“เลิกคำนวณอัตราการรอดชีวิตในหัวของคุณสักที เซริน ถ้าความน่าจะเป็นมันต่ำขนาดนั้น เราก็แค่สร้างปาฏิหาริย์ใหม่ขึ้นมาแทนที่มันก็พอ”
ดร.ไอรีลเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงที่ดังระงมไปทั่วสะพานเดินเรือของยานเนบิวลา-09 เธอก้าวข้ามกองเอกสารและแผงวงจรที่ระเบิดออกเป็นประกายไฟด้วยท่าทางนิ่งสงบผิดกับสถานการณ์วิกฤต เธอวางมือลงบนแผงควบคุมหลัก ปรับจูนค่าเรโซแนนซ์ของเตาปฏิกรณ์ควอนตัมให้เสถียรขึ้นด้วยปลายนิ้วที่ดูสง่างาม
ผมมองแผ่นหลังของเธอผ่านเลนส์วิเคราะห์ของระบบลูปเวลา ตัวเลขสีฟ้าที่หมุนวนอยู่รอบดวงตาของผมกำลังประมวลผล 'ความเสี่ยง' ของการกระทำที่บ้าบิ่นนี้ แต่เหนือสิ่งอื่นใด ระบบกลับส่งข้อความแจ้งเตือนแปลกๆ ขึ้นมาบนจอประสาทตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
[ภารกิจย่อย: พลังงานบวกช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของระบบลูปเวลา จงกระชับความสัมพันธ์กับดร.ไอรีลให้ถึงระดับ 'คนสนิทที่รู้ใจ' เพื่อรับบัฟเพิ่มค่าสถานะความแม่นยำ 20%]
“อาจารย์ครับ... ถ้าปาฏิหาริย์ที่ว่ามันหมายถึงการที่ผมต้องเอาตัวไปบังกระสุนอนุภาคให้คุณอีกครั้ง ผมว่าเรามาหาทางเลือกที่สามที่เป็นวิทยาศาสตร์มากกว่านี้ดีไหมครับ” ผมพูดพลางขยับเข้าไปใกล้ ขยับเขยื้อนร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผลเพื่อกางม่านพลังงานควอนตัมปกป้องเธอจากแรงอัดมหาศาลของอวกาศที่บิดเบี้ยว
ไอรีลหันกลับมามองผม แววตาที่ปกติจะเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกในห้วงอวกาศบัดนี้กลับมีความอ่อนโยนบางอย่างซ่อนอยู่ เธอใช้ปลายนิ้วเย็นเฉียบแตะลงที่ข้างแก้มของผมเบาๆ เป็นจังหวะเดียวกับที่ระบบภายในตัวผมประมวลผลพลาดไปเสี้ยววินาที เพราะหัวใจที่ดันเต้นแรงเกินความจำเป็น
“วิทยาศาสตร์ไม่ได้มีไว้เพื่อหาคำตอบที่ปลอดภัยที่สุดเสมอไปหรอกเซริน แต่มันมีไว้เพื่อหาเหตุผลว่าทำไมเราถึงยอมเสี่ยงเพื่อใครบางคน”
เธอกระซิบ เสียงของเธอกลบเสียงระเบิดจากภายนอกยานไปจนหมดสิ้น ในพื้นที่แคบๆ ท่ามกลางความโกลาหลของสงครามจักรวาล บรรยากาศรอบตัวเรากลับกลายเป็นสีชมพูจางๆ อย่างประหลาด ทั้งที่กลิ่นไหม้ของโลหะยังอบอวลอยู่เต็มอากาศ
“จีบกันอยู่ได้! นี่มันสนามรบนะครับ ไม่ใช่หอสมุดกลางสถาบัน!”
เสียงตะโกนของเจ้าหน้าที่คุมระบบสื่อสารดังแทรกขึ้นมาด้วยความหมั่นไส้ แต่ไม่มีใครสนใจ ทุกคนบนสะพานเดินเรือต่างคุ้นเคยกับภาพที่ผมคอยส่งแก้วกาแฟให้ไอรีล หรือจังหวะที่เธอคอยจัดปกเสื้อให้ผมในระหว่างที่ดาวเคราะห์ข้างๆ กำลังจะระเบิด
ผมแอบยิ้มพลางคว้ามือเธอไว้ “งั้นเรามาปิดฉากการรบครั้งนี้ด้วยวิธีของผมดีไหมครับ? ผมคำนวณไว้แล้ว ถ้าเราซิงโครไนซ์คลื่นสมองเข้าด้วยกันผ่านระบบลูปเวลา เราจะสามารถสั่งระเบิดพัลส์พลังงานจากรอยแยกมิติได้โดยไม่ต้องใช้ระบบเล็งเป้าหมาย”
“นั่นมันเสี่ยงมากนะเซริน” ไอรีลขมวดคิ้ว แต่เธอกลับกระชับมือที่จับกับผมแน่นขึ้น “แต่ถ้าเป็นคุณ... ฉันก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ”
ความอบอุ่นที่ถ่ายทอดผ่านมือของเธอทำให้ความกลัวในใจผมมลายหายไป สภาวะจิตใจของนักคำนวณที่เคยมีแต่ตรรกะ กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ผมไม่อาจนิยามได้ นอกเสียจากคำว่า 'ความไว้ใจ' ที่ลึกซึ้งเกินกว่ารหัสชุดใดในจักรวาล
ทว่า ทันทีที่ระบบเริ่มกระบวนการซิงโครไนซ์ อุณหภูมิบนสะพานเดินเรือกลับลดฮวบลงจนเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามกระจกหน้าต่าง สัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงหยุดนิ่งกะทันหัน กลายเป็นความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงระเบิด
ไม่ใช่ความผิดปกติจากศัตรู... แต่เป็นสัญญาณการ 'รีเซ็ต' ที่รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ
[คำเตือน: ตรวจพบตัวตนที่สามในลูปเวลา – ค่าความน่าจะเป็นที่ 0.0000001% กำลังกลายเป็นความจริง]
ผมและไอรีลหันไปมองยังประตูทางเข้าที่ถูกเปิดออกช้าๆ ร่างเงาสูงโปร่งในชุดคลุมสีเงินไร้รอยต่อก้าวเข้ามา ความกดดันมหาศาลทำให้ทุกคนบนสะพานทรุดเข่าลงกับพื้น เขาผู้นั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนที่ควรจะเสียชีวิตไปในลูปเวลาที่สิบสอง... พ่อของผมเอง
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ เซริน... แล้วก็นั่น ไอรีล สินะ? ดูเหมือนความรักของพวกเธอจะเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกจุดจบของจักรวาลจริงๆ เสียด้วย”
น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบราวกับมาจากก้นบึ้งของหลุมดำ และสิ่งที่เขาถืออยู่ในมือนั้น คือกล่องเก็บรหัสลับที่ระบบของผมพยายามตามหามาตลอดกาล
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามการผจญภัยของเซรินและดร.ไอรีลมาถึงจุดพลิกผันนี้นะครับ - ควอนตัมคอร์
ระบบลูปเวลาของผมมันบอกว่าคุณต้องใจดีกับผม•ตอนที่ 26
บรรยากาศสีชมพูท่ามกลางสงครามจักรวาล
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบลูปเวลาของผมมันบอกว่าคุณต้องใจดีกับผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!