ระบบลูปเวลาของผมมันบอกว่าคุณต้องใจดีกับผม•ตอนที่ 31

แผนการซ่อมแซมหัวใจและมิติ

ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
"ความน่าจะเป็นที่ตัวเลขชุดนี้จะเกิดความผันผวนย้อนกลับในลูปถัดไป... สูงถึงเจ็ด puluh เก้าจุดแปดเปอร์เซ็นต์ครับ" เสียงพึมพำลอดผ่านริมฝีปากที่แห้งผากของผม พร้อมกับปลายนิ้วที่ยังคงรัวแป้นพิมพ์โฮโลแกรมด้วยความเร็วสูง แสงสีฟ้าครามจากหน้าต่างคำนวณนับร้อยจอสะท้อนลงบนแว่นตาออปติคัลของผมจนแทบจะกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน ห้องปฏิบัติการใต้ดินของสถาบันวิจัยมิติเวลาในยามวิกาลเงียบสงัดจนได้ยินกระทั่งเสียงฮัมของเตาปฏิกรณ์ควอนตัมที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกับหัวใจที่เหนื่อยล้าของผม นี่คือลูปที่สิบสี่ของวัน และเป็นลูปที่สามร้อยยี่สิบแปดนับตั้งแต่เราเริ่มโครงการซ่อมแซมโครงข่ายมิติเวลาที่กำลังจะล่มสลาย "ถ้าคุณยังไม่ยอมหยุดพักและคำนวณด้วยความเร็วระดับนั้นต่อไปอีกสิบนาที เซลล์ประสาทในสมองส่วนหน้าของคุณอาจจะเกิดอาการ Overheat จนต้องรีเซ็ตความทรงจำก่อนที่จะได้กู้ระบบเสียอีกนะครับ เซริน" น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความกังวลระคนดุเล็กน้อยดังขึ้นข้างกาย พร้อมกับไออุ่นจางๆ ของชาคาโมมายล์ที่ถูกเลื่อนเข้ามาวางไว้บนโต๊ะทำงาน แก้วเซรามิกสีขาวส่งกลิ่นหอมกรุ่นตัดกับความเย็นเยียบของอากาศรอบตัว ดร.ไอรีลยืนกอดอกอยู่ตรงนั้น เสื้อกาวน์สีขาวของเธอยับย่นเล็กน้อยจากการทำงานหามรุ่งหามค่ำมาหลายวัน ดวงตาสีเทาคู่สวยภายใต้กรอบแว่นมองตรงมาที่ผมด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา—มันไม่ใช่สายตาของอาจารย์ผู้ควบคุมระเบียบวินัยที่เข้มงวดอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นความห่วงใยที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่ง ผมละสายตาจากหน้าจอหลักชั่วขณะ หันไปมองเธอแล้วส่งยิ้มบางๆ ให้ "อาจารย์กำลังเป็นห่วงผมอยู่หรือเปล่าครับเนี่ย?" ไอรีลชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตไหววูบก่อนที่เธอจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิม "อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลย เซริน ฉันแค่ไม่อยากให้ห้องปฏิบัติการนี้ต้องมีภาระงานเพิ่มจากการที่นักคำนวณอัจฉริยะสมองเสื่อมไปเสียก่อน ดื่มซะ... แล้วค่อยทำงานต่อ" ผมหัวเราะในลำคอเบาๆ ยกแก้วชาขึ้นจิบ ความอุ่นซ่านแผ่ซ่านไปทั่วช่องท้อง บรรเทาความตึงเครียดของเส้นประสาทที่ขดตัวแน่นลงได้บ้าง แม้ปากเธอจะบอกว่ารำคาญ แต่ตลอดเจ็ดสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ผมต้องติดอยู่ในลูปเวลาอันเป็นอนันต์เพื่อหาทางแก้สมการความหนาแน่นของรูหนอน ดร.ไอรีลไม่เคยยอมเดินออกจากห้องนี้ไปไหนเลย เธอนั่งอยู่ตรงเก้าอี้ตัวเดิม คอยตรวจสอบสูตรคำนวณที่ผมป้อนเข้าไปทีละบรรทัด คอยแก้บั๊กของระบบป้องกัน และคอยเตือนสติผมไม่ให้จมดิ่งลงไปในความสิ้นหวังทุกครั้งที่ความน่าจะเป็นล้มเหลว "สูตรโครงสร้างการเชื่อมต่อพิกัด... เสร็จไปเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์แล้วครับ" ผมวางแก้วลงแล้วหันกลับไปเผชิญหน้ากับหน้าจอโฮโลแกรม "ถ้าเราใช้หลักการควอนตัมฟูเรียร์ทรานสฟอร์มในการบล็อกความผันผวนของพลังงานมืด ผมคำนวณไว้ว่าเราสามารถสร้างเกราะป้องกันความเสียหายย้อนกลับได้ทันทีที่ลูปเริ่มใหม่" ไอรีลขยับเข้ามาใกล้ โน้มตัวลงมองตัวเลขจำนวนมหาศาลที่วิ่งผ่านหน้าจออย่างรวดเร็ว นิ้วเรียวยาวชี้ไปยังสมการบรรทัดหนึ่ง "ตรงนี้... ถ้าคุณใช้ตัวแปร $t$ แทนค่าเวลาสัมพัทธ์ ระบบจะเกิดการหักเหของคลื่นความถี่เมื่อเจอแรงโน้มถ่วงระดับสี่ คุณต้องแปลงมันให้เป็นฟังก์ชันเอ็กซ์โปเนนเชียลผกผัน ไม่อย่างนั้นระบบจะพังทลายตั้งแต่เสี้ยววินาทีแรกที่ก้าวเข้าสู่ลูปที่ห้าสิบ" ผมมองตามรอยนิ้วของเธอ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความทึ่ง อาจารย์ไอรีลไม่เพียงแต่ตามความคิดของผมทัน