เสียงคำรามกึกก้องของแกนพลังงานควอนตัมระดับโอเมก้าดังสะท้อนไปทั่วห้องนิรภัยใต้ดิน แสงสีฟ้าอมม่วงสาดส่องตัดกับความมืดมิดของห้องวิจัย สะเก็ดประจุไฟฟ้ากระเด็นว่อนราดยิงเข้าใส่ผนังโลหะอัลลอยจนเกิดรอยไหม้สีดำสนิท หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าแสดงกราฟความเสถียรที่กำลังดิ่งพสุธาลงสู่จุดศูนย์อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดยั้ง
*“ทำได้ไม่เลวเลยนี่... ตัวฉันในอดีต”*
เสียงทุ้มต่ำและเยียบเย็นของเซรินจากลูปเวลาคู่ขนานยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของผม มันไม่ใช่เสียงของศัตรู แต่เป็นเสียงสะท้อนจากความพ่ายแพ้ที่ผมเคยเผชิญมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ความทรงจำของลูปที่แล้วไหลทะลักเข้ามาในสมองราวกับเขื่อนแตก ภาพที่ดร.ไอรีลต้องแบกรับภาระทั้งหมดไว้คนเดียว ภาพที่ร่างบางของอาจารย์สาวค่อยๆ สลายกลายเป็นละอองแสงควอนตัมต่อหน้าต่อตาเพราะแรงระเบิดจากห้องควบคุมมิติเวลา ภาพเหล่านั้นฝังรากลึกอยู่ในใจของผม และมันกำลังกรีดร้องเตือนสติว่า... ผมไม่มีเวลาให้ลังเลอีกต่อไปแล้วครับ
"เซริน! ถอยออกไปเดี๋ยวนี้!" เสียงหวีดร้องของดร.ไอรีลแผดแข่งกับเสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานที่กะพริบถี่ระรัว ใบหน้าของนักวิทยาศาสตร์สาวมือหนึ่งแห่งสถาบันวิจัยมิติเวลาเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและความตื่นตระหนก แววตาที่เคยเยือกเย็นและดุดันบัดนี้สั่นไหวอย่างรุนแรง มือเรียวบางพยายามกดแป้นพิมพ์รัวเร็วเพื่อตัดวงจรพลังงาน แต่ระบบความปลอดภัยขั้นสูงสุดกลับล็อกตัวเองไว้ทั้งหมดแล้ว "ถ้าแกนกลางนั่นระเบิด ข้อมูลการวิจัยทั้งหมดในรอบสิบปีจะหายไป รวมถึงตัวนายด้วย!"
ผมมองหน้าเธอ แววตาของอาจารย์สาวเต็มไปด้วยความห่วงใยที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดอาจารย์ผู้เคร่งขรึมมาตลอด เบื้องหน้าของผมคือ "ไดรฟ์ข้อมูลดิบ" ชิ้นสุดท้ายที่บันทึกรหัสลับการลบลูปเวลาทั้งหมด หากผมเลือกที่จะคว้ามันแล้วหนีออกไปตามแผนคำนวณความน่าจะเป็นขั้นสูงที่ผมวางไว้... ผมจะมีชีวิตรอด และภารกิจหลักในการปิดระบบลูปก็จะสำเร็จลุล่วงตามเกณฑ์มาตรฐานของสถาบัน
นั่นคือทางเลือกที่ชาญฉลาดที่สุดในมุมมองของนักคำนวณควอนตัมครับ
แต่ทว่า... อัลกอริทึมในหัวของผมกลับรวนเรอย่างหนัก ตัวเลขความน่าจะเป็นร้อยละเก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้าที่เคยแม่นยำ กลับถูกแทนที่ด้วยภาพรอยยิ้มจางๆ ของดร.ไอรีลในวันที่เรานั่งทบทวนสมการด้วยกันใต้แสงไฟสลัวของห้องสมุด
ให้ตายสิ... ผมนี่มันเป็นนักคำนวณที่แย่จริงๆ นะครับ
"อาจารย์ครับ" ผมเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงคำรามของเครื่องจักร น้ำเสียงของผมราบเรียบแต่มั่นคงอย่างประหลาด "ผมเคยบอกอาจารย์แล้วไม่ใช่เหรอครับว่า... ผมเกลียดการคำนวณที่ไม่มีหัวใจที่สุด"
สิ้นคำพูดนั้น ผมไม่ได้เอื้อมมือไปคว้าไดรฟ์ข้อมูลดิบที่วางอยู่ตรงหน้าตามที่ระบบหลักต้องการ แต่ผมกลับสะบัดข้อมือทิ้งมันลงกับพื้นอย่างไร้เยื่อใย ข้อมูลสิบปีที่ประเมินค่าไม่ได้แตกกระจายกลายเป็นเศษเสี้ยวโฮโลแกรมที่เลือนหายไปในพริบตา ท่าختมกลางความตกตะลึงของดร.ไอรีลที่เบิกตากว้างด้วยความไม่เชื่อ
"เซริน! นายทำบ้าอะไรลงไป!" เธอตะโกนลั่น พยายามจะดันร่างของผมให้ออกห่างจากจุดวิกฤต แต่ผมกลับก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว วงแขนแข็งแรงคว้าเอวบางของเธอเข้ามากอดแนบแน่นด้วยสัญชาตญาณ ปกป้องร่างของเธอไว้ใต้ร่างของผมทันทีที่แผงควบคุมหลักระเบิดออก แรงระเบิดมหาศาลซัดกระหน่ำใส่แผ่นหลังของผมเต็มแรง ความเจ็บปวดราถุกไฟแผดเผาแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง รส1ชาติคาวเลือดตีตื้นขึ้นมาที่ริมฝีปาก แต่ผมไม่ได้ปล่อยมือจากเธอเลยแม้แต่น้อยครับ
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการตัดสินใจนอกเหนือจากสมการตรรกะพื้นฐาน]
[วิเคราะห์พฤติกรรม: ผู้ใช้ 'เซริน' เลือกสละเป้าหมายภารกิจเพื่อความปลอดภัยของเป้าหมายบุคคล 'ดร.ไอรีล']
[ประเมินค่าความผูกพันทางอารมณ์: เกินขีดจำกัดสูงสุดของระบบ (Overload)]
[กำลังอัปเดตสถานะ... ความน่าจะเป็นในการรอดชีวิต: 0.00%]
[...ตรวจพบเจตจำนงอันแรงกล้าที่เหนือกว่าตรรกะควอนตัม...]
