กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอายโอโซนที่เกิดจากการลัดวงจรของสนามพลังงานควอนตัมยังคงลอยอบอวลอยู่ในห้องปฏิบัติการใต้ดิน เซรินกัดฟันแน่นขณะใช้คีมปลายแหลมคีบเศษโลหะชิ้นสุดท้ายที่ฝังอยู่บริเวณหัวไหล่ซ้ายของ ดร.ไอรีล ออกมา เสียงกระทบของเศษโลหะลงบนถาดสเตนเลสสตีลดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน มีเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาและจังหวะการเต้นของชีพจรผ่านหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าที่คอยมอนิเตอร์อาการบาดเจ็บของอาจารย์สาว
"อย่านิ่งเงียบใส่ผมแบบนั้นสครับอาจารย์ การเสียเลือดเกินสิบเปอร์เซ็นต์ไม่ได้ช่วยให้ทฤษฎีควอนตัมซิงโครไนซ์ของคุณมันแม่นยำขึ้นหรอกนะ"
เซรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความห่วงใยอย่างลึกซึ้ง เขายกผ้าก๊อซชุบน้ำยาฆ่าเชื้อขึ้นมาบรรจงเช็ดคราบเลือดรอบบาดแผลฉกรรจ์บนผิวเนียนละเอียดอย่างระมัดระวังที่สุด ในฐานะนักคำนวณควอนตัมผู้ผ่านการคำนวณความเป็นความตายมานับร้อยลูป เขารู้ดีว่าความเจ็บปวดทางกายนั้นรักษาได้ง่ายกว่ารอยร้าวทางจิตใจที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังดวงตาสองชั้นคู่นั้น
ดร.ไอรีลไม่ได้แสดงอาการสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย แม้ว่าบาดแผลนั้นจะลึกจนเกือบถึงชั้นกล้ามเนื้อ เธอนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้เหล็กพับ ดวงตาคมกริบเหม่อมองไปยังผนังห้องที่ฉายภาพข้อมูลมิติเวลาที่กำลังผันผวน เธอยกมือขวาขึ้นลูบข้อมือซ้ายโดยไม่รู้ตัว—บริเวณนั้นมีรอยแผลเป็นรูปวงแหวนซ้อนทับกันสามชั้น ซึ่งเป็นร่องรอยจากอุบัติเหตุการทดลองในอดีตที่ไม่มีใครล่วงรู้
"เธอคำนวณความน่าจะเป็นที่จะรอดชีวิตจากแรงระเบิดเมื่อครู่ไว้เท่าไหร่... เซริน" น้ำเสียงของเธอแหบพร่าเล็กน้อย แต่ยังคงความเย่อหยิ่งและเย็นชาไว้ตามแบบฉบับของนักวิทยาศาสตร์มือหนึ่งแห่งสถาบัน
"ศูนย์จุดศูนย์สองเปอร์เซ็นต์ครับ" เซรินตอบตามตรงขณะที่มือยังคงขยับพันแผลด้วยความชำนาญ "แต่ผมไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยความน่าจะเป็นอย่างเดียวหรอกนะ... ผมมีระบบลูปเวลาที่คอยบังคับให้ผมต้องดูแลคุณ และที่สำคัญที่สุด ผมไม่อยากเห็นอาจารย์ต้องมาเจ็บตัวเพราะความดื้อรั้นของตัวเองอีกแล้ว"
คำพูดของเซรินทำให้ดร.ไอรีลชะงักไปเล็กน้อย เธอก้มมองเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันที่กำลังตั้งอกตั้งใจทำแผลให้เธออย่างสุภาพ บรรยากาศรอบตัวของเซรินมักจะเต็มไปด้วยความสดใสและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เสมอ แต่ในยามวิกฤตเช่นนี้ ความอบอุ่นและความเด็ดเดี่ยวที่ฉายชัดผ่านแววตาของเขากลับทำให้หัวใจที่ด้านชาของเธอสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้
"เธอก็แค่... เด็กเหลือขอที่บังเอิญมีระบบบ้าๆ ติดตัวมาเท่านั้นแหละ" ดร.ไอรีลแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหลบสายตา "เธอไม่เข้าใจหรอก เซริน... โลกที่เธอเห็นว่ามันสวยงามและเต็มไปด้วยสูตรคำนวณที่ลงตัวเนี่ย แท้จริงแล้วมันถูกสร้างขึ้นบนซากศพและความผิดพลาดที่ไม่มีวันแก้ไขได้ต่างหาก"
เซรินหยุดมือลงชั่วขณะ เขาวางอุปกรณ์ลงบนถาดก่อนจะดึงเก้าอี้มานั่งลงตรงหน้าเธอในระยะประชิด ดวงตาสอบสวนคู่คมจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของอาจารย์สาว โดยไม่หลบเลี่ยงความอ้างว้างที่ซ่อนอยู่ภายในนั้น
