กุญแจดอกนั้นเป็นของผมครับ•ตอนที่ 26

ปกป้องคนรัก

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
"ท่านผู้จัดการคะ... ตัวเลขบนหน้าจอของฉัน ดูเหมือนจะมีศูนย์เกินมาสักเจ็ดตัวหรือเปล่าคะ?" เสียงหวานหยาดเยิ้มแต่เย็นเยียบจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันราวกับป่าช้าในสนามบินนานาชาติ ร่างท้วมของผู้จัดการสนามบินถึงกับเข่าทรุดลงไปกองกับพื้น มือที่ถือแท็บเล็ตสั่นเทาจนแทบจะถือไม่อยู่ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้าซีดเผือดที่ไร้ซึ่งสีเลือด ดวงตาเบิกโพลงมองตัวเลขมหาศาลที่ปรากฏหราบนหน้าจอ—ยอดเงินบริจาคเข้ากองทุนพัฒนาสนามบินจากบัญชีส่วนตัวของ "รวินท์" นั้น มากเสียจนงบประมาณประจำปีของกระทรวงคมนาคมทั้งปีต้องอับAายขายหน้า! ไม่มีใครกล้าหายใจแรง เสียงเครื่องปรับอากาศที่เคยดังฮัมๆ กลับกลายเป็นเสียงเดียวที่ได้ยินในมิตินี้ รวินท์ไม่ได้ชายตามองเศษสวะที่กำลังหมอบราบคาบแก้วอยู่เบื้องล่างเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มเพียงแค่ก้าวเข้าไปโอบกอดเอวบางของรินรดาไว้ด้วยความทะนุถนอม สัมผัสที่อบอุ่นและมั่น 
คงทำให้หญิงสาวผู้ผ่านคืนวันอันแสนร้าวรานมาด้วยกันสะท้านไหวในอก รินรดาเงยหน้าขึ้นมองชายคนรัก ดวงตาคู่สวยคลหน่วยไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความตื้นตัน—ไม่ใช่เพราะตัวเลขเงินตรานับหมื่นล้าน แต่เป็นเพราะความรักและความจริงใจที่รวินท์ใช้ปกป้องศักดิ์ศรีของเธอจากพวกจอมปลอมที่เคยเหยียบย่ำพวกเขาอย่างไม่ไยดี "รวินท์คะ... คุณ... คุณทำแบบนี้มัน..." รินรดาเอ่ยเสียงสั่น พยายามซ่อนใบหน้าแดงก่ำไว้กับอกเสื้อสูทเนื้อดีของเขา "เงินพวกนี้เทียบกับรอยยิ้มของเธอไม่ได้หรอกค่ะคนดี" รวินท์กระซิบตอบเสียงนุ่ม ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มบางเบาที่เปี่ยมด้วยอำนาจเหนือผู้ใด ก่อนที่เขาจะหันไปสบตากับกลุ่มญาติผู้ใหญ่สายเลือดเดียวกันที่ยืนแข็งค้างเป็นหินอยู่ไกลออกไป ใบหน้าของคนเหล่านั้นบิดเบี้ยวด้วยความตกตะลึงและหวาดกลัวสุดขีด พวกเขาเพิ่งตระหนักในวินาทีนี้เองว่า... ชายหนุ่มที่พวกเขาเคยขับไลไสส่งและเหยียดหยามว่าเป็นไอ้กระจอก บัดนี้ได้กลายเป็นเจ้าเหนือหัวผู้กุมเศรษฐกิจที่สามารถพลิกแผ่นดินนี้ได้ด้วยปลายนิ้วแล้ว ทว่า รวินท์รู้ดีว่าชัยชนะชั่วคราวนี้ยังไม่เพียงพอ โลกภายนอกไม่ได้มีแค่อีแอบหน้าเงินในสนามบิน แต่ยังมีศัตรูในเงามืดที่จ้องจะเล่นงานจุดอ่อนที่สุดของเขา... นั่นคือ "รินรดา" "ต่อจากนี้ไป เธอจะไม่มีวันต้องเดินลำพังอีกแล้วนะคะ" รวินท์เอ่ยเสียงเรียบ แต่ก้องกังวานในความรู้สึกของหญิงสาว สามวันต่อมา ณ คอนโดมิเนียมหรูใจกลางมหานคร บรรยากาศภายในห้องเพนต์เฮาส์กว้างขวางอบอวลไปด้วยความเงียบสงบ รวินท์นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีเข้ม สายตาคมกริบกำลังกวาดมองเอกสารลับบนหน้าจอแท็บเล็ต ระบบอัจฉริยะในหัวของเขากำลังประมวลผลเครือข่ายความปลอดภัยระดับสูงสุด เพื่อสร้างปราการเหล็กกล้าที่จะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนเข้ามาแตะต้องยอดดวงใจของเขาได้อีก ก๊อกๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามจังหวะนัดหมาย รวินท์ไม่ได้ขยับตัว เขาเพียงแค่พยักเพยิดให้อัลกอริทึมในระบบปลดล็อกกลอนประตูอัตโนมัติ ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทสามคนเดินเข้ามาด้วยฝีเท้าที่เงียบกริบและมั่นคงราวกับเงา ทั้งสามคนมีความสูงไล่เลี่ยกัน ใบหน้าเรียบนิ่งไร้อารมณ์ ดวงตาคมปลาบกวาดมองรอบห้องด้วยสัญชาตญาณนักล่ามืออาชีพ ผู้ชายคนกลางที่มีแผลเป็นจางๆ บริเวณหางคิ้วก้าวออกมาก้าวหนึ่ง ก่อนจะค้อมศีรษะลงทำความเคารพอย่างนอบน้อม "รายงานตัวครับ นายท่าน ผม 'คณิน' อดีตหัวหน้าหน่วยรบพิเศษและบอดี้การ์ดอันดับหนึ่งของสมาพันธ์ความมั่นคงนานาชาติ ได้รับคำสั่งให้มารายงานตัวเพื่อปฏิบัติภารกิจคุ้มครอง 'คุณรินรดา' ตลอด 24 ชั่วโมงครับ" รวินท์วางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะกระจก เสียงกระทบเบาๆ สะท้อนความเยือกเย็นในแววตาของเขา ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นพิจารณาชายตรงหน้าทีละคนด้วยความพึงพอใจ ระบบได้คัดกรองประวัติ ความจงรักภักดี และทักษะการต่อสู้ระดับพระกาฬมