เสียงเครื่องรูดบัตรเครดิตอิเล็กทรอนิกส์ดัง "ปี๊ดดด— ติ๊ง!" ผ่านฉลุยอย่างไร้รอยต่อ พร้อมกับข้อความอนุมัติวงเงินจำนวนหนึ่งพันล้านบาทที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอดิจิทัลขนาดใหญ่กลางห้องประชุมอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง!
ความเงียบงันระดับมรณะแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งห้องประชุมใหญ่ของตระกูลใหญ่โตโออ่า บรรดาญาติผู้ใหญ่และคณะกรรมการบริหารที่เมื่อครู่ยังส่งเสียงหัวเราะเยาะหยัน ราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหินแกะสลัก ดวงตาของแต่ละคนเบิกกว้างจนแทบทะลักออกมานอกเบ้า เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายไหลย้อยลงมาตามขมับและสันหลังของประธานกรรมการอาวุโสผู้เคยหยิ่งผยอง
รวินท์ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังโต๊ะประชุมขัดเงาราวกับรูปปั้นหินอ่อน มือข้างหนึ่งยังคงถือบัตรเครดิตสีดำสนิทที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับราวกับห้วงอวกาศอันลึกล้ำ ใบหน้าของเขาราบเรียบไร้ระลอกคลื่นแห่งความตื่นเต้น ราวกับว่าตัวเลขหนึ่งพันล้านนั้นเป็นเพียงเศษเหรียญในกระเป๋าเสื้อ ไม่ใช่เงินจำนวนมหาศาลที่สามารถซื้อบริษัทเหล่านี้ได้ทั้งเครือในเวลาเพียงกระพริบตา
ข้างกายเขา รินรดายืนเคียงคู่ด้วยความสง่างามที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากร่มเงาแห่งความกดขี่ ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววระยิบระยับด้วยหยาดน้ำตาแห่งความตื้นตันและความภาคภูมิใจ มือเรียวบางของเธอเอื้อมไปกุมชายเสื้อสูทของรวินท์ไว้แน่น ราวกับต้องการยืนยันว่าปาฏิหาริย์ครั้งนี้คือความจริง ไม่ใช่ความฝันอันเลือนรางที่เธอเคยพบเจอมาตลอดหลายปี
"เป็นไปไม่ได้..." เสียงแหบพร่าของประธานกรรมการดังขึ้นทำลายความเงียบ เขาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้จนมันล้มคว่ำไม่เป็นท่า สองมือสั่นเทาระรัวขณะชี้มาที่หน้าจอแสดงผล "บัตรนั่น... บัตรวงเงินไม่จำกัดนั่นนายเอามาจากไหน! แกมันเป็นแค่ไอ้ลูกหนี้ที่บริษัทกำลังจะฟ้องล้มละลายไม่ใช่เหรอ!"
รวินท์ไม่ได้ตอบคำถามโง่เขลานั้น ทว่าเขากลับยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจและความเยือกเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจของคนที่ได้มอง
[ติ๊ง! ตรวจพบความกดดันขั้นสูงสุดในสภาพแวดล้อมระบบประเมินสถานการณ์สำเร็จ]
[ระบบอัปเกรดเสร็จสิ้น: ปลดล็อกทักษะพิเศษระดับพระเจ้า "วจีทิพย์เจรจาธุรกิจ" (God-tier Business Negotiation Skill)]
[ผลลัพธ์ของทักษะ: ทุกคำพูดและการตัดสินใจของโฮสต์จะมีอำนาจชี้นำจิตวิทยาขั้นสูง คู่สนทนาจะสูญเสียความสามารถในการต่อรองและต้องจำนนต่อข้อเสนอโดยสมบูรณ์]
เสียงแจ้งเตือนอันเป็นเอกลักษณ์ของระบบดังขึ้นในห้วงความคิดของรวินท์ คลื่นพลังงานอุ่นวาบลึกลับไหลทะลักเข้าสู่สมองและเส้นเสียงของเขาในชั่วพริบตา ความรู้สึกมั่นใจ ความเข้าใจในกลไกตลาดระดับมหภาค และกลยุทธ์การเจรจาชั้นครูก็หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกับสัญชาตญาณของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ
รวินท์ก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นห้องประชุมดัง ก้องกังวานราวกับเสียงฆ้องที่ประกาศการล่มสลายของยุคสมัยเก่า
"ประธานคุณากรครับ... อ๊ะ ขออภัย ผมลืมไปว่าตอนนี้คนที่กำลังจะล้มละลาย ไม่ใช่ผมอีกต่อไปแล้ว" เสียงทุ้มนุ่มนวลแต่ทรงพลังกังวานไปทั่วห้อง ทุกคำพูดที่เปล่งออกมามีความกดดันอันหนักอึ้งราวกับภูเขาไท่ซานกดทับลงบนบ่าของทุกคนที่นั่งอยู่
คุณากรหน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก "แก... แกหมายความว่ายังไง"
