เสียงคำรามต่ำของเครื่องประมวลผลควอนตัมรุ่นสิบสองดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องทดลองใต้ดินชั้นที่เจ็ด แสงไฟนีออนสีฟ้าอมม่วงสาดส่องกระทบกับละอองฝุ่นที่ลอยเคว้งคว้างในอากาศ สร้างบรรยากาศที่ทั้งงดงามและโดดเดี่ยวในคราเดียว
"อัตราการสลายตัวของอนุภาคไทม์ไลน์อยู่ที่ร้อยละเก้า십สี่จุดแปดครับ... ถ้าเรายังฝืนรักษารูปแบบลูปนี้ไว้ต่อไป สมองกลชีวภาพของคุณจะไม่สามารถรองรับภาระความทรงจำที่ซ้อนทับได้อีกไม่เกินสามรอบ"
ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ขณะที่นิ้วเรียวยาวกำลังรัวแป้นพิมพ์โฮโลแกรมเพื่อตรึงเสถียรภาพของสนามพลังงานตรงหน้า ดวงตาคมกริบเหลือบมองร่างเพรียวบางของหญิงสาวในชุดกาวน์สีขาวที่ยืนนิ่งอยู่หลังแผงควบคุมหลัก ดร.ไอรีล... อาจารย์สาวผู้ซ่อนความลับนับร้อยไว้ภายใต้ใบหน้าเย็นชาและท่าทีที่ราวกับกำแพงน้ำแข็ง
เธอยืนนิ่งสนิท ไหล่บางไหวเล็กน้อยราวกับกำลังแบกรับน้ำหนักของจักรวาลไว้เพียงลำพัง แสงนีออนสะท้อนลงบนกรอบแว่นสายตา hide ประกายตาที่กำลังไหวระริก เธอไม่ได้ตอบคำถามของผมทันที มีเพียงเสียงถอนหายใจยาวนานที่หลุดลอดออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบ
"เธอไม่เข้าใจหรอก เซริน..." เสียงหวานปนแหบพร่าเอ่ยขึ้นเบาๆ ราวกับกระซิบกับความว่างเปล่า "ยิ่งนายดึงดันที่จะแก้ไขมันมากเท่าไหร่ ความน่าจะเป็นที่นายจะหายไปจากประวัติศาสตร์ก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น... ทำไมถึงยังดื้อด้านอยู่ล่ะ ทำไมไม่ยอมปล่อยให้มันเป็นไปตามลูปเดิมเสียที"
ผมหยุดมือจากการพิมพ์ หันกลับไปมองเธอเต็มตา ระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นจางๆ ของสารเคมีผสมกับกลิ่นชาคาโมมายล์ลอยแตะจมูก เป็นกลิ่นที่ผมคุ้นเคยดีตลอดหลายร้อยลูปที่ผ่านมา
ผมก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดอย่างระมัดระวัง ไม่ต้องการคุกคาม แต่ต้องการส่งผ่านความมั่นคงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ในสถานการณ์ที่ทุกอย่างกำลังจะพังทลาย
"เพราะว่าลูปเดิมมันไม่มีคุณยังไงล่ะครับ" ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่หนักแน่น ทุกถ้อยคำผ่านการคำนวณความน่าจะเป็นมาแล้วว่านี่คือประโยคที่จะทะลวงผ่านเกราะป้องกันอันแข็ง
ดร.ไอรีลสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาสีนิลคู่สวยหันขวับมามองผม แววตาเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจและความหวาดกลัวที่ถูกเก็บกดไว้ลึกสุดใจ "นายมันบ้า... เซริน นายเป็นแค่เด็กหนุ่มที่บังคับให้ระบบเลือกมา ทำไมถึงต้องเอาชีวิตตัวเองมาทิ้งไว้กับความผิดพลาดของฉันด้วย"
"ผมไม่ได้บ้าครับ ดร.ไอรีล" ผมระบายยิ้มจางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่ผมตั้งใจมอบให้เธอโดยเฉพาะ "ในทางควอนตัมฟิสิกส์ ทุกเหตุการณ์ย่อมมีผลลัพธ์ที่เป็นไปได้เสมอ และในทุกๆ ความน่าจะเป็นที่ระบบคำนวณให้ผมเห็น... ไม่มีเส้นทางไหนเลยที่ผมอยากจะเดินไป ถ้าเส้นทางนั้นไม่มีผู้หญิงที่ชื่อไอรีลคอยยืนดุผมเวลาคำนวณเลขผิด"
