพึมพำเบาๆ พร้อมกับเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่ระบายอยู่บนใบหน้า "นั่นมันไม่ใช่แผนการในอนาคตที่ยิ่งใหญ่อะไรเลยสักนิด" "แต่มันเป็นอนาคตที่ผมอยากให้เกิดขึ้นมากที่สุดในจักรวาลนี้นะครับ..." เซรินเอ่ยแย้งด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ดวงตาคู่คมเป็นประกายระยิบระยับยิ่งกว่าหมู่ดาวเบื้องบน "เพราะทุกๆ ลูปที่ผมต้องย้อนกลับมา เหตุผลเดียวที่ทำให้ผมยังคงก้าวเดินต่อไปได้โดยไม่สติแตกไปเสียก่อน... ก็คือการได้เห็นว่าอาจารย์ยังคงปลอดภัยและยืนอยู่เคียงข้างผมแบบนี้นี่แหละครับ" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ชั่วขณะ ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในอกท่ามกลางความหนาวยะเยือกของอวกาศ ทั้งสองคนสบตากันเนิ่นนานโดยไม่มีใครเอ่ยคำใดออกมาอีก ปล่อยให้ความเงียบอันลึกซึ้งทำหน้าที่สื่อสารความรู้สึกที่แท้จริงระหว่างกัน ทว่า ในวินาทีที่ความอบอุ่นกำลังโอบล้อมหัวใจของคนทั้งคู่เอาไว้จนแทบจะหลอมละลาย ทันใดนั้นเอง... *ตี๊ด! ตี๊ด! ตี๊ด!* เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับความรุนแรงสูงสุดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งเซกเตอร์ 4 แสงไฟนีออนสีฟ้าอบอุ่นภายในสวนลอยฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานกะพริบถี่รัวอย่างบ้าคลั่ง แรงสั่นสะเทือนมหาศาลพุ่งทะยานขึ้นมาจากพื้นเบื้องล่างจนราวกันตกสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานนับร้อยจอดีดตัวขึ้นกลางอากาศโดยไม่10.ต้องการคำสั่ง ระบบควอนตัมอัจฉริยะส่งเสียงแจ้งเตือนด้วยโทนเสียงเย็นเยียบที่สลักความจริงอันโหดร้ายลงบนโสตประสาท [แจ้งเตือนด่วนจากระบบหลัก: ตรวจพบการแทรกแซงมิติเวลาจากบุคคลภายนอกที่ไม่ระบุตัวตน] [ลำดับความสำคัญ: ระดับ SSS - วิกฤตการณ์ล่มสลายข้ามจักรวาล] [ตรวจพบการใช้งานรหัสผ่านระดับผู้ดูแลระบบสูงสุด... *รหัสผ่านตรงกับข้อมูลชีวมิติของ ดร.ไอรีล*] เซรินชะงักกึก รอยยิ้มอบอุ่นเมื่อครู่เลือนหายไปจากใบหน้าในเสี้ยววินาที สมองอัจฉริยะคำนวณความเป็นไปได้ทั้งหมดด้วยความเร็วสูงลิ่ว ก่อนที่เขาจะหันขวับกลับไปมองหญิงสาวข้างกาย ทว่า สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาหาใช่แววตาแห่งความกังวลหรือความตกใจของอาจารย์สาวที่เขารู้จักอีกต่อไป... ดร.ไอรีลยืนนิ่งสนิท ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นว่างเปล่า เย็นชา และไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ เช่นเดียวกับมุมปากที่ยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็นที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนในทุกๆ ลูปที่ผ่านมา "น่าเสียดายจริงๆ นะ เซริน..." เสียงหวานใสเอ่ยออกมาด้วยโทนเสียงที่เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน "ช่วงเวลาพักผ่อน... จบลงเพียงเท่านี้แหละ" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง สนับสนุน และส่งกำลังใจให้เซรินกับอาจารย์ไอรีลมาจนถึงบทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบลูปเวลาของผมมันบอกว่าคุณต้องใจดีกับผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%