[ปลดล็อกสกิลลับขั้นสูงสุด: 'ปาฏิหาริย์แห่งความใส่ใจ' (Miracle of Devotion) สำเร็จ!]
ฉับพลันนั้น ความมืดมิดและความเจ็บปวดรอบตัวก็มลายหายไปราวกับเวทมนตร์ แสงสีทองอบอุ่นสายหนึ่งพวยพุ่งออกมาจากหน้าอกของผม มันไม่ใช่แสงเลเซอร์หรือพลังงานดิบจากเครื่องจักร แต่เป็นคลื่นความถี่ควอนตัมบริสุทธิ์ที่สั่นพ้องกับจังหวะการเต้นของหัวใจ ประจุไฟฟ้าที่กำลังพุ่งเข้าใส่เราถูกดูดซับเข้าไปในเกราะป้องกันแสงสีทองที่แผ่ขยายออกไปรอบตัวเราทั้งสองคนอย่างน่าอัศจรรย์ แรงระเบิดที่ควรจะฉีกร่างเราเป็นชิ้นๆ กลับสงบลงราวกับถูกสยบด้วยกฎเกณฑ์ใหม่ของจักรวาล
ดร.ไอรีลซบหน้าลงกับแผ่นอกของผม ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณหัวใจที่กำลังเต้นระรัว มือเรียวบางของเธอสั่นเทาขณะกำเสื้อแจ็คเก็ตของผมแน่น
"นาย... นายมันโง่ที่สุดเลย เซริน..." เสียงของเธอพึมพำแผ่วเบา เจือสะอื้นเล็กน้อยที่เธอพยายามเก็บGลั้นไว้ "ทำไมถึงทำแบบนั้น... ข้อมูลทั้งหมด... ความพยายามของนาย... มันสูญเปล่าหมดแล้วนะ"
"ไม่สูญเปล่าหรอกครับอาจารย์" ผมก้มลงกระซิบข้างใบหูของเธอ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากที่เปื้อนคราบเลือด "เพราะว่า... ผมคำนวณไว้แล้วครับว่า ต่อให้สูญเสียจักรวาลนี้ไป ผมก็ต้องปกป้องอาจารย์ให้อยู่รอดในลูปนี้ให้ได้"
เธอเงยหน้าขึ้นสบตาผม แววตาคู่สวยไหวระริก แก้มเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดในบรรยากาศที่เงียบสงบลง ในระยะประชิดนี้ ผมสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แท้จริง ซึ่งไม่ใช่ตัวเลขบนหน้าจอโฮโลแกรม แต่เป็นความรู้สึกที่จับต้องได้และมีชีวิตชีวา
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบสงบและความอบอุ่นกำลังโอบล้อมเราไว้ หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานที่ควรจะดับลงไปแล้ว กลับติดสว่างขึ้นมาอีกครั้งโดยไม่มีปุ่มควบคุม...
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉินระดับ SSS]:
[ตรวจพบผู้บุกรุกนอกเหนือจากลูปเวลา: 'บุคคลผู้ถือครองสิทธิ์ผู้ดูแลระบบตัวจริง' ก้าวเข้าสู่มิติที่ 0]
ประตูกลุ่มเหล็กหนาหนักเบื้องหน้าค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ ท่ามกลางกลุ่มควันจางๆ เงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวเท้าเดินเข้ามาในห้องวิจัยอย่างเงียบเชียบ รองเท้าหนังกระทบพื้นส่งเสียงก้องกังวานน่าขนลุก และเมื่อแสงไฟส่องกระทบใบหน้าของบุคคลนั้น...
ดร.ไอรีลถึงกับเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ขณะที่ผมเองก็ต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
เพราะคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น... คือตัวผมเองในวัยที่เติบโตกว่า และสวมแว่นตาไร้กรอบสีเงินสะท้อนแสงเย็นเยียบ
"ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของลูปนะ เซริน" ร่างนั้นเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มเยาะ "นายคิดจริงๆ เหรอว่าการใช้ 'ปาฏิหาริย์แห่งความใส่ใจ' จะช่วยให้พวกนายหนีพ้นจากกรงข้อนี้น่ะ?"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับผมในตอนนี้นะครับ
ระบบลูปเวลาของผมมันบอกว่าคุณต้องใจดีกับผม•ตอนที่ 24
ทางเลือกของคนคลั่งรัก
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบลูปเวลาของผมมันบอกว่าคุณต้องใจดีกับผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!