แต่เธอยังมองเห็นจุดบอดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชั้นข้อมูลนับล้านได้อย่างแม่นยำ สมเป็นมือหนึ่งแห่งสถาบันวิจัยมิติเวลาจริงๆ "สมเป็นอาจารย์ของผมเลยครับ สายตาเฉียบคมจริงๆ" ผมกล่าวด้วยน้ำเสียงชื่นชมจากใจจริง "เลิกประจบแล้วแก้สมการนั้นเสียเถอะครับ เวลาของเราเหลือน้อยเต็มทีแล้ว" เธอถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือมาหยิบแฟ้มเอกสารรายงานการทดลองบนโต๊ะขึ้นมาพลิกดู แต่จังหวะนั้นปลายนิ้วของเราบังคับให้สัมผัสกันโดยไม่ตั้งใจ ความเย็นเฉียบจากปลายนิ้วของเธอตัดกับความอุ่นของผมทำให้ทั้งคู่ต่างชะงักไปชั่วขณะ ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากปากของทั้งสองคน บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ชั่วขณะ มีเพียงเสียงเตต้นของหัวใจและความเงียบงันที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง ไอรีลรีบดึงมือกลับอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อจางๆ ก่อนที่เธอจะแสร้งทำเป็นก้มลงมองเอกสารในมือเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า "ผม... จะรีบจัดการให้เสร็จครับ" ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว ความเหนื่อยล้าก่อนหน้านี้ราวกับถูกปัดเป่าให้หายไปด้วยความอบอุ่นที่เพิ่งสัมผัสเมื่อครู่ ผมหันกลับมาที่แป้นพิมพ์ รวบรวมสมาธิทั้งหมดที่มีเพื่อผสานฟังก์ชันเอ็กซ์โปเนนเชียลผกผันที่ไอรีลเพิ่งแนะนำลงไปในโค้ดหลัก ตัวเลขสีเขียวเรืองแสงวิ่งระรัวบนหน้าจอ โครงสร้างสถาปัตยกรรมของสูตรซ่อมแซมมิติเริ่มประกอบร่างเข้าหากันอย่างสมบูรณ์แบบราวกับจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่ถูกวางลงในตำแหน่งที่ถูกต้อง ความน่าจะเป็นในการกู้คืนระบบพุ่งทะยานจากเจ็ดสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ทะลุผ่านเก้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์อย่างรวดเร็ว "อีกนิดเดียว..." ผมพزึมพำกับตัวเอง ทว่า ในวินาทีที่แถบความคืบหน้ากำลังจะวิ่งไปแตะตัวเลขร้อยเปอร์เซ็นต์ เสียงเตือนภัยโทนต่ำที่ไม่ได้ยินมานานก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งห้องปฏิบัติการ *Wii-ooo! Wii-ooo!* หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดเปลี่ยนจากสีฟ้าครามกลายเป็นสีแดงฉานกะพริบถี่รัว ตัวเลขสูตรคำนวณที่ผมเพิ่งประกอบขึ้นอย่างยากลำบากกลับแตกกระจายกลายเป็นเศษเสี้ยวข้อมูลสีดำสนิท รอยแยกของมิติจู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศเหนือโต๊ะทำงานของผม แรงโน้มถ่วงรอบตัวแปรปรวนอย่างกะทันหันจนเอกสารและข้าวของลอยเคว้งคว้าง ไอรีลเบิกกว้างด้วยความตกใจ "เกิดอะไรขึ้น? ระบบป้องกันถูกเจาะจากภายนอกงั้นเหรอ?" "ไม่ใช่ภายนอกครับอาจารย์..." ผมกัดฟันแน่น ใช้มือยึดขอบโต๊ะไว้เพื่อต้านทานแรงดึงดูดที่กำลังฉีกกระชากอากาศเบื้องหน้า ดวงตาคมกริบมองจ้องไปยังหน้าต่างระบบหลักที่ตอนนี้ปรากฏข้อความแจ้งเตือนสีทองอร่าม ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์การรันลูปเวลา [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบตัวแปรปริศนาภาระผูกพันระดับ SSS - 'ผู้เฝ้าประตูแห่งศูนย์กลางเวลา' ได้ทำการเชื่อมต่อเข้าสู่พิกัดปัจจุบันของคุณแล้ว] [คำเตือน: เป้าหมายมิได้มาเพื่อทำลาย แต่เพื่อทวงคืน 'หนี้สินแห่งกาลเวลา' ที่คุณติดค้างไว้เมื่อสามร้อยปีก่อน] เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่สะท้อนก้องกังวานราวกับมาจากห้วงลึกของจักรวาลดังขึ้นจากความมืดที่ปลายทางเดินนอกห้องปฏิบัติการ... พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนก้าวทะลุผ่านม่านพลังงานเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเรา *ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง สนับสนุน และส่งกำลังใจให้เซรินกับอาจารย์ไอรีลมาจนถึงบทนี้นะครับ*
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบลูปเวลาของผมมันบอกว่าคุณต้องใจดีกับผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%