กุญแจดอกนั้นเป็นของผมครับ•ตอนที่ 14

ตบหน้าให้หายแค้น

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
"ถ้ารินไม่มีปัญญาจ่ายค่ากาแฟแก้วนี้ ก็ไสหัวออกไปซะเถอะค่ะ อย่ามายืนเกะกะขวางทางลูกค้าระดับ 'ไฮโซ' อย่างพวกเราเลย" เสียงหัวعันเยาะเย้ยถากถางดังขึ้นกลางร้านกาแฟหรูใจกลางย่านธุรกิจ น้ำเสียงแหลมสูงนั้นจงใจกระแทกกระทั้นเพื่อให้คนทั้งร้านหันมามอง ปริญญา และ พิมพ์พรรณ สองพี่น้องตระกูลผู้ดีเก่าที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของรวินท์และรินรดาในอดีต กำลังยืนกอดอกเชิดหน้าชูตาอยู่หน้าเคาน์เตอร์ สายตาที่พวกเธอมองรินรดานั้นเต็มไปด้วยความเหยียดหยามราวกับอีกฝ่ายเป็นเพียงฝุ่นใต้รองเท้า รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด มือเรียวที่กำกระเป๋าผ้าเก่าๆ สั่นเทาเล็กน้อย ความทรงจำอันเจ็บปวดเมื่อครั้งที่เธอถูกคนกลุ่มนี้กลั่นแกล้งสารพัดในงานสังคมเมื่อปีก่อนย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจอีกครั้ง วันนั้น...วันที่รวินท์ยังไม่มีอะไร วันที่พวกเธอต้องก้มหัวให้ความอยุติธรรม วันนี้พวกมันก็ยังคงสันดานเดิมไม่เปลี่ยน ทว่า รวินท์ที่ยืนอยู่เคียงข้างกลับไม่ได้แสดงอาการโกรธเกรี้ยวออกมาแม้แต่น้อย ชายหนุ่มเพียงแค่ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเยือกเย็นและอำนาจอันไร้ขีดจำกัดจากระบบที่อยู่เบื้องหลัง เขาสกิดไหล่บางของหญิงสาวเบาๆ สัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงทำให้รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก, ความหวาดกลัวในดวงตากลมโตค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความเชื่อมั่นในตัวชายหนุ่มผู้เป็นดั่งโลกทั้งใบของเธอ "ไม่ต้องลดตัวไปคุยกับคนไร้มารยาทหรอกค่ะริน" เสียงทุ้มนุ่มแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น รวินท์ก้าวออกมาบังร่างของหญิงสาวไว้ครึ่งหนึ่ง สายตาคมกริบกวาดมองสองพี่น้องตระกูลปริญญาด้วยความรู้สึกสมเพชเวทนา "เพราะอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า พวกเธอคงไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะยืนหายใจอยู่ในร้านนี้ด้วยซ้ำ" "อุ๊ยตาย! นี่มันนายรวินท์คนกระจอกไม่ใช่เหรอคะ?" พิมพ์พรรณแสร้งยกมือปิดปากหัวIเราะลั่นร้าน "ปากดีขึ้นนี่คะ! สงสัยไปเกาะผู้หญิงกินจนได้ดี หรือว่าไปขโมยเงินใครมาใส่สูทปลอมๆ เดินห้างหรู ถึงได้กล้ามาลอยหน้าลอยตาอยู่ตรงนี้?" ปริญญาเสริมขึ้นทันทีด้วยความหมั่นไส้ "จะบอกให้นะคะว่ากาแฟแก้วละห้าพันบาทเนี่ย มันไม่ใช่ระดับที่คนอย่างแกกับอีผู้หญิงไร้ค่าคนนี้จะมีปัญญาแตะต้อง! พนักงานคะ! ช่วยเชิญสองคนนี้ออกไปทีค่ะ น่ารำคาญลูกตา!" พนักงานต้อนรับที่รู้จักตระกูลปริญญาเป็นอย่างดีรีบวิ่งเข้ามาทำท่าจะผายมือเชิญรวินท์และรินรดาออกไป ทว่า ก่อนที่ปลายนิ้วของพนักงานจะทันได้แตะตัวรวินท์ ชายหนุ่มก็ควักบางสิ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างไม่เร่งรีบ เดบิตการ์ดสีดำสนิท ไร้ลวดลาย ขอบบัตรทำจากทองคำแท้ฝังเพชรน้ำงาม ทันทีที่การ์ดใบนั้นปรากฏแก่สายตา อากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง มันคือ 'The Black Infinite Card' บัตรเครดิตระดับตำนานที่แม้แต่เศรษฐีระดับพันล้านยังไม่มีสิทธิ์ครอบครอง! ระบบเหนือธรรมชาติได้ปลดล็อกวงเงินไร้ขีดจำกัดนี้ให้รวินท์ไว้สำหรับการใช้จ่ายที่สะใจที่สุดโดยเฉพาะ รวินท์วางการ์ดสีดำลงบนเคาน์เตอร์ช้าๆ น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ก้องกังวานไปทั่วทั้งร้านที่เงียบกริบ: "เหมาทั้งร้าน...