กลิ่นหอมจางๆ ของชาเขียวมัทฉะเกรดพรีเมียมลอยวนอยู่ในห้องรับรอง VIP ชั้นหกสิบของตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจ แต่บรรยากาศกลับเย็นยะเยือกเสียจนรินรดาที่นั่งกุมมือรวินท์อยู่ข้างกายเผลอตัวสั่นน้อยๆ ปลายนิ้วเรียวของเธอเย็นเฉียบ สะท้อนความหวาดหวั่นที่ยังคงตกค้างจากเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่ เอกสารแผ่นบนสุดที่แผ่หราอยู่บนโต๊ะกระจกใส ยังคงส่งสัญญาณเตือนภัยบางอย่าง ตราประทับลับรูปมังกรคู่คาบดาบสีทองอร่ามบนแฟ้มนั้น... ทำให้ลมหายใจของรวินท์สะดุดกึกลงทันที
มันคือตราสัญลักษณ์ของ 'กลุ่มทุนสยามวราห์' กลุ่มอิทธิพลเงาที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจครึ่งหนึ่งของประเทศ และเป็นผู้ที่เคยสั่งบดขยี้ครอบครัวของเขาให้จมดินเมื่อห้าปีก่อน
"แปลกใจอะไรหรือครับ คุณรวินท์" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังขึ้นจากชายวัยกลางคนในชุดสูทสั่งตัดพิเศษ นามบัตรบนโต๊ะระบุตำแหน่งไว้ชัดเจนว่าเขาคือ 'ประธานการันต์' ผู้บริหารสูงสุดภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาทองคำคู่นั้นกวาดมองรวินท์ด้วยแววตาสมเพชแกมเอ็นดู ราวกับกำลังมองดูแมวตัวน้อยที่ติดอยู่ในกรงเล็บของพยัคฆ์ "อำนาจเงินมหาศาลที่จู่ๆ คุณก็ครอบครองจนสามารถกว้านซื้อหุ้นบริษัทเก่าของคุณคืนได้ในชั่วข้ามคืน... คงทำให้คุณคิดว่าตัวเองบินได้แล้วสินะคะ"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธยขยับตัวเข้ามาแนบชิดรวินท์มากขึ้นเพื่อส่งต่อความอบอุ่น แม้เธอจะรู้ดีว่าในสถานการณ์นี้ ตัวเธอก็เป็นเพียงแค่จุดอ่อนชิ้นโตที่พวกมันจ้องจะขยี้
ทว่า รวินท์กลับไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความหวาดกลัว ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉยราวน้ำแข็งสลัก ดวงตาคู่นคมกริบหันกลับมาประสานสายตากับประธานการันต์อย่างไม่เกรงกลัว นิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ ลงบนขอบโต๊ะกระจก *ต๊อก... ต๊อก...* จังหวะที่สม่ำเสوريบเรียบนั้นสร้างความอึดอัดให้ผู้ติดตามของฝั่งตรงข้ามจนต้องขยับตัวด้วยความกระวนกระวาย
"บินได้หรือเปล่าไม่รู้..." รวินท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งความตื่นกลัว "แต่ที่แน่ๆ ผมไม่ได้เป็นสุนัขรับใช้ที่รอเศษกระดูกจากใครเหมือนเมื่อก่อนแล้วล่ะครับ... อ้อ ขอโทษทีค่ะ ฉันหมายถึง 'ค่ะ' ต่างหาก พอดีช่วงนี้ติดพูดกับพวกไร้สาระบ่อยไปหน่อย"
ประธานการันต์หรี่ตาลงรอยยิ้มเยาะบนมุมปากเลือนหายไป "ปากกล้าดีนี่คะ... เอกสารตรงหน้าคุณคือสัญญาความร่วมมือเอกสิทธิ์พิเศษ ตระกูลใหญ่ของเราจะถือหุ้นเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ในทุกโปรเจกต์ที่คุณกำลังสร้าง ส่วนคุณ... จะได้รับตำแหน่งซีอีโอหุ่นเชิดและเงินเดือนสามแสนบาทต่อเดือน พร้อมทั้งความคุ้มครองความปลอดภัย... ถือว่าเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีนะคะ"
