เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนของโรงแรมแกรนด์ริเวียร่าดังระรัว ราวกับจังหวะกลองศึกที่ประกาศการมาถึงของความเปลี่ยนแปลงอันน่าสะพรึงกลัว ประตูบานกระจกนิรภัยกรอบทองสลักลายวิจิตรเปิดออกด้วยแรงผลักเพียงเล็กน้อย แต่กลับดึงดูดสายตานับร้อยคู่ภายในห้องโถงจัดเลี้ยงหรูหราให้หันขวับมามองเป็นตาเดียว
งานเลี้ยงการกุศลประจำปีของสมาคมอัญมณีและเศรษฐีในค่ำคืนนี้ เต็มไปด้วยชุดราตรีปักเลื่อมระยิบระยับและสูทตัดเย็บพิเศษจากมิลาน กลิ่นอายของความมั่งคั่งและชนชั้นทางสังคมลอยอวนปะปนกับกลิ่นแชมเปญราคาแพง ทว่า บรรยากาศอันน่าเบื่อหน่ายและเต็มไปด้วยการเสแสร้งเหล่านั้นกลับต้องสะดุดกึกทันที เมื่อร่างของชายหนุ่มในชุดสูททักסיโดสีดำสนิทก้าวเข้ามา
รวินท์ไม่ได้สวมใส่เพียงแค่เสื้อผ้าชั้นดี ทว่ารัศมีที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับเปี่ยมไปด้วยความเยือกเย็น ทรงอำนาจ และยากจะคาดเดา ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าอันหล่อเหลาราวกับรูปสลักกวาดตามองฝูงชนด้วยความรู้สึกเหนือกว่าอย่างเงียบเชียบ ทว่า สิ่งที่ทำให้เหล่าแขกเหรื่อถึงกับอ้าปากค้างจนแทบทำแก้วไวน์หลุดมือ ไม่ใช่ตัวของเขา
แต่มันคือหญิงสาวที่คล้องแขนเขามาด้วยกันต่างหาก!
รินรดาในชุดราตรีเกาะอกสีน้ำเงินเข้มยาวระพื้น ราวกับท้องนัตตี้ที่ประดับด้วยดวงดาวนับล้าน ผ้าไหมเนื้อดีแนบกระชับไปกับสัดส่วนโค้งเว้าอันงดงามอย่างไร้ที่ติ เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบขึ้นเผยให้เห็นลำคอระหงประดับด้วยสร้อยเพชรน้ำงามที่ส่องประกายล้อกับแสงไฟระย้า หญิงสาวผู้เคยถูกเหยียดยามว่าเป็นเพียงแค่เด็กกำพร้าไร้หัวนอนปลายเท้า ผู้หญิงที่ครอบครัวไฮโซปลอมๆ เหล่านี้เคยจิกกัดและหัวเยาะเย้ยในงานสังคม บัดนี้เธอกลับงดงามสง่าจนดึงดูดทุกสายตา ราวกับเจ้าหญิงจากราชวงศ์ชั้นสูงที่ก้าวลงมาเดินท่ามกลางสามัญชน
"นั่น... นั่นมันนังเด็กบ้านั่นไม่ใช่เหรอ?"
เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นจากมุมหนึ่งของห้อง คุณนายพรรณี มารดาผู้สูงส่งของตระกูลใหญ่ที่เคยตบหน้ารินรดาด้วยคำพูดดูถูกเหยียดหยามเมื่อเดือนก่อน ถึงกับหน้าซีดเผือดมือไม้สั่นเทาขณะกำพัดลูกไม้ในมือแน่น ดวงตาของเธอบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อว่า ภาพที่เห็นตรงหน้าคือความจริง
ไม่ใช่แค่คุณนายพรรณีเท่านั้น ร่างกายของพงศกร อดีตคู่หมั้นหนุ่มผู้เคยทิ้งรินรดาอย่างไรเยื่อใยเพื่อไปแต่งงานกับทายาทตระกูลเศรษฐีใหม่ ถึงกับแข็งค้าง ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งบิดเบี้ยวด้วยความตกตะลึงและริษยา เขามองรวินท์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม—ไอ้ผู้ชายจนตรอกที่เคยคุกเข่าขอร้องเงินค่ารักษาแม่เมื่อหลายปีก่อน มันเอาปัญญาที่ไหนมาเหยียบย่างเข้ามาในงานระดับพันล้านนี้ได้แถมยังควงผู้หญิงที่เขาเขี่ยทิ้งอย่างกับนางพญา!