รวมถึงซื้อตึกนี้ทั้งหมดด้วย" พนักงานต้อนรับหน้าซีดเผือด มือที่ยื่นไปรับบัตรสั่นเทาจนแทบทำหลุดมือ เมื่อเธอนำบัตรไปเสียบเข้ากับเครื่องรูดอัตโนมัติ หน้าจอระบบของร้านก็สว่างวาบขึ้นพร้อมกับเสียงเตือนสิทธิ์การใช้งานระดับสูงสุดที่ดังจนคนทั้งร้านต้องหันมามอง 'อนุมัติวงเงิน: Infinite' พิมพ์พรรณและปริญญาหน้าถอดสี รอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าแข็งค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบถล่นออกมาจากเบ้า พวกเธอจ้องมองหน้าจอเครื่องรูดบัตรสลับกับใบหน้าอันเยือกเย็นของรวินท์ราวกับเห็นผี "เป็น... เป็นไป1ไม่ได้! แกเอาเงินมาจากไหน?!" ปริญญาหวีดร้องออกมาอย่างเสียกิริยา ความมั่นใจและท่าทีเย่อหยิ่งเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความตื่นตระหนกที่เกาะกุมหัวใจ รวินท์ก้าวเข้าไปใกล้สองพี่น้องตระกูลปริญญาช้าๆ ความกดดันมหาศาลแผ่ออกมาจากตัวเขาจนทำให้หญิงสาวทั้งสองต้องก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว รินรดายืนมองแผ่นหลังอันสง่างามของชายหนุ่มด้วยหัวใจที่พองโต ความคับแค้นใจตลอดหลายปีถูกชำระล้างจนหมดสิ้นในพริบตาเดียว "เงินจากไหนไม่สำคัญหรอกค่ะ..." รวินท์โน้มตัวกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่เชือดเฉือนหัวใจคนฟัง "สำคัญตรงที่... ตอนนี้ฉันเป็น 'เจ้าของ' ทุกตารางเมตรที่พวกเธอกำลังเหยียบอยู่ต่างหาก" เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะสะบัดมือเรียกผู้จัดการร้านตัวจริงที่เพิ่งวิ่งหน้าตาตื่นออกมาจากห้องทำงานด้วยความเคารพยำเกรงสูงสุด "จัดการไล่แขกไร้มารยาทสองคนนี้ออกไปซะ" รวินท์ออกคำสั่งเสียงเรียบ "แล้วขึ้นป้ายแบล็กลิสต์ทั่วประเทศ ห้ามให้คนตระกูลปริญญาเหยียบเข้ามาในธุรกิจเครือข่ายของเราอีกตลอดชีวิต" "รับทราบครับท่านประธาน!" ผู้จัดการร้านโค้งคำนับจนตัวติดพื้น การ์ดชุดสูทสีดำสี่นายก้าวเข้ามาประกบตัวปริญญาและพิมพ์พรรณทันที เสียงกรีดร้องโวยวายด้วยความอับอายและตื่นตระหนกดังลั่นร้าน ท่ามกลางสายตาของลูกค้านับสิบคนที่มองเข้ามาด้วยความสมเพช สองพี่น้องที่เคยเหยียบย่ำผู้อื่น ถูกลากตัวออกไปอย่างไร้ศักดิ์ศรี ราวกับสุนัขข้างถนน รินรดายืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก น้ำตาแห่งความตื้นตันเอ่อคลอเบ้า รวินท์หันกลับมาส่งยิ้มอ่อนโยนให้เธอ พร้อมกับยื่นมือหนาออกมาตรงหน้า หญิงสาวไม่ลังเลที่จะวางมือเรียวลงในอุ้งมือที่อบอุ่นนั้น ทว่า ในวินาทีที่รวินท์กำลังจะพาเธอก้าวเดินออกจากร้านเพื่อไปรับประทานอาหารค่ำอย่างมีความสุขนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของรวินท์ก็แผדเสียงดังขึ้น หน้าจอปรากฏเบอร์แปลกประหลาดที่ไม่มีชื่อผู้ติดต่อ แต่มีรหัสลับของระบบแจ้งเตือนขึ้นมาซ้อนทับทันที 'คำเตือนจากระบบ: ตรวจพบความเคลื่อนไหวของเป้าหมายระดับสูงสุด — บุคคลลึกลับที่อยู่เบื้องหลังการล่มสลายของครอบครัวคุณในอดีตกำลังรอคุณอยู่ที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน พร้อมกับ... ข้อเสนอที่คุณปฏิเสธไม่ได้' รวินท์ชะงักฝีเท้าลง ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง ต้นไม้ริมระเบียง ❤️
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุญแจดอกนั้นเป็นของผมครับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%