"ถ้าอาจารย์หมายถึงเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อน... ศูนย์วิจัยมิติเวลาเขตศูนย์ที่ล่มสลายลงพร้อมกับชีวิตของนักวิจัยเจ็ดสิบชีวิต รวมถึงดร.อัล버트 (Albert) ผู้เป็นทั้งอาจารย์และพ่อของคุณล่ะก็..." เซรินเอ่ยชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น ทำให้ดร.ไอรีลถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "ผมรู้ทุกอย่างเท่าที่ระบบจะอนุญาตให้ประมวลผลได้ครับ และผมก็รู้ด้วยว่า... อาจารย์แบกรับความรู้สึกผิดนั้นไว้คนเดียวมาตลอดสิบปีเต็ม"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องปฏิบัติการอีกครั้ง ราวกับกาลเวลาหยุดนิ่ง ดร.ไอรีลตัวแข็งทื่อ ร่างเพรียวสั่นเทาเล็กน้อย ความทรงจำอันเจ็บปวดที่เธอพยายามฝังกลบไว้ภายใต้เกราะกำบังอันเย็นชาถูกกระชากขึ้นมาสู่แสงสว่างอีกครั้ง น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินลงมาจากดวงตาคู่สวย อาบแก้มเนียนเงียบเชียบ เป็นหยดน้ำตาแรกที่เซรินได้เห็นจากผู้หญิงที่แข็งแกร่งที่สุดในสถาบัน
"ฉัน... ฉันเป็นคนคำนวณพิกัดความเสถียรของเกราะป้องกันสนามพลังในวันนั้น..." เสียงของดร.ไอรีลสั่นเครือ เธอยกมือขึ้นปิดใบหน้าของตนเอง ความเจ็บปวดที่สะสมมานานนับทศวรรษระเบิดออกมาในคราบน้ำตา "ถ้าฉันเพิ่มค่าเผื่อความปลอดภัยอีกแค่ศูนย์จุดหนึ่งเปอร์เซ็นต์ พ่อและทุกคนก็คงจะไม่... ไม่ต้องตายในมิติที่บิดเบือนนั้น! ฉันคือคนที่ฆ่าพวกเขากับมือตัวเอง เซริน!"
เซรินไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย เขายื่นมือออกไปโอบไหล่บางของอาจารย์สาวเข้ามาซบลงที่อกเสื้อของตนเองอย่างนุ่มนวล มืออีกข้างลูบศีรษะของเธอเบาๆราวกับต้องการปลอบประโลมเด็กน้อยที่กำลังหวาดกลัวต่อความมืดมน
"มันไม่ใช่ความผิดของคุณเลยครับ อาจารย์" เซรินกระซิบข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความจริงใจและอบอุ่น "ในสมการแห่งความเป็นจริง ไม่มีมนุษย์คนไหนสามารถควบคุมตัวแปรทุกตัวบนโลกนี้ได้หรอกครับ ความผิดพลาดในอดีตไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้คุณลงโทษตัวเองไปตลอดชีวิต แต่มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เราในวันนี้... ได้เรียนรู้และปกป้องคนที่เรารักไม่ให้ต้องสูญเสียอีกต่างหาก"
ดร.ไอรีลสะอื้นเบาๆ อยู่ที่อกของเด็กหนุ่ม ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจที่หนצוเหน็บมานานแสนนาน เธอซบหน้าลงกับอ้อมกอดนั้น ปล่อยให้ความเปราะบางที่เธอเก็บงำไว้หลุดลอยไปกับเสียงลมหายใจของเซริน
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงและเต็มไปด้วยความอบอุ่น หน้าจอโฮโลแกรมหลักของห้องปฏิบัติการกลับกะพริบเป็นสีแดงฉานอย่างรุนแรง สัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดดังลั่นกังวานไปทั่วอาคารใต้ดิน พร้อมกับตัวอักษรสีเลือดที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศโดยไม่มีที่มา
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉินระดับ SSS: ตรวจพบความผันผวนของคลื่นควอนตัมภายนอกเป้าหมาย]
[ตรวจพบการเข้าแทรกแซงมิติเวลาจากบุคคลภายนอกลูป: "ผู้สังเกตการณ์หมายเลขศูนย์" กำลังมุ่งหน้ามายังพิกัดปัจจุบัน]
[คำเตือน: ความน่าจะเป็นที่ท่านจะรอดชีวิตในอีก 3 นาทีข้างหน้าลดลงเหลือ 0.00%]
เซรินผละออกจากอ้อมกอดทันที ดวงตาของเขาหรี่ลงด้วยความตื่นตัว สัญชาตญาณนักคำนวณควอนตัมเตือนภัยขั้นวิกฤต ร่างเงาสลัวปรากฏขึ้นที่ปลายทางเดินมืดมิดนอกกระจกห้อง พร้อมกับเสียงฝีเท้าอันคุ้นเคยที่ก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ—เสียงฝีเท้าของคนที่ควรจะตายไปตั้งแต่สิบปีก่อน
--------------------------------------------------
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและคำนวณความน่าจะเป็นไปพร้อมกับเราในทุกๆ ลูปเวลานะครับ
ระบบลูปเวลาของผมมันบอกว่าคุณต้องใจดีกับผม•ตอนที่ 17
แผลเป็นในอดีตของดร.ไอรีล
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบลูปเวลาของผมมันบอกว่าคุณต้องใจดีกับผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!