รวินท์สัมผัสได้ถึงมือของรินรดาที่สั่นน้อยๆ บนท่อนแขนของเขา เขาจึงหันไปส่งยิ้มอ่อนโยนให้เธอ พร้อมกับบีบมือตอบกลับเบาๆ เพื่อถ่ายทอดความมั่นคงและอบอุ่น
"ไม่ต้องกลัวค่ะ" รวินท์กระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ดังก้องกังวานพอให้คนรอบข้างได้ยิน "วันนี้เราไม่ได้มาในฐานะผู้ถูกกระทำ แต่เรามาเพื่อทวงคืนทุกสิ่งที่พวกมันเคยเหยียบย่ำต่างหาก"
รินรดาเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่อยู่เคียงข้างเธอมาตลอดช่วงเวลาที่มืดมนที่สุด ดวงตาคู่สวยคลหน่วยน้ำตาแห่งความตื้นตัน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นประกายแห่งความเข้มแข็ง เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เชิดหน้าขึ้นอย่างสง่างาม และก้าวเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กับรวินท์เข้าสู่กลางห้องโถง ราวกับราชินีที่กำลังตรวจตราราชอาณาจักรของตนเอง
"โอ้โห... คุณรวินท์ สินะครับ ไม่นึกว่าจะได้เจอคุณที่นี่"
เสียงทุ้มต่ำของผู้บริหารธนาคารชื่อดังคนหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มจอมปลอมที่ถูกปั้นแต่งขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่ารวินท์เดินตรงมาทางกลุ่มของตน แม้ในใจจะสงสัยว่าชายหนุ่มคนนี้เอาบัตรเชิญระดับวีไอพีมาจากไหน แต่วิสัยทัศน์ของนักธุรกิจเขี้ยวลากดินย่อมไม่กล้าดูแคลนคนที่แต่งกายด้วยสูทสั่งตัดพิเศษจากช่างหลวงฝรั่งเศส
รวินท์ปรายตามองชายวัยกลางคนผู้นั้นด้วยหางตา รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างบางเบา เขาไม่ได้รีบร้อนตอบคำถาม ทว่ากลับปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะหนึ่ง—ความเงียบที่กดดันจนคู่สนทนาเริ่มมีเหงื่อกาฬซึมตามไรผม
"โลกมันแคบดีนะคะ คุณประวิทย์" รวินท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่ทรงพลัง "โดยเฉพาะในวันที่สุนัขบางตัวเริ่มจำเจ้านายไม่ได้... และลืมไปว่ากระดูกที่มันแทะอยู่ทุกวันนี้ ใครเป็นคนโยนให้"
บรรยากาศรอบโต๊ะอาหารวีไอพีเงียบกริบลงทันที คำพูดที่เปรียบเปรยอย่างเจ็บแสบและตรงไปตรงมาทำเอาคุณประวิทย์หน้าชาดล ราวกับถูกตบกลางหน้าท่ามกลางฝูงชน รอยยิ้มค้างเติ่งบนใบหน้าอ้วนท้วม ทว่ายังไม่ทันที่ใครจะได้เอ่ยปากแก้ตัว ระบบเสียงประกาศกลางงานก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะความตึงเครียดเสียก่อน
"ขอเรียนเชิญท่านแขกผู้มีเกียรติทุกท่านร่วมเป็นสักขีพยาน ในการประมูลอัญมณีชิ้นเอก 'น้ำตาแห่งนที' คืนนี้ เพื่อสมทบทุนมูลนิธิการกุศลครับ เปิดราคาประมูลเริ่มต้นที่สิบล้านบาทถ้วน!"
เสียงปรบมือดังขึ้นประปราย ขณะที่กล่องกำมะหยี่สีแดงถูกเปิดออกเผยให้เห็นสร้อยเพชรเม็ดโตสีฟ้าใสที่เปล่งประกายล้อแสงไฟระย้า สวยงามจนแทบหยุดหายใจ บรรดาคุณนายและเศรษฐีนีต่างส่งเสียงฮือฮาด้วยความอยากได้อยากมี ทว่าไม่มีใครกล้าขยับตัวเพราะรู้ดีว่าราคาของมันจะต้องพุ่งทะยานไปไกลลิบลิ่ว
พงศกรที่ยืนอยู่ไม่ไกล เห็นโอกาสที่จะกอบกู้หน้าตาและแสดงความเหนือกว่าให้รวินท์เห็น จึงรีบยกป้ายประมูลขึ้นทันที
"สิบห้าล้านบาทครับ!" พงศกรประกาศกร้าวด้วยเสียงอันดัง พร้อมกับปรายตามองรวินท์ด้วยแววตาท้าทาย ราวกับจะเยาะเย้ยว่าต่อให้ควงผู้หญิงสวยแค่ไหน แต่เงินในกระเป๋าก็เทียบชั้นกับเขาไม่ได้อยู่ดี
เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบงาน ชื่นชมในความใจถึงของทายาทหนุ่มตระกูลดัง พงศกรยิ้มเยาะอย่างได้ใจ เขาหันไปมองรินรดาด้วยสายตาสื่อความหมายว่า *'เห็นไหม? ผู้หญิงอย่างเธอไม่มีวันได้สิ่งนี้จากไอ้จนนี่หรอก'*
รวินท์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่เย็นชาจนน่าขนลุก
เขายกมือขึ้นช้าๆ ปลายนิ้วเรียวยาวหยิบการ์ดสีดำสนิทขอบทองอร่ามที่ปราศจากลวดลายใดๆ นอกจากตราสัญลักษณ์อักษรย่อ 'R' ออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างใจเย็น
บัตรเครดิตพรีเมียมวงเงินไม่จำกัด—Black Infinite Card ที่มีออกให้เพียงสิบคนทั่วโลกเท่านั้น!
"สิบล้านเหรอคะ?" รวินท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานไปทั่วห้องโถงที่เงียบสงัด "พอดีฉันเกลียดของถูกๆ นะคะ..."
เขายื่นบัตรสีดำสนิทใบนั้นให้กับพนักงานต้อนรับที่ยืนถือเครื่องรูดบัตรด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในงานถึงกับหยุดหายใจ
**"รูดซื้อขาดทั้งหมด... ห้าร้อยล้านบาทค่ะ"**
*- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -*
(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนชัยชนะอันงดงามนี้ไปพร้อมกับพัฒนาการของตัวละครเสมอนะคะ)
กุญแจดอกนั้นเป็นของผมครับ•ตอนที่ 13
งานเลี้ยงการกุศล
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุญแจดอกนั้นเป็นของผมครับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!