เศษผ้าเช็ดหน้าสีขาวเปื้อนคราบน้ำมันเครื่องราคาถูกถูกโยลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงโลหะกระทบพื้นไม้ดังสะท้อนก้องในห้องเช่าแคบๆ ที่มีกลิ่นอับชื้นของฝนตกใหม่ผสมกับกลิ่นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รินรดากำลังยืนถือเสื้อเชิ้ตสีขาวของรวินท์ไว้ในมือ นิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องมองรอยเปื้อนสีดำสนิทที่บริเวณปกเสื้อด้านใน
มันไม่ใช่คราบน้ำมันเครื่องจากอู่ซ่อมรถมอเตอร์ไซค์หลังซอยอย่างที่รวินท์เคยเอ่ยปากบอกเธอเมื่อสัปดาห์ก่อน
"รวินท์คะ..." เสียงของหญิงสาวแผ่วเบaจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงหยดน้ำฝนที่กระทบกระจกหน้าต่าง "นี่คืออะไรคะ"
รวินท์ซึ่งกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีซีดเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริมภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบคู่นั้นไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายังคงรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ได้ราวกับรูปปั้นหินอ่อน ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดธรรมดาๆ พิงพนักเก้าอี้อย่างผ่อนคลาย มือข้างหนึ่งเคาะนิ้วเบาๆ กับที่วางแขน เป็นจังหวะที่เดาใจไม่ออก
"มันก็แค่คราบจากการทำงานค่ะ ริน" รวินท์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงไปด้วยความเด็ดขาดที่ยากจะต่อรอง
"งานอะไรคะที่ทำให้คุณมีคราบหมึกพิมพ์ราคาแพงแบบนี้ติดอยู่ที่ปกเสื้อ?" รินรดาก้าวเข้าไปใกล้ กกระดาษทิชชูเปียกในมืออีกข้างพยายามเช็ดรอยเปื้อนนั้น แต่มันยิ่งกระจายวงกว้างขึ้น "หมึกชนิดนี้... ดิฉันเคยเห็นมันในเอกสารลับของสำนักงานใหญ่เครือจิน The Zenith Group เมื่อตอนที่พวกมันมาตรวจประเมินบริษัทของพ่อ... มันไม่ใช่หมึกพิมพ์ธรรมดาค่ะ รวินท์! มันคือน้ำยาเคลือบเอกสารมูลค่าหลายแสนบาทต่อรีมที่คุณไม่มีทางสัมผัสได้จากการเป็นลูกจ้างร้านสะดวกซื้อ!"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องเช่าชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่สั่นเครือของหญิงสาว
รวินท์ไม่ได้รีบร้อนแก้ตัว เขาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ความสูงของเขาทำให้รินรดาต้องแหงนหน้ามอง แม้เสื้อผ้าที่เขาสวมใส่จะดูซอมซ่อและราคาถูก แต่รัศมีบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่มในยามนี้กลับกดทับบรรยากาศรอบตัวจนแทบหายใจไม่ออก มันคืออำนาจที่ซ่อนเร้น อำนาจที่เกิดจากการกุมชะตากรรมของคนนับล้านไว้ในอุ้งมือผ่านระบบอัจฉริยะที่ไม่มีใครล่วงรู้
ระบบที่ทำให้บัญชีธนาคารของเขามีตัวเลขกระโดดขึ้นหลักร้อยล้านในชั่วพริบตา... ระบบที่เปลี่ยนยาจกให้กลายเป็นราชาแห่งโลกธุรกิจในชั่วข้ามคืน
"คุณฉลาดขึ้นมากนะคะ ริน..." รวินท์ยื่นมือหนาออกไป ปลายนิ้วอุ่นแตะเบาๆ ที่เส้นผมสีดำขลับที่หลุดลุ่ยลงมาปรกหน้าผากของหญิงสาวอย่างทะนุถนอม "คุณสังเกตรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ นี้มาตลอดเลยสินะคะ"
"ดิฉันไม่ได้ฉลาดหรอกค่ะรวินท์..." น้ำตารื้นขึ้นมาคลอเบ้าตาคู่สวย ความกดดัน ความน้อยเนื้อต่ำใจ และความหวาดกลัวผสมปนเปกันจนหัวใจดวงน้อยเจ็บแปลบ "แต่ดิฉันรักคุณ... และเพราะรัก ดิฉันถึงเฝ้ามองคุณทุกฝีก้าว ดิฉันเห็นรอยแผลเป็นใหม่ๆ บนตัวคุณ เห็นสายตาที่คุณมองพวกตระกูลศิวะวงศ์ในวันงานเลี้ยงวันนั้น... สายตาของคนที่ไม่ได้กำลังก้มหัวให้ความยากจน แต่เป็นสายตาของ... ผู้ล่าที่กำลังมองเหยื่อ"
รวินท์นิ่งงันไปชั่ววินาที ดวงตาคมกวาดมองหญิงสาวที่ยอมทิ้งทุกอย่างแม้กระทั่งครอบครัวผู้ดีตกยากเพื่อมาลำบากเคียงข้างเขา ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยเรียกร้องอะไรจากเขาเลยสักครั้ง แม้ในวันที่ในบัญชีของเขามีเงินติดตัวไม่ถึงสิบบาท เธอก็ยังแบ่งข้าวสาลีครึ่งหนึ่งให้เขากิน
ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดไหล뢰เข้าสู่หัวใจที่ด้านชาของชายหนุ่ม
"ถ้ารินรู้ว่าดิฉันไม่ใช่คนธรรมดา... ถ้ารินรู้ว่าสิ่งที่ดิฉันกำลังทำอยู่คือการเหยียบย่ำคนพวกนั้นให้จมดินทีละคน..." รวินท์โน้มใบหน้าลงกระซิบข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยเสน่ห์อันตราย "คุณยังจะยืนอยู่ข้างๆ ดิฉันไหมคะ?"