"หมายความว่า หนี้สินทั้งหมดห้าสิบล้านที่พวกคุณใช้กดขี่ข่มเหงพวกเรา บัดนี้... ถูกผมซื้อหนี้ต่อทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว" รวินท์โยعเอกสารปึกหนึ่งลงบนโต๊ะกลางห้อง เอกสารตราครุฑและลายเซ็นจากสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ปรากฏต่อสายตาทุกคนอย่างชัดเจน "และในฐานะเจ้าหนี้คนใหม่ของพวกคุณ ผมมีเวลาให้พวกคุณพิจารณาข้อเสนอสองข้อ... ภายในสามวินาทีนี้"
ความกดดันในห้องพุ่งทะยานถึงขีดสุด ทักษะ "วจีทิพย์เจรจาธุรกิจ" เริ่มทำงานอย่างเต็มรูปแบบ อากาศภายในห้องราวกับถูกสูบออกไปจนหายใจไม่ออก สายตาทุกคู่ที่มองมาที่รวินท์ไม่ได้เต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามอีกต่อไป หากแต่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด ความหวาดกลัวต่ออำนาจที่ไร้ขีดจำกัดและความเด็ดขาดที่พร้อมจะบดขยี้พวกเขาให้เป็นจุล
รินรดามองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่ยืนหยัดปกป้องเธอมาตลอด หัวใจของเธอบีบรัดด้วยความซาบซึ้ง เธอรู้ดีว่ารวินท์ในวันนี้ไม่ใช่ผู้ชายคนเดิมที่ต้องก้มหน้ารับความอัปยศอีกต่อไปแล้ว เขากำลังสร้างอาณาจักร และเธอก็คือผู้หญิงคนเดียวที่จะได้ยืนเคียงข้างบัลลังก์นั้น
"สาม..." รวินท์เริ่มนับถอยหลัง น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่จ่ออยู่บนลำคอ
"ร... รวินท์ หลานรัก พล่อยเราคุยกันก่อนเถอะนะ พวกเราก็ญาติกันทั้งนั้น..." ป้าสะใภ้ผู้เคยตบหน้าและขับไล่รินรดาก่อนหน้านี้ รีบคลานเข่าเข้ามาเกาะขาของรวินท์ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาและคราบเหงื่อ
"สอง..." รวินท์ไม่แม้แต่จะเหลือบสายตาลงมอง หญิงสาวผู้เคยหยิ่งผยองบัดนี้กำลังหมอบกราบแทบเท้าของคนที่เธอเคยเหยียบยย่ำ
"หนึ่ง..."
ก่อนที่คำสุดท้ายจะหลุดจากริมฝีปาก เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงนับสิบเครื่องในกระเป๋าของคณะกรรมการบริหารพร้อมใจกันแผדเสียงกรีดร้องระรัวราวกับสัญญาณเตือนภัยภัยพิบัติ ร่างของทุกคนทรุดฮวบลงกับเก้าอี้ด้วยความสิ้นหวัง เมื่อข้อความแจ้งเตือนจากธนาคารหลักและตลาดหลักทรัพย์เด้งขึ้นพร้อมกัน—หุ้นของตระกูลคุณากรกำลังดิ่งลงเหวอย่างไร้แรงพยุง!
รวินท์ย่อตัวลงเล็กน้อย ใช้สายตาดุดั่งพญายมนองมองไปยังอดีตญาติผู้ใหญ่ที่กำลังสั่นเทา ก่อนจะเอ่ยประโยคพิพากษาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่สะท้านสะเทือนจิตใจ
"เกมจบลงแล้วครับ... ต่อจากนี้ สมบัติทุกชิ้นของตระกูลคุณากร จะต้องเปลี่ยนชื่อเป็นของผม"
บรรยากาศในห้องประชุมเงียบกริบจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นโครมคราม ทว่าในวินาทีที่ชัยชนะอันหอมหวานกำลังจะสมบูรณ์แบบ เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์ก็บินต่ำลงมาจอดสนิทบนลานดาดฟ้าของตึกระฟ้าแห่งนี้ แรงลมจากใบพัดตีผ่านกระจกหน้าต่างห้องประชุมจนสั่นสะเทือน ประตูลิฟท์แก้วส่วนตัวที่เชื่อมตรงจากดาดฟ้าเปิดผางออกอย่างรุนแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลปริศนาในชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์ผู้กุมช่อดอกไม้สีแดงเพลิงเดินตรงเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ!
รวินท์หรี่ตาลงทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของแขกไม่ได้รับเชิญคนนั้น—คนที่ควรจะอยู่ต่างประเทศและไม่มีทางล่วงรู้แผนการนี้เด็ดขาด!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ต้นไม้ริมระเบียง" เสมอมานะคะ
กุญแจดอกนั้นเป็นของผมครับ•ตอนที่ 16
ระบบอัปเกรด
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุญแจดอกนั้นเป็นของผมครับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!