กลิ่นฉุนเฉียวของสารละลายไอโซโทปที่รั่วไหลคละคลุ้งไปทั่วห้องปฏิบัติการวิจัยย่อยระดับสาม เสียงหวอเตือนภัยสีแดงฉานกะพริบถี่เป็นจังหวะกระชั้นชิด บ่งบอกว่าเวลาในลูปนี้กำลังเดินหน้าไปสู่จุดวิกฤตที่ผมรู้จักมันดีเสียยิ่งกว่าลายมือของตัวเอง
“นายเพิ่งส่งบ้าอะไรมา เซริน? แต่อย่าเพิ่งขยับไปไหน... อยู่ที่เดิมจนกว่าฉันจะไปถึงห้องนาย”
เสียงของ ดร.ไอรีล ผ่านคอมพิวเตอร์สื่อสารขนาดพกพายังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท น้ำเสียงของเריลในยามนี้เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกเจือความฉุนเฉียว ซึ่งเป็นเรื่องหายากยิ่งสำหรับนักวิทยาศาสตร์สาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลก ทว่า สำหรับผม ผู้ซึ่งเพิ่งผ่านประสบการณ์การตายอย่างอนาถมาแล้วถึงสามรอบในลูปเวลานี้ เสียงนั้นกลับเป็นดั่งสัญญาณเตือนภัยที่บอกว่าเราเหลือเวลาอีกไม่ถึงสามร้อยวินาที ก่อนที่ห้องทดลองนี้จะกลายเป็นจุล
ผมก้มลงมองอุปกรณ์ทรงกระบอกสีเงินยวงในมือ มันคือ "ระเบิดควอนตัมความหนาแน่นสูง" รุ่นต้นแบบที่ถูกตั้งค่าการทำงานผิดพลาดจากระบบอัตโนมัติ หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าตรงหน้าแสดงตัวเลขถอยหลังสีแดงฉานที่กำลังกระพริบเตือน `04:59`... `04:58`...
ในลูปแรก ผมเลือกที่จะวิ่งหนีและจบชีวิตลงใต้ซากอาคาร ในลูปที่สอง ผมพยายามจะถอดรหัสด้วยมือเปล่าและพบว่าวงจรถูกเชื่อมด้วยรหัสพันธุกรรมที่ซับซ้อนเกินกว่าจะแก้ทัน จนกระทั่งลูปที่สาม... ลูปที่ทำให้ผมเข้าใจว่า ระบบลูปเวลาบ้าๆ นี่ไม่ได้ต้องการให้ผมเป็นฮีโร่บู๊ล้างผลาญ แต่มันบังคับให้ผมต้อง "ใช้สมอง" และทำตามเงื่อนไขประหลาดที่ระบุไว้ว่า *'คุณต้องใจดีกับผม'* ให้จงได้
แต่ก่อนจะไปถึงเรื่องความใจดี ตอนนี้ผมต้องเอาชีวิตรอดจากเจ้าระเบิดลูกนี้เสียก่อน
ผมสูดหายใจเข้าลึก, ปรับจังหวะการเต้นของหัวใจให้อยู่ในเกณฑ์สงบนิ่งตามหลักการคำนวณความน่าจะเป็นที่ร่ำเรียนมา ดวงตาสีเข้มกวาดมองแผงวงจรภายในที่เปลือยเปล่าผ่านแว่นตากรองแสงควอนตัม สมองส่วนหน้าประมวลผลข้อมูลมหาศาลด้วยความเร็วสูง ภาพจำลองสามมิติของกระแสไฟฟ้าและอนุภาคสูญญากาศปรากฏขึ้นในหัว
"จุดอ่อนของรุ่นนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวชนวนหลัก..." ผมพึมพำกับตัวเองเบาๆ น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคม “แต่มันอยู่ที่ตัวควบคุมกระแสย้อนกลับ (Feedback Loop Regulator) ตรงขั้วต่อหมายเลขเจ็ด ซึ่งถูกประกอบขึ้นด้วยความประมาทของเจ้าหน้าที่ฝึก ภายในเสี้ยววินาทีที่กระแสไฟตีกลับ มันจะสร้างช่องว่างความหนาแน่นต่ำประมาณ 0.03 มิลลิวินาที... ถ้าผมแทรกแซงตรงนั้นล่ะก็”
นิ้วเรียวยาวของผมขยับเข้าหาแผงวงจรอย่างแม่นยำราวกับศัลยแพทย์กำลังผ่าตัดหัวใจ ไรเหงื่อผุดพรายขึ้นตามขมับ แม้บรรยากาศรอบตัวจะเต็มไปด้วยความกดดันอันน่าอึดอัด แต่จิตใจกลับนิ่งสงบอย่างน่าประหลาด เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังขึ้นที่หน้าประตูห้องปฏิบัติการ เงาสลัวของร่างเพรียวบางในชุดกราวน์สีขาวคุ้นเคยปรากฏผ่านกระจกนิรภัย
ประตูกลไกกำลังจะเปิดออกพร้อมกับการมาถึงของ ดร.ไอรีล
"เซริน! นายกำลังทำบ้าอะไร!" เสียงหวานใสแต่ทรงอำนาจตวาดลั่นทันทีที่ประตูเลื่อนเปิดออก ดร.ไอรีลพุ่งเข้ามาในห้องด้วยความเร็วสูง ดวงตาสคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นผมกำลังใช้ประแจขนาดเล็กจ่ออยู่กับขั้วระเบิดที่กำลังจะทำงานในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า "ถอยออกมาเดี๋ยวนี้! นั่นมันระเบิดแรงสูงระดับทำลายล้างโซนวิจัยเชียวนะ!"
