เสียงเคาะค้อนไม้ดัง "ปัง!" ลงบนแท่นไม้เนื้อแข็ง พร้อมกับเสียงประกาศก้องของผู้ดำเนินรายการประมูลที่ดังระรัวก้องห้องจัดเลี้ยงหรูหรา
"สเทิร์นฮาร์ด โฮลดิ้งส์ เสนอราคาที่สามร้อยล้านบาทค่ะ! มีใครให้สูงกว่านี้อีกไหมคะ... สามร้อยล้านบาท ครั้งที่หนึ่ง!"
บรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมระดับเจ็ดดาวอวลไปด้วยกลิ่นอายของเงินตราและอำนาจ สายตานับร้อยคู่ต่างพากันจับจ้องไปยังชายหนุ่มร่างสูงผู้สวมสูทสั่งตัดพิเศษจากอิตาลี นามว่า "กิตติภัทร" ทายาทตระกูลใหญ่ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าเล่ห์และรสนิยมอันฟุ่มเฟือย เขากำลังยกมุมปากขึ้นยิ้มเยาะอย่างเหนือกว่า พร้อมกับกวาดสายตามองมายังแถวที่นั่งด้านหลัง ซึ่งมีร่างของหญิงสาวในชุดราตรีเรียบหรูแตงตัวด้วยความภาคภูมิใจ—รินรดา—และชายหนุ่มผู้สงบนิ่งราวน้ำแข็งใสอย่างรวินท์
กิตติภัทรจงใจลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หมุนแก้วแชมเปญในมือช้าๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้คนรอบข้างได้ยินชัดเจน
"ของเล่นชิ้นนี้... เหมาะกับคนที่มีปัญญาจ่ายเท่านั้นนะคะ รวินท์ นายยังจำความรู้สึกตอนที่ไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อกาแฟราคาหลักสิบได้อยู่หรือเปล่า? อย่าพยายามเอาไข่ไปกระทบหินเลย มันน่าสมเพชเกินไป"
เสียงหัวเราะคิกคักเบาๆ ดังขึ้นจากบรรดาไฮโซและแขกเหรื่อรอบกาย พวกเขากำลังมองรวินท์ด้วยสายตาเหยียดหยาม ราวกับเขากำลังยืนอยู่ผิดที่ผิดทาง รินรดากัดริมฝีปากแน่น มือเรียวบางเอื้อมไปกุมมือหนาของรวินท์ไว้ด้วยความสั่นเทาเล็กน้อย ความทรงจำในวันที่ครอบครัวรวินท์ถูกเหยียบย่ำจนจมดินยังคงตามหลอกหลอน แต่ในขณะเดียวกัน เธอกลับสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและความเยือกเย็นประหลาดจากฝ่ามือของชายหนุ่มที่เธอยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อเคียงข้าง
รวินท์ไม่ได้แสดงอาการโกรธเกรี้ยว เขายังคงรักษาท่าทีสงบ นิ่ง และลุ่มลึก ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองไปที่วัตถุชิ้นเอกกลางเวที—"กุญแจทองคำโบราณ" ที่ฝังเพชรแท้บริสุทธิ์ 52 เม็ด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สิทธิ์ขาดในการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ริมอ่าวอันทรงคุณค่า และที่สำคัญที่สุด มันคือสิ่งของที่กิตติภัทรประกาศกร้าวไว้ล่วงหน้าว่าจะนำไปมอบให้ตระกูลใหญ่เพื่อประกาศศักดา
ดิฉันสังเกตเห็นรอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของรวินท์ รอยยิ้มที่ไม่ได้เต็มไปด้วยความเคียดแค้น แต่เป็นรอยยิ้มของ "ผู้ถือไพ่เหนือกว่า" ที่กำลังมองดูเด็กน้อยเล่นขายของ
"สามร้อยสิบล้านบาทค่ะ" รวินท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ไม่ดังไม่ค่อย แต่กลับทรงพลังจนตัดผ่านเสียงเซ็งแซ่ภายในห้องได้อย่างน่าประหลาด
กิตติภัทรชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะหันขวับกลับมามองด้วยความขบขันระคนดูถูก "หืม? สามร้อยสิบล้าน? นึกว่านายจะเก่งกว่านี้เสียอีก รวินท์ เงินเก็บก้อนสุดท้ายจากบริษัทกระจ้อยร่อยของนายคงหมดเกลี้ยงแล้วสินะ งั้นฉันขอเคาะปิดเกมตรงนี้ก็แล้วกัน"
"สเทิร์นฮาร์ด โฮลดิ้งส์ เสนอที่... สี่ร้อยล้านบาทค่ะ!" กิตติภัทรตะโกนตัดหน้าผู้ดำเนินรายการ พร้อมกับชูมือขึ้นสูงเพื่อเรียกเสียงฮือฮาจากคนรอบข้าง เขากอดอกแน่น เชิดหน้าขึ้นด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าไม่มีทางที่คนตกอับอย่างรวินท์จะมีปัญญาหาเงินจำนวนนี้มาสู้ได้ในเวลาชั่วพริบตา
