กุญแจดอกนั้นเป็นของผมครับ•ตอนที่ 20

ศัตรูตัวฉกาจปรากฏตัว

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
แก้วไวน์คริสตัลราคาแพوندในมือของประธานบริหารตระกูลจิระกุลสั่นไหวเล็กน้อย เมื่อภาพสะท้อนบนผิวของเหล้าสีอำพันเผยให้เห็นรอยยิ้มมุมปากของรวินท์ ชายหนุ่มที่พวกมันเคยคิดว่าเป็นเพียงฝุ่นผงใต้รองเท้า แต่ในวินาทีนี้ กลับกลายเป็นภูเขาหิมะมหึมาที่พร้อมจะถล่มลงมาทับถมพวกเขาทั้งเป็น ความเงียบงันภายในห้องรับรองพิเศษระดับวีไอพีของโรงแรมหรูใจกลางเมืองกดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ รินรดาขยับเข้ามาใกล้รวินท์อีกนิด ปลายนิ้วเรียวเล็กของเธอเกี่ยวชายเสื้อของชายหนุ่มไว้แน่นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว แม้แววตาของเธอจะยังคงมีความกังวลฉายชัด แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมองสันกรามคมชัดและแววตานิ่งสงบราวน้ำลึกของรวินท์ ความหวาดกลัวเหล่านั้นก็พลันมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความเชื่อมั่นอันเต็มเปี่ยมว่า ผู้ชายคนนี้คือผู้กุมชะตากรรมของทุกคนในห้องนี้ไว้ทั้งหมดแล้ว "คุณรวินท์... คงทราบกระแสข่าวในช่วงสัปดาห์นี้ดีสินะคะ" เสียงทุ้มต่ำแต่แฝงความเย่อหยิ่งของ 'ท่านผู้หญิงนภา' ผู้นำอาวุโสแห่งตระกูลเก่าแก่ผู้ทรงอิทธิพลเอ่ยทำลายความเยียบเย็น สายตาฝ้าฟางแต่ทว่าคมกริบราวกับผ่านโลกมามากกวาดมองชายหนุ่มหัวจรดเท้า พยายามค้นหาความพิรุธ ทว่าสิ่งที่เธอพบมีเพียงความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัว รวินท์ไม่ได้รีบร้อนตอบ เขาวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะหินอ่อนด้วยจังหวะที่นุ่มนวล ทว่าเสียงกระทบเบาๆ นั้นกลับดังสะท้อนก้องในโสตประสาทของทุกคนราวกับเสียงฆ้อนทั่งตีเหล็ก "ตระกูลเก่าแก่อย่างพวกท่าน คงไม่เสียเวลาส่งคนสะกดรอยตามผมมาถึงสามวันสามคืน เพียงเพื่อจะมาถามเรื่องข่าวลือตามหน้าหนังสือพิมพ์หรอกกระมังครับ... เอ้อ ขออภัยค่ะ พอดีติดปากไปหน่อย ดิฉันหมายถึง 'นะคะ'" รวินท์จงใจแก้คำพูดของตนเองด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก การล้อเลียนความเคยชินของชนชั้นสูงทำให้ใบหน้าของบรรดาผู้ติดตามตระกูลจิระกุลเผือดสีลงทันตาเห็น ท่านผู้หญิงนภาหรี่ตาลง รอยเหี่ยวย่นรอบดวงตากระตุกเกร็ง "สามหอง! กล้าดียังไงมาต่อปากต่อคำกับฉัน... เด็กน้อย แกคิดว่าการถือครองหุ้นของบริษัทในเครือไม่กี่บริษัท จะทำให้แกมีสิทธิ์มานั่งเสมอ,ภาคกับตระกูลจิระกุลที่รากฐานหยั่งลึกมานานนับร้อยปีอย่างนั้นหรือ!" "รากฐานเหรอคะ?" รวินท์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของเขานุ่มนวลแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุก "รากฐานที่สร้างขึ้นบนคราบน้ำตาและการผูกขาดตลาดของพวกคุณ มันก็เป็นเพียงแค่บ้านที่สร้างบนกองทราย เมื่อคลื่นลูกใหญ่ซัดเข้ามา มันก็พร้อมจะสลายกลายเป็นฟองคลื่นในพริบตาเดียว... และดิฉันคิดว่า... อ๊ะ ดิฉันหมายถึง 'ผม' ต่างหากล่ะคะที่กำลังจะพิสูจน์ให้เห็น" รินรดาแอบอมยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางเยارยวนปนกวนประสาทที่รวินท์จงใจใช้ยั่วโมโหคนตระกูลใหญ่ พวกเขาเคยเหยียบย่ำเธอและครอบครัวอย่างไร้ความปรานี ในวันที่ตระกูลจิระกุลเคยอยู่บนจุดสูงสุด พวกเขาเคยมองรวินท์เป็นแค่ไอ้ขี้แพ้ไร้ค่า แต่ในวันนี้ อำนาจเงินจากระบบลึกลับที่ไหลเข้าบัญชีอย่างไร้ขีดจำกัด ได้พลิกกระดานให้กวางน้อยกลายเป็นราชสีห์ และพวกเสือเฒ่ากำลังจะกลายเป็นเหยื่อในกรงขัง "แกต้องการอะไร เงื่อนไขเท่าไหร่ถึงจะยอมถอนมือจากการซื้อกิจการเดินเรือสำราญของตระกูลเรา?" ทายาทรุ่นที่สองของตระกูลจิระกุลที่นั่งเงียบมานานทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาตบโต๊ะเสียงดังลั่น