กำแพงน้ำแข็งที่หญิงสาวสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองมาตลอดหลายปี คล้ายกับมีรอยร้าวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นในเสี้ยววินาทีนั้น เธอกัดริมฝีปากแน่นจนห้ามความสั่นเทาของร่างกายไว้ไม่อยู่ มือเรียวบางที่กำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวค่อยๆ คลายออก ความเย่อหยิ่งและท่าทีดุร้ายที่เธอใช้เป็นเกราะกำบังค่อยๆ มลายหายไป เหลือเพียงความเปราะบางของมนุษย์คนหนึ่งที่เหนื่อยล้ามานานเกินไป
"นาย... นายมันร้ายกาจที่สุดเลย เซริน" น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ หยดน้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นที่หน่วยตาก่อนจะไหลรินลงมาตามแก้มเนียนอย่างเงียบงัน เป็นภาพที่หาดูได้ยากยิ่งและทำให้หัวใจของผมกระตุกวูบ
ผมไม่รอช้าที่จะยื่นมือออกไปอย่างสุภาพ ปลายนิ้วแตะลงที่หลังมือเรียวของเธอเบาๆ เพื่อถ่ายiทอดความอบอุ่นผ่านผิวสัมผัส "ร้องออกมาเถอะครับ... ไม่ต้องแบกรับมันไว้คนเดียวอีกต่อไปแล้ว"
ดร.ไอรีลสะอื้นออกมาเบาๆ ก่อนที่ร่างบางจะทรุดลงซบลงกับอกเสื้อของผม มือทั้งสองข้างกำเสื้อของผมแน่นราวกับกลัวว่าถ้าปล่อยมือแล้วผมจะหายวับไปกับตาเหมือนกับภาพลวงตาในมิติเวลา ผมยกแขนขึ้นโอบกอดแผ่นหลังบางนั้นไว้หลวมๆ ปลอบประโยโยงด้วยการลูบเบาๆ พร้อมกับกระซิบคำสัญญาที่กลั่นกรองมาจากจิตวิญญาณ
"ผมให้สัญญาครับ... ไม่ว่าลูปเวลานี้จะโหดร้ายแค่ไหน หรือระบบจะบีบคั้นเรามากเพียงใด ผมจะอยู่เคียงข้างคุณ จะปกป้องคุณด้วยทุกสมการและทุกความเป็นไปได้ที่ผมมี... เราจะก้าวผ่านมันไปด้วยกันครับ ดร.ไอรีล"
คำพูดนั้นราวกับเวทมนตร์ที่ช่วยเยียวยารอยแผลเป็นในใจของเธอ เสียงสะอื้นค่อยๆ เงียบลง เหลือเพียงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดอยู่บริเวณหน้าอก และความรู้สึกอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วห้องทดลองอันหนาวเหน็บ บรรยากาศรอบตัวสงบลงชั่วขณะ ราวกับกาลเวลาได้หยุดหมุนเพื่อเป็นพยานให้กับคำมั่นสัญญาใต้แสงนีออนนี้
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ความอบอุ่นกำลังโอบล้อมหัวใจของทั้งคู่ หน้าจอโฮโลแกรมหลักที่ควรจะนิ่งสงบกลับกะพริบแสงสีแดงฉานขึ้นมาอย่างรุนแรง
เสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังขึ้น ไม่ใช่เสียงที่คุ้นเคยจากการทำงานปกติ แต่มันคือเสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดที่ดังกังวานเสียดแก้วหู พร้อมกับข้อความสีเลือดที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า:
[คำเตือนระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงจากบุคคลที่สามในไทม์ไลน์หลัก]
[รหัสระบุตัวตนเป้าหมาย: "ผู้สังเกตการณ์นิรนาม" กำลังเข้าใกล้พิกัดปัจจุบันในระยะ 50 เมตร]
[ระบบกำลังบังคับรีเซ็ตลูปเวลาในอีก... 3... 2...]
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและคำนวณความน่าจะเป็นไปพร้อมกับเราในทุกๆ ลูปเวลานะครับ
ระบบลูปเวลาของผมมันบอกว่าคุณต้องใจดีกับผม•ตอนที่ 18
สัญญาใจใต้แสงนีออน
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบลูปเวลาของผมมันบอกว่าคุณต้องใจดีกับผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!