รินรดากลั้นหายใจ หัวใจของเธอดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่ม แม้เธอจะเชื่อมั่นในตัวรวินท์เสมอมา แต่ตัวเลขสี่ร้อยล้านบาทนั้นเป็นเงินมหาศาลเกินกว่าที่มนุษย์ธรรมดาจะหามาได้ในค่ำคืนเดียว
รวินท์หันมามองรินรดา เขาส่งยิ้มอบอุ่นและอ่อนโยนให้เธอดั่งเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา ก่อนจะเอื้อมมือไปตบหลังมือเธอเบาๆ เพื่อส่งผ่านความมั่นคง
"รินคะ... เชื่อใจฉันไหมคะ?" เสียงนุ่มลึกกระซิบถามข้างหู
หญิงสาวพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น แม้ในใจจะยังคงหวาดหวั่น "ค่ะ รินเชื่อคุณ... เสมอ"
ในวินาทีนั้นเอง หน้าต่างโปร่งใสสีฟ้าสว่างวาบขึ้นในห้วงความคิดของรวินท์ ระบบอัจฉริยะที่ทำหน้าที่เป็นรากฐานแห่งอำนาจอันไร้ขีดจำกัดได้ส่งสัญญาณเตือนเบาๆ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ก้องกังวานในโสตประสาท
[ ติ๊ง! ตรวจพบความพยายามในการกดขี่ทางอำนาจเงินจากเป้าหมาย ]
[ ระบบทำการปลดล็อกงบประมาณฉุกเฉินระดับ 'จักรพรรดิการเงิน' สำเร็จ ]
[ วงเงินคงเหลือในบัตรเครดิตไร้ขีดจำกัด: ไร้ขีดจำกัด (Infinite) ]
รวินท์หยิบกระเป๋าสตางค์หนังแท้สีดำสนิทออกมาอย่างใจเย็น เขาหยิบบัตรเครดิตโลหะสีดำสนิทที่ปราศจากลวดลายใดๆ นอกจากชิปสีทองอร่ามขึ้นมาคั่นระหว่างนิ้วราวกับมันเป็นเพียงเศษกระดาษใบหนึ่ง จากนั้นจึงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนเป็นกดดันและทรงอำนาจจนผู้คนรอบข้างถึงกับต้องหันมามองด้วยความรู้สึกหน I
เขากวาดสายตาคมกริบมองไปยังกิตติภัทรผู้กำลังยิ้มเยาะ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดังก้องกังวานและเฉียบคมบาดลึก
"สี่ร้อยล้านบาท... น้อยไปหน่อยนะคะ สำหรับของเล่นที่จะเอาไปฝุ่นจับเล่นในบ้านตระกูลกิตติภัทร" รวินท์เว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะยกมุมปากขึ้น "ฉันขอเสนอราคา... หนึ่งพันล้านบาทถ้วนค่ะ"
"พรวด!" เสียงสำลายแชมเปญพุ่งออกจากปากของแขกคนหนึ่งดังสนั่น ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องจัดเลี้ยงทันทีราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลา ทุกสายตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนลูกตาแทบหลุดออกมาจากเบ้า หนึ่งพันล้านบาท?! สำหรับกุญแจดอกเดียวเนี่ยนะ?!
กิตติภัทรหน้าซีดเผือด สีหน้าที่เคยหยิ่งผยองบิดเบี้ยวทันที เขาตะโกนลั่นด้วยความสติหลุด "ไอ้รวินท์! แกบ้าไปแล้ว! แกเอาเงินมาจากไหน! แกมันก็แค่คน—"
รวินท์ไม่เปิดโอกาสให้กิตติภัทรได้พูดจบ เขาเดินสาวเท้าเข้าไปใกล้เวทีประมูลอย่างสง่างาม โดยมีรินรดายืนเคียงข้างด้วยความภาคภูมิใจ ชายหนุ่มยื่นบัตรเครดิตสีดำสนิทให้กับพนักงานประมูลที่ยืนตัวสั่นด้วยความตื่นตระกูล พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำลายความเย่อหยิ่งของศัตรูจนไม่เหลือชิ้นดี
"รูดบัตรค่ะ..."
เสียงเครื่องรูดบัตรเครดิตอิเล็กทรอนิกส์ดัง "ปี๊ดดด— ติ๊ง!" ผ่านฉลุยอย่างไร้รอยต่อ พร้อมกับข้อความอนุมัติวงเงินจำนวนหนึ่งพันล้านบาทที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอดิจิทัลขนาดใหญ่กลางห้องประชุมอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ต้นไม้ริมระเบียง" มาโดยตลอดนะคะ
กุญแจดอกนั้นเป็นของผมครับ•ตอนที่ 15
ประมูลของเล่นเศรษฐี
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุญแจดอกนั้นเป็นของผมครับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!