พยายามใช้ความกร่างข่มขวัญ รวินท์ปรายตามองชายวัยกลางคนผู้นั้นด้วยหางตา ราวกับกำลังมองมดปลวกตัวหนึ่ง เขายกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนปกเสื้อสูทเนื้อดี ตัดเย็บด้วยมือจากช่างฝีมือระดับโลกที่เพิ่งซื้อบริการมาเมื่อวานนี้ "เงินเหรอคะ? น่าเสียดายจัง..." รวินท์ยิ้มหวานหยาดเยิ้มแต่แววตากลับว่างเปล่า "สิ่งที่ตระกูลจิระกุลมี... ดิฉัน... เอ๊ย ผม... ต่อให้เอาทรัพย์สินมารวมกันทั้งหมด ก็ยังซื้อกระดุมเสื้อสักเม็ดของผมไม่ได้เลยด้วยซ้ำค่ะ" *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อของทายาทตระกูลจิระกุลดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ชายวัยกลางคนหยิบมันขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด ทว่าทันทีที่ก้มลงมองข้อความบนหน้าจอ ใบหน้าที่เคยแดงก่ำด้วยความโกรธก็ซีดเผือดลงจนกลายเป็นสีขาวราวกับกระดาษ มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาจนเกือบทำเครื่องตกพื้น "ทะ... ท่านแม่..." เขาหันไปกระซิบกับท่านผู้หญิงนภาด้วยเสียงอันสั่นเครือ "ธนาคารกลาง... ธนาคารกลางแจ้งอายัติวงเงินสินเชื่อทั้งหมดของตระกูลเราแล้วครับ! แถม... แถมหุ้นที่เราค้ำประกันไว้ ถูกเทขายออกจนหมดเกลี้ยงในตลาดหลักทรัพย์เมื่อสามวินาทีที่แล้ว!" ท่านผู้หญิงนภาร่างกายเซถอยหลังไปชนพนักเก้าอี้ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบถลน เธอมองหน้าชายหนุ่มผู้มีอายุน้อยกว่าเธอหลายรอบด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริง เพิ่งวินาทีนี้เองที่เธอตระหนักได้ว่า ข่าวลือเรื่อง "นักลงทุนปริศนา" ที่กว้านซื้อเศรษฐกิจครึ่งประเทศในชั่วข้ามคืน ไม่ใช่ใครอื่นไกล แต่คือไอ้เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้เอง! รวินท์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเนกไทให้เข้าที่อย่างใจเย็น เขากุมมือรินรดาให้ลุกขึ้นยืนเคียงข้างกันอย่างสง่างาม ดุจดั่งราชาและราชินีที่กำลังจะเสด็จออกจากท้องพระโรงหลังจากการพิพากษาเสร็จสิ้น "ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการนะคะ... คุณผู้หญิง" รวินท์โค้งศีรษะให้เล็กน้อยด้วยความเคารพจอมปลอม "แต่อาณาจักรจิระกุลอะไรนั่นน่ะ... นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป มันเป็นกรรมสิทธิ์ของผมเรียบร้อยแล้วค่ะ" เขากำลังจะก้าวเดินออกจากห้องรับรอง ท่ามกลางความสิ้นหวังของตระกูลเก่าแก่ที่เคยยิ่งใหญ่ ทว่าในจังหวะก้าวเท้าที่สอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงเคาะไม้เท้าอันทรงพลังก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง ประตูไม้สักทองบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างของชายชราในชุดสูทโบราณแต่นัยน์ตาดุดั่งพญาอินทรีปรากฏขึ้น พร้อมกับผู้ติดตามนับสิบชีวิตที่สวมชุดดำสนิท และหนึ่งในนั้น... คือบุคคลที่รวินท์ไม่คาดคิดว่าจะได้พบเจอในสถานที่และเวลาแบบนี้ "ช้าก่อน... เจ้าหนู" เสียงแหบห้าวแต่ทรงอำนาจดังขึ้นสะท้อนก้อง "แกคิดว่าจะฮุบทุกอย่างในเมืองนี้ไปได้ง่ายๆ โดยไม่ผ่านความเห็นชอบจาก 'สภาเงา' อย่างพวกเราอย่างนั้นเรอะ?" รวินท์หยุดชะงัก รอยยิ้มบนมุมปากค่อยๆ เลือนหายไปแทนที่ด้วยความประหลาดใจเป็นครั้งแรก รินรดาบีบมือเขาแน่นขึ้นด้วยความตื่นตระหนก เมื่อชายชราผู้มาใหม่ก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับโยนเอกสารแฟ้มสีดำสนิทลงบนโต๊ะกลางห้องต่อหน้าพวกเขา เอกสารแผ่นบนสุดเผยให้เห็นตราประทับลับที่ทำให้ลมหายใจของรวินท์สะดุดกึกลงทันที! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสะใจนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุญแจดอกนั้นเป็นของผมครับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%