ผมไม่ได้ถอยหนี กลับกัน ผมเหลือบสายตาขึ้นมองอาจารย์สาวผู้เพิ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา ใบหน้าของเธอยังคงมีความเย่อหยิ่งและดุดันเป็นเอกลักษณ์ แต่ทว่า สันจมูกรั้นและดวงตาที่ฉายแววเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิดนั้น กลับทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะคลี่ยิ้มบางๆ ออกมา
รอยยิ้มที่ตามเงื่อนไขของระบบลูปเวลา... ถูกจัดหมวดหมู่ไว้ว่าเป็นการ "แสดงความไมตรีจิตอันอบอุ่นในยามวิกฤต"
"อาจารย์ครับ..." ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ นุ่มนวล และราบเรียบเสียจนคนฟังต้องชะงัก “ช่วยกรุณายืนนิ่งๆ เป็นกำลังใจให้ผมสักสามวินาทีจะได้ไหมครับ? การคำนวณของผมอาจจะคลาดเคลื่อนได้ ถ้ามีคนสวยมายืนหายใจรดต้นคอด้วยความตื่นตระหนกแบบนี้”
“นาย... นายยังมีอารมณ์มาเล่นลิ้นเรอะ เจ้าเด็กนี่!” ไอรีลกัดริมฝีปากแน่น ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโกรธปนความตกใจ เธอยื่นมือออกมาราวกับจะคว้าตัวผมถอยหลัง แต่ทว่า... จังหวะเวลานั้นช้าเกินไปเสี้ยววินาที
*คลิก!*
เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นเบาๆ สวนทางกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดับพรึบลงทันที ความโกลาหลทั้งหมดภายในห้องปฏิบัติการถูกแทนที่ด้วยความเงียบสงบอย่างฉับพลัน หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกต พร้อมข้อความยืนยันสถานะความปลอดภัย: `SYSTEM STABILIZED. THREAT NEUTRALIZED SUCCESSFULLY.`
ระเบิดควอนตัมความหนาแน่นสูงที่เกือบจะคร่าชีวิตคนครึ่งสถาบันสงบนิ่งลงในมือของผมอย่างไร้พิษภัย
ดร.ไอรีลยืนแข็งทื่อเป็นหิน มือเรียวยังคงค้างอยู่กลางอากาศ ดวงตากลมโตมองสลับระหว่างระเบิดในมือผมกับใบหน้าของผมที่ยังคงประดับด้วยรอยยิ้มสุภาพตามแบบฉบับสุภาพบุรุษ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความตกตะลึง
“นาย... ทำได้ยังไงกัน?” เสียงของเธอแผ่วเบาลงอย่างเห็นได้ชัด ความดุดันเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจระคนสงสัยอย่างที่สุด
“มันคือความน่าจะเป็นทางคณิตศาสตร์ครับอาจารย์” ผมตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมกับค่อยๆ วางอุปกรณ์ลงบนโต๊ะทำงานอย่างระมัดระวัง “และที่สำคัญที่สุด... มันเป็นเพราะผมไม่อยากให้อาจารย์ต้องเหนื่อยวิ่งมาดุผมถึงที่นี่บ่อยๆ ด้วยครับ”
ไอรีลหรี่ตามองผมอย่างพิจารณา เธอยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากซักถามอะไรเพิ่มเติม หน้าจอโฮโลแกรมส่วนตัวของผมก็สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับข้อความสีทองอร่ามที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างไร้ที่มา
[แจ้งเตือนระบบ: คุณทำภารกิจ "บั๊กแรกในชีวิต" สำเร็จลุล่วงด้วยคะแนนประเมินระดับ SSS]
[เงื่อนไขพิเศษ: ได้รับแต้มความพึงพอใจจากเป้าหมาย (ดร.ไอรีล) +50 แต้ม]
[คำเตือนจากระบบ: เนื่องจากการแทรกแซงไทม์ไลน์ในระดับนี้ ส่งผลให้โครงสร้างความหนาแน่นของมิติเวลาเกิดรอยแยก...]
ตัวอักษรบนจอโฮโลแกรมกระตุกไหววูบ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นข้อความสีแดงฉานอีกครั้ง พร้อมเสียงเตือนทุ้มต่ำที่ดังขึ้นในหัวของผมคนเดียว
[ตรวจพบความผิดปกติระดับวิกฤต: บุคคลปริศนาจากลูปเวลาที่ถูกลบ กำลังพยายามเชื่อมต่อเข้ามายังพิกัดปัจจุบันของคุณ...]
ผมหุบยิ้มทันที ดวงตาคมกริบหันกลับไปมองที่หน้าต่างกระจกใสเบื้องหลัง ซึ่งตอนนี้ภาพสะท้อนของท้องยามค่ำคืนนอกสถาบันวิจัยกำลังบิดเบี้ยวเป็นคลื่นราวกับผิวน้ำที่ถูกโยนก้อนหินลงไป และในเงาสلัวนั้นเอง... ร่างเงาของใครบางคนกำลังก้าวทะลุกระจกมิติออกมาอย่างไร้เสียง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปกับผมในบทนี้นะครับ
ระบบลูปเวลาของผมมันบอกว่าคุณต้องใจดีกับผม•ตอนที่ 2
บั๊กแรกในชีวิต กับการเอาตัวรอดสไตล์คนฉลาด
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบลูปเวลาของผมมันบอกว่าคุณต้องใจดีกับผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!