ระบบลูปเวลาของผมมันบอกว่าคุณต้องใจดีกับผม•ตอนที่ 16

เมื่ออาจารย์สาวต้องออกโรง

ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
เสียงคำรามต่ำทุบกระแทกแก้วหูจนสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ พื้นคอนกรีตเสริมเหล็กของชั้นใต้ดินศูนย์วิจัยเซบาสเตียนร้าวรานแยกตัวออกเป็นรอยแตกรูปใยแมงมุม ความกดอากาศฉับพลันดูดกลืนออกซิเจนในรัศมีสามสิบเมตรจนเซรินต้องยกแขนขึ้นกدหน้าอกเพื่อประคับประคองจังหวะการหายใจที่เริ่มติดขัด หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้ากะพริบถี่รัวด้วยแสงสีแดงฉาน แจ้งเตือนสถานะวิกฤตที่เขาคำนวณความน่าจะเป็นไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่มันดันเกิดขึ้นเร็วกว่ากำหนดการเดิมถึงสี่ร้อยเจ็ดสิบสองวินาทีเต็ม "เซริน... ถอยไปข้างหลังสิบก้าว นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดทางทฤษฎี แต่มันคือการคำนวณที่ผิดพลาดของนาย" น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยกระแสความกดดันขั้นสุดดังขึ้นจากด้านข้าง ดร.ไอรีลไม่ได้หันกลับมามองลูกศิษย์คนโปรดที่ยืนอยู่เบื้องหลัง สายตาของเธอยังคงจดจ้องไปยังม่านพลังงานสีดำสนิทที่กำลังปูดโปนราวกับผิวหนังของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่กำลังจะลืมตาตื่น แรงสั่นสะเทือนระดับริกเตอร์ย่อมๆ ทำให้ปอยผมสีเงินยวงของเธอลู่ไปตามกระแสลมพายุพลาสมาที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากใจกลางรอยแยกมิติ เซรินกัดฟันแน่น สมองส่วนหน้าทำงานด้วยความเร็วสูงสุดเพื่อประมวลผลทางเลือกในลูปเวลานี้ เขารู้ดีว่าบอสประจำดันเจี้ยนระดับภัยพิบัติ 'โครโน-ไคเมร่า' ตัวนี้ ถูกกระตุ้นก่อนเวลาอันควรเนื่องจากปฏิกิริยาควอนตัมที่เขาสร้างขึ้นเพื่อแก้ปริศนากลไกประตูห้องนิรภัยเมื่อสิบนาทีที่แล้ว ในทฤษฎีความเป็นไปได้แปื่นหมื่นรูปแบบ ไม่มีทางรอดไหนที่เขาจะสามารถรับมือกับมันได้ด้วยตัวคนเดียวในสภาพร่างกายที่พลังงานสนามแม่เหล็กส่วนตัวเหลือไม่ถึงสิบห้าเปอร์เซ็นต์ "อาจารย์ครับ ความน่าจะเป็นที่พวกเราจะรอดชีวิตหากวิ่งไปทางทิศตะวันออกมีค่าเท่ากับศูนย์จุดศูนย์ศูนย์หนึ่งเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเราใช้..." "ฉันบอกให้ถอยไง เซริน" ดร.ไอรีลตัดบทด้วยน้ำเสียงที่เฉียบคมราวกับใบมีดโกน เธอยกมือขวาขึ้นปลดถุงมือกันความร้อนสีดำสนิทออก เผยให้เห็นผิวเนื้อเนียนละเอียดที่ตอนนี้เริ่มมีออร่าพลังงานสีครามเข้มข้นไหลเวียนอยู่ใต้ชั้นผิวหนังราวกับเส้นเลือดฝั่งจักรวาล อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนหยดน้ำในอากาศกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีฟ้าเรืองแสงร่วงหล่นลงสู่พื้น ตูมมม! ม่านพลังงานสีดำแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างมหศาร ร่างของอสูรกายกลายพันธุ์ที่มีโครงสร้างผสมผสานระหว่างจักรกลโบราณและสิ่งมีชีวิตต่างมิติ กรงเล็บขนาดใหญ่เท่ารถบรรทุกฟาดเข้าใส่จุดที่เซรินยืนอยู่อย่างไร้ความปรานี แรงลมจากการโจมตีฉีกกระชากเสื้อคลุมของเขาจนขาดวิ่น ทว่า... ร่างนั้นไม่เคยสัมผัสโดนตัวเซรินเลยแม้แต่น้อย แสงสีครามสว่างวาบขึ้นครอบคลุมรัศมีห้าเมตร ดร.