กุญแจดอกนั้นเป็นของผมครับ•ตอนที่ 17

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
กลิ่นกาแฟอาราบิก้าชั้นดีกรุ่นกำจายอยู่ในห้องรับรองวีไอพีชั้นห้าสิบ แต่บรรยากาศกลับเย็นยะเยือกเสียจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง รวินท์นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีเข้ม ใบหน้าคมคายเรียบเฉยราਤรูปปั้นสลัก สายตาคมกริบมองลอดผ่านควันบางเบาไปยังร่างของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญที่เพิ่งก้าวเข้ามา "ไม่นึกเลยนะคะว่าจะได้พบคุณที่นี่... พี่ชาย" น้ำเสียงของรวินท์ทุ้มนุ่ม แต่มันกลับแฝงไปด้วยประกายพิฆาตที่ทำให้ผู้ฟังถึงกับสันหลังวาบ ปกรณ์ ชายหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นพี่ชายต่างแม่และเคยเหยียบย่ำรวินท์ไว้สารพัด หัวเราะในลำคออย่างเย่อหยิ่ง เขาสวมสูทแบรนด์เนมราคาแพงระยับ ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีเหนือกว่าราวกับตัวเองเป็นเจ้าของตึกแห่งนี้ ทั้งที่ในความเป็นจริง เขากำลังเดินเข้าสู่กรงข้ามที่รวินท์บรรจงสร้างขึ้นอย่างประณีต "แปลกใจมากหรือไง รวินท์?" ปกรณ์ยักไหล่ ทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยไม่ได้รับเชิญ ดวงตาเรียวรีมองสำรวจห้องหรูหราด้วยความริษยา "ฉันอุตส่าห์บินกลับมาจากต่างประเทศ ก็เพื่อให้โอกาสแกได้ลืมตาอ้าปาก... ได้ข่าวว่าช่วงนี้บริษัท 'เวลธ์เทค' ของแกกำลังเนื้อหอมไม่ใช่เล่น ถึงขนาดมีนักลงทุนกระเป๋าหนักแห่กันเข้าไปซื้อหุ้นสินะ" รินรดา ซึ่งยืนสงบนิ่งอยู่เคียงข้างเก้าอี้ของรวินท์ ขยับตัวเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววเย้ยหยันที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้แพขนตางอนงาม เธอรู้ดีว่าคำว่า 'นักลงทุนกระเป๋าหนัก' ที่ปกรณ์พูดถึงนั้น แท้จริงแล้วคือตัวปกรณ์เองและกลุ่มทุนใหญ่ที่ถูกเป่าหูจนเคลิบเคลิ้มต่างหาก "โอกาสงั้นหรือคะ?" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือน "เกรงว่าจะเป็นการรâยควายให้ชาวนาชนมากกว่ามั้งคะ คุณปกรณ์" ปกรณ์หันขวับมามองหญิงสาวด้วยความไม่พอใจ "นังนี่! แกมีสิทธิ์อะไรมาพูดจาอวดดีต่อหน้าฉัน จำไม่ได้หรือไงว่าเมื่อก่อนพวกแกมันก็แค่หมาข้างถนนที่ฉันเคยเหยียบเล่น!" รวินท์ไม่ได้โกรธเคือง เขาเพียงยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบช้าๆ ท่าทีที่สุขุมเยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลกทำให้ปกรณ์รู้สึกหงุดหงิดใจอย่างบอกไม่ถูก รวินท์วางถ้วยลงบนจานรองเกิดเสียงกระทบกันเบาๆ แต่มันกลับดังสะท้อนก้องในความเงียบ "อดีตก็คืออดีตค่ะพี่ชาย" รวินท์เอ่ยด้วยรอยยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "ส่วนปัจจุบัน... หมาข้างถนนตัวนั้น กำลังจะกลายเป็นเจ้าของป่า" ปกรณ์แค่นเสียงฮึดฮัด "ปากดี! คิดว่าฉันไม่รู้ทันแผนการของแกหรือไง? แกจงใจปล่อยข่าวลือเรื่องโครงการ AI พลังงานสะอาด เพื่อดึงดูดให้พวกเราทุ่มเงินซื้อหุ้นของเวลธ์เทคใช่ไหมล่ะ? น่าเสียดายนะรวินท์... แกฉลาดไม่พอหรอก โครงการนั้นมันเป็นแค่ภาพลวงตา เงินที่พวกฉันกำลังจะเทลงไปต่างหาก คือของจริงที่จะถีบให้พวกแกจมดิน!" รวินท์หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าคมคายลึกซึ้งขึ้นไปอีก ภาพลวงตางั้นหรือ? ช่างเป็นคำพูดที่น่าขันเสียจริงในสายตาของชายผู้ถือครองระบบอำนาจเงินมหาศาล ระบบที่สามารถบงการทุกตัวเลขบนหน้าจอหลักทรัพย์ได้ดั่งใจนึก "ถ้าพี่มั่นใจขนาดนั้น... ทำไมไม่ลองเซ็นสัญญาซื้อขายหุ้นล็อตใหญ่ที่สุดในตอนนี้เลยล่ะคะ?" รวินท์ผายมือไปยังเอกสารแฟ้มสีดำที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกใส เอกสารที่ผ่านการตกแต่งบัญชีและสร้างภาพลวงตาแห่งผลกำไรมหาศาลอย่างแนบเนียนจนแม้แต่นักบัญชีมือหนึ่งก็ยังต้องหลงกล ปกรณ์มองเอกสารนั้นด้วยความโลภที่ฉายชัดผ่านแววตา ความริษยาและอคติบังตาจนมองไม่เห็นความผิดปกติแม้แต่น้อย เขารีบหยิบปากกาหรูขึ้นมาทันที ราวกับกลัวว่าเหยื่อตรงหน้าจะเปลี่ยนใจ "แกอย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน รวินท์!" ปกรณ์เซ็นชื่อลงไปอย่างรวดเร็วและหนักแน่น "หุ้นร้อยละเจ็ดสิบของเวลธ์เทค... ตอนนี้ตกเป็นของฉันและกลุ่มทุนร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว!" รินรดาลอบสูดหายใจเข้าลึกๆ หัวใจของเธอเต้นระส่ำด้วยความตื่นเต้นและสะใจ แม้ภายนอกเธอจะยังคงรักษาความนิ่งสงบเอาไว้ได้อย่างไร้ที่ติ มือเรียวบางเอื้อมไปกุมมือของรวินท์ไว้ใต้โต๊ะ ทั้งสองสบตากันด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง—ชัยชนะอยู่แค่เอื้อมแล้ว ปกรณ์หัวเราะรơiร่านอย่างคนได้ใจ โยนปากกาลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น "ฮ่าๆๆ! โง่เง่าสิ้นดี! คิดจะหลอกใช้ฉันเหรอ รวินท์? แกต่างหากที่กำลังกลายเป็นกระสอบทรายให้ฉันกอบโกยผลกำไรไปจนหมดตัว! พรุ่งนี้เช้า ฉันจะเปิดแถลงข่าวไล่พวกแกออกจากบริษัทนี้ให้ดู!" รวินท์ลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงโปร่งและสง่างามของเขาทำให้ปกรณ์ต้องเงยหน้าขึ้นมองโดยอัตโนมัติ รวินท์จัดปกเสื้อสูทให้เข้าที่อย่างใจเย็น ก่อนจะก้มลงกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่น่ากลัวที่สุด "พี่คะ... เคยได้ยินคำว่า 'ภาพลวงตาที่แท้จริง' ไหมคะ?" ปกรณ์ชะงัก สีหน้าเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อเห็นรอยยิ้มของน้องชายต่างแม่ รวินท์หยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอด้วยระบบสแกนใบหน้า นิ้วเรียวกดปุ่มเพียงครั้งเดียวเพื่อเปิดใช้งาน 'ระบบ' ที่เชื่อมต่อกับบัญชีโครงข่ายการเงินระดับโลก อำนาจที่สามารถสั่งระงับและเปลี่ยนแปลงสถานะทางกฎหมายได้ภายในเสี้ยววินาที หน้าจอแสดงผลยอดเงินและสถานะการถือครองหุ้นที่ถูกพลิกกลับตาลปัตรอย่างสมบูรณ์แบบ! "แก... แกทำอะไร..." ปกรณ์หน้าถอดสี รีบคว้าโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชันตลาดหลักทรัพย์ แต่สิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอกลับไม่ใช่ตัวเลขกำไรมหาศาลอย่างที่คาดฝัน หากแต่เป็นประกาศเตือนสีแดงฉาน—บริษัทเวลธ์เทคได้ยื่นล้มละลายทางเทคนิค และทรัพย์สินทั้งหมดถูกโอนถ่ายไปยังบริษัทแม่ในต่างประเทศโดยสมบูรณ์เมื่อสามวินาทีที่แล้ว! "ไม่... เป็นไปไม่ได้!" ปกรณ์หวีดร้องเสียงหลง ใบหน้าซีดเผือกไร้สีเลือด เขาล้มลงไปกองกับพื้นโซฟาอย่างหมดสภาพ ขาอ่อนแรงจนยืนไม่อยู่ "หุ้นพวกนั้น... มันกลายเป็นกระดาษเปล่าไปแล้วเหรอ?! แกทำแบบนี้ได้ยังไง!" รวินท์มองดูสภาพของพี่ชายผู้เคยหยิ่งทะนองด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ราวกับกำลังมองมดปลวกตัวหนึ่ง "เงินที่คุณเอามาลงทุน... ขอบคุณสำหรับความอนุเคราะห์นะคะ" รวินท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนถึงกระดูก "มันเพียงพอที่จะทำให้บริษัทของเรากลายเป็นอาณาจักรที่ไม่มีใครโค่นล้มได้ไปตลอดกาลแล้วล่ะค่ะ" ในวินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของปกรณ์ก็ดังขึ้นติดต่อกันรัวๆ เป็นสัญญาณเตือนจากการถูกยึดทรัพย์สินส่วนตัวและอายัดบัญชีธนาคารทั้งหมดจากธนาคารกลาง ปกรณ์เบิกตากว้างจนแทบถลน ลมหายใจติดขัด ร่างกายสั่นเทาด้วยความสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด ทว่า ก่อนที่ปกรณ์จะทันได้เปล่งเสียงร้องขอชีวิต ประตูห้องรับรองวีไอพีก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงของชายในชุดสูทสีดำกลุ่มใหญ่ก้าวเข้ามาหยุดยืนล้อมรอบตัวเขาไว้ พร้อมกับร่างของทนายความส่วนตัวผู้ทรงอิทธิพลที่เดินถือเอกสารคำสั่งศาลฉบับเร่งด่วนเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าปกรณ์พอดี... "คุณปกรณ์ครับ... ทางเรามีหมายศาลอายัดตัวคุณในข้อหาฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงินครับ" ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ ต้นไม้ริมระเบียง
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุญแจดอกนั้นเป็นของผมครับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%