รินรดาสะấuตัวน้อยๆ หัวใจเต้นโครมคราม ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจและเสน่ห์เย้ายวนใจที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่มที่เธอคิดว่ารู้จักดีที่สุด ทว่าในวินาทีนี้ เขากลับลึกลับราวกับมหาสมุทรที่ไม่มีวันหยั่งถึง
"ถ้าการแก้แค้นของคุณ... คือการทำลายพวกมันที่เคยเหยียบย่ำเรา..." รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาคู่สวยฉายแววเด็ดเดี่ยว "ดิฉันไม่ได้กลัวความลับของคุณหรอกค่ะรวินท์... แต่ดิฉันกลัวว่าวันหนึ่ง ถ้าคุณยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกใบนี้แล้ว... มือคู่นั้นจะไม่ต้องการดิฉันอีกต่อไป"
รวินท์ยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทรงพลังและงดงามที่สุดเท่าที่รินรดาเคยเห็นมาในชีวิต
"สำหรับดิฉันแล้ว... อาณาจักรทั้งหมดที่กำลังจะสร้างขึ้น จะไม่มีความหมายเลยค่ะ ถ้าบนบัลลังก์นั้นไม่มีคุณนั่งเคียงข้าง"
มือหนาหยิบสมาร์ตโฟนเครื่องเก่าราคาถูกขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอ รินรดาชะโงกหน้ามองตามสัญชาตญาณ ทว่าบนหน้าจอกลับไม่ใช่แอปพลิเคชันโซเชียลทั่วไป แต่มันคือหน้าต่างสีดำทมิฬที่มีรหัสโค้ดวิ่งผ่านด้วยความเร็วสูง พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากระบบลับที่ปรากฏขึ้นกลางจอ:
[แจ้งเตือนจากระบบ: ยอดเงินโอนเข้าบัญชีลับ 500,000,000 บาท จากการซื้อหุ้นบล็อกดีลบริษัทในเครือศิวะวงศ์สำเร็จ]
[สถานะความคืบหน้าการยึดครองสินทรัพย์ตระกูลศิวะวงศ์: 45%]
รินรดาเบิกตากว้าง อ้าปากค้างจนแทบจะส่งเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความตกตะลึง ตัวเลขศูนย์นับสิบหลักที่อยู่ตรงหน้าทำเอาสมองของเธอน็อกไปชั่วขณะ
ทว่า ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยถามอะไร เสียงเคาะประตูดังปังๆ อย่างรุนแรงจากด้านนอกก็ทำลายความเงียบลง พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายด้วยความเกรี้ยวกราดที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี
"รวินท์! ไอ้ลูกเขยตกอับ! แกเปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้เดียวนี้นะ! แกไปทำอีท่าไหนบริษัทพ่อฉันถึงโดนอายัดบัญชีฟ้าผ่าแบบนี้!"
เสียงนั้นคือเสียงของ "คุณชายปกรณ์" พ่อตาผู้เคยเหยียดหยามรวินท์อย่างสุนัขข้างถนนในวันหมั้น
รวินท์หันไปมองประตูห้องเช่าเล็กน้อย รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง เขาดึงรินรดาเข้ามาโอบกอดไว้แนบอกอย่างปกป้อง ก่อนจะเอ่ยกระซิบเบาๆ ข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้อะดรีนาลีนในGายสูบฉีดพล่าน
"นั่งรอตรงนี้สักครู่นะคะริน..." รวินท์ก้าวเดินไปที่ประตูช้าๆ พร้อมกับเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก "พวกเหยื่อชั้นต่ำ... มาเคาะประตูขอความเมตตาถึงที่แล้วค่ะ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความสะใจในชัยชนะครั้งนี้เสมอนะคะ
กุญแจดอกนั้นเป็นของผมครับ•ตอนที่ 12
ความลับใต้เสื้อผ้า
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุญแจดอกนั้นเป็นของผมครับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!