ข้อเสนอที่ถูกวางไว้ตรงหน้า ไม่ต่างจากการยื่นปลอกคอพร้อมโซ่ล่ามทองคำให้รวินท์ก้มหน้ารับมันอย่างจำยอม สำหรับคนทั่วไป นี่คือโอกาสพลิกชีวิตที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แต่สำหรับรวินท์... มันคือการหยิบยื่นความอัปยศครั้งใหม่ให้กลับมาสวมทับรอยแผลเป็นเก่า
รินรดาสบตารวินท์ด้วยความกังวลใจ แววตาคู่สวยฉายแววเจ็บปวด เธอกลัวเหลือเกินว่าชายหนุ่มจะเลือกยอมจำนนเพื่อปกป้องเธอจากอำนาจมืดที่กว้างใหญ่ไพศาลนี้
รวินท์สังเกตเห็นประกายความไหววูบในดวงตาของหญิงสาว หัวใจของเขาพลันกระตุกวูบ ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลผ่านความเย็นชาทั้งหมด เขายื่นมือไปกุมมืออันสั้นเทาของรินรดาไว้แน่น บีบเบาๆ เป็นเชิงบอกให้มั่นใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับประธานการันต์อีกครั้ง รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา—รอยยิ้มที่ทำให้ผู้บริหารเฒ่าถึงกับสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ
"ข้อเสนอมีมูลค่าสูงมากเลยนะคะ... น่าเสียดายจริงๆ" รวินท์ลากเสียงยาวอย่างจงใจ
ประธานการันต์ยิ้มเยาะอย่างได้ใจ "ฉลาดนี่คะ รู้จักเลือกทางที่..."
"ฉันปฏิเสธค่ะ"
คำพูดสามคำถูกพ่นออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ ไร้ซึ่งความลังเล รอยยิ้มบนใบหน้าของประธานการันต์แข็งค้างทันที บรรยากาศในห้องรับรองราวกับถูกแช่แข็งในอุณหภูมิจุดเยือกแข็ง
"คุณ... ว่าอะไรนะคะ?" ประธานการันต์ถามย้ำ เสียงเริ่มสั่นด้วยความไม่พอใจที่ถูกหักหน้าอย่างรุนแรง
รวินท์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ทรงพลังและเย่อหยิ่งเสียจนคนฟังรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่กลางฝูงชน เขาเอนหลังพิงพนักโซฟาอย่างสบายอารมณ์ ราวกับกำลังนั่งชมละครสัตว์ฉากหนึ่ง
"ฉันบอกว่า 'ปฏิเสธ' ค่ะ ฟังภาษาคนไม่เข้าใจหรือคะ ประธานการันต์" รวินท์เน้นย้ำทีละคำ สายตาที่มองอีกฝ่ายราวกับกำลังมองฝุ่นผงใต้รองเท้า "บริษัทของพวกคุณในสายตาของฉันตอนนี้ ก็เป็นแค่บริษัทขยะที่กำลังรอวันล้มละลายเท่านั้น การให้ฉันไปร่วมมือกับพวกปลิงที่เกาะกินเลือดเนื้อคนอื่น... รังแต่จะทำให้มือของฉันสกปรกเปล่าๆ"
"รวินท์!" เสียงตบโต๊ะดังสนั่น ประธานการันต์ลุกพรวดขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดปูดโปนที่ขมับ "แกกล้าดียังไง! แกคิดว่ามีเงินแค่ไม่กี่ร้อยล้านแล้วจะต่อกรกับสยามวราห์ได้หรือไงคะ! แกมันก็แค่มดปลวกที่พวกฉันสามารถบี้ให้ตายเมื่อไหร่ก็ได้!"
เหล่าบอดี้การ์ดชุดสูทด้านหลังขยับมือเข้าหาอาวุธข้างเอวทันที บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุด รินรดาร้องอุทานด้วยความตกใจและพยายามขยับตัวบังรวินท์ไว้ข้างหลัง แม้ตัวเธอจะสั่นเทาด้วยความกลัวก็ตาม
ทว่า รวินท์กลับไม่มีท่าทีสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เขานั่งไขว่ห้างอย่างใจเย็น หยิบสมาร์ตโฟนรุ่นพิเศษสีดำสนิทขอบทองขึ้นมาหมุนเล่นในมือ
"มดปลวกหรือคะ..." รวินท์เอ่ยเสียงนุ่ม แววตาคมกริบกวาดมองผู้บริหารเฒ่าด้วยความเวทนา "น่าเสียดายจังนะคะ ที่คุณยังไม่รู้ตัวเลยว่า... ตอนนี้ใครกันแน่ที่เป็นคนถือเชือกคอพวกคุณอยู่"
ในวินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความขนาดยักษ์ก็ดังขึ้นพร้อมกันบนสมาร์ตโฟนของบอดี้การ์ดทุกคนในห้อง รวมถึงโทรศัพท์มือถือราคาแพงบนโต๊ะของประธานการันต์
*ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนนับร้อยข้อความดังประสานกันระงมราวกับเสียงกริ่งมรณะ ประธานการันต์ขมวดคิ้วด้วยความฉุนเฉียว หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูด้วยมือที่สั่นเทา และเพียงแค่กวาดสายตาผ่านบรรทัดแรก สีหน้าของเขาก็ซีดเผือดลงทันที ราวกับถูกสูบเลือดออกไปจากร่างกายจนหมดสิ้น
ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด มือที่ถือโทรศัพท์ร่วงหล่นลงกระทบพื้นพรมดัง *ตุบ*
"มะ... เป็นไปไม่ได้..." เสียงของประธานการันต์ขาดห้วง ลมหายใจติดขัด ร่างกายเซถอยหลังไปชนกับผนังห้องราวกับคนไร้เรี่ยวแรง "หุ้น... หุ้นทั้งหมดของเราในตลาดหลักทรัพย์ถูกกว้านซื้อจนหมดเกลี้ยง... ธนาคารแม่ใหญ่ระงับวงเงินเครดิตทั้งหมด... และ... และสำนักงานตรวจสอบภาษีกำลังบุกเข้าตรวจค้นสำนักงานใหญ่ในวินาทีนี้...!"
รวินท์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดปกเสื้อสูทให้เรียบร้อยด้วยท่าทางสง่างามไร้ที่ติ เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างหูประธานการันต์ที่ทรุดตัวลงไปกองกับพื้นด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง
"ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของตระกูลสยามวราห์นะคะ... ประธานการันต์"
เขายื่นมือไปโอบเอวบางของรินรดาที่ยังคงอึ้งกะริมฟุตกับเหตุการณ์ที่พลิกผันอย่างรวดเร็วดุจพายุหมุน ก่อนจะเดินเคียงคู่กันมุ่งตรงไปยังประตูกระจกบานใหญ่ที่เปิดออกสู่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวด้านนอก
ทว่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังก้าวพ้นขอบประตู เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของรวินท์ก็แผדเสียงดังขึ้นขัดจังหวะ เขาหยิบมันขึ้นมาดู ปลายสายเป็นเบอร์แปลกที่ไม่แสดงตัวตน แต่เสียงหวานใสที่ลอดผ่านมาตามสายกลับทำให้ฝ่ามือของรวินท์ชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบ
*"สวัสดีค่ะคุณรวินท์... สนุกกับการทำลายล้างของเล่นชิ้นเล็กๆ นั้นไหมคะ? แต่อย่าเพิ่งใจร้อนไป... ของขวัญชิ้นจริงที่จะพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากผู้หญิงข้างกายคุณ... เพิ่งจะเริ่มต้นเดินทางออกจากสนามบินแล้วล่ะค่ะ..."*
สายตัดไปทันทีพร้อมกับเสียงหัวเราะเย็นยะเยือกที่ก้องอยู่ในโสตประสาท!
รวินท์ชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเป็นครั้งแรก เขารีบหันขวับกลับมามองรินรดาที่กำลังส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้—ทว่า ในวินาทีนั้นเอง... ร่างของรินรดาก็ทรุดฮวบลงกับพื้น พร้อมกับรอยเลือดสีแดงสดที่ค่อยๆ ซึมเปื้อนผ่านเสื้อผ้าตรงหัวใจของเธออย่างช้าๆ!
---------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความสะใจนี้ด้วยกันนะคะ!
กุญแจดอกนั้นเป็นของผมครับ•ตอนที่ 21
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุญแจดอกนั้นเป็นของผมครับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!