ไอรีลหายตัวจากจุดเดิมและมาปรากฏกายอยู่เบื้องหน้าเซรินตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ มือเรียวบางข้างที่เพิ่งปลดถุงมือออกยกขึ้นรับกรงเล็บเหล็กกล้าที่อัดแน่นด้วยพลังทำลายล้างสูงด้วยมือเปล่า เสียงโลหะปะทะกับสนามพลังงานอัดแน่นดังสนั่นหวั่นไหวจนแก้วหูแทบแตก แรงกระแทกนั้นทำให้พื้นคอนกรีตยุบตัวลงไปเป็นหลุมลึกกว่าสามเมตรในพริบตา เซรินเบิกตากว้าง แม้เขาจะรู้ว่าอาจารย์สาวผู้นี้มีความลับซ่อนอยู่มากมายภายใต้ภาพลักษณ์นักวิทยาศาสตร์ผู้เย็นชา แต่การได้เห็นพลังระดับที่สามารถหยุดยั้งการโจมตีของบอสประจำดันเจี้ยนด้วยมือเปล่าเช่นนี้ มันเกินกว่าขอบเขตฟิสิกส์ที่เขาเคยคำนวณไว้บนกระดานชนวนนับร้อยเท่า "อาจารย์... นั่นมันพลังงานระดับความหนาแน่นควอนตัมบริสุทธิ์... ท่านควบคุมมันได้อย่างไรโดยไม่ใช้ตัวเร่งปฏิกิริยา?" เซรินเอ่ยถามด้วยความทึ่ง ระคนตกใจ น้ำเสียงของเขาเจือความกังวลอย่างปิดไม่มิดเมื่อเห็นรอยเลือดจางๆ ไหลซึมออกมาจากมุมปากของอาจารย์สาว "เงียบซะ เซริน การเรียนภาคปฏิบัติของนายเริ่มต้นขึ้นแล้ว ดูให้ดี... ว่านักวิทยาศาสตร์ที่แท้จริงเขาจัดการกับ 'ความผิดพลาด' อย่างไร" ดร.ไอรีลหันกลับมามองเขาเพียงเสี้ยววินาที นัยน์ตาสีอัมพันของเธอเปล่งประกายเจิดจ้า รarยยิ้มบางเบาที่มุมปากไม่ได้บ่งบอกถึงความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย กลับเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและความมั่นใจในฐานะผู้ควบคุมกฎแห่งมิติเวลาอย่างแท้จริง ทันใดนั้น ร่างของเธอก็พุ่งทะยานออกไปราวกับดาวตกสีคราม คลื่นกระแทกจากการเคลื่อนไหวของดร.ไอรีลฉีกกระชากบรรยากาศจนเกิดเสียงคำรามกึกก้อง เธอมือซ้ายวาดออกไปกลางอากาศ เกิดเป็นอักขระควอนตัมเรืองแสงนับร้อยตัวเรียงตัวกันเป็นตาข่ายพลังงาน พุ่งเข้าพันธนาการร่างมหึมาของโครโน-ไคเมร่าไว้ในพริบตาเดียว เสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดของอสูรกายดังลั่นสะเทือนไปทั่วอุโมงค์ใต้ดิน เซรินยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม ดวงตาคู่คมกวาดตามองทุกการเคลื่อนไหว ทุกองศาการปลดปล่อยพลังงาน และทุกจังหวะการคำนวณที่รวดเร็วยิ่งกว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์ของอาจารย์สาว หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความตื่นเต้น ความทึ่ง และความรู้สึกอุ่นวาบที่แผ่ซ่านขึ้นมาในอกอย่างไม่มีเหตุผล *ระบบกำลังบันทึกข้อมูลการต่อสู้ระดับ SSS...* *อัตรารอดชีวิตของโฮสต์พุ่งทะยานจาก 0.001% สู่ 99.98% เนื่องจากการแทรกแซงของตัวละคร 'ดร.ไอรีล'* เสียงแจ้งเตือนจากระบบลูปเวลาดังขึ้นในหัว แต่เซรินไม่ได้สนใจมันอีกต่อไป สายตาของเขายังคงจับจ้องแผ่นหลังเรียวบางที่กำลังยืนหยัดปกป้องเขาจากภัยพิบัติเบื้องหน้า ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวเท้าเข้าไปช่วยเหลือ ทันใดนั้น รอยแยกมิติลึกลับสีดำสนิทก็เปิดออกอย่างไร้เสียงที่ด้านหลังของดร.ไอรีล เงาร่างสีดำทมิฬที่สวมชุดคลุมขาดวิ่นก้าวออกมาจากรอยแยกนั้น พร้อมกับคมดาบเรืองแสงสีเลือดที่พุ่งตรงเข้าเสียบทะลุหัวใจของอาจารย์สาวจากด้านหลังโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว! ดร.ไอรีลชะงักกึก ดวงตาสีอัมพันเบิกกว้างด้วยความตกใจ ร่างกายของเธอนิ่งค้างขณะที่เลือดสีแดงสดหยดลงกระทบพื้นคอนกรีตทีละหยด... "อาจารย์!" เซรินตะโกนสุดเสียง โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุนในเสี้ยววินาทีนั้น ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางข้ามเวลาครั้งนี้ร่วมกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบลูปเวลาของผมมันบอกว่าคุณต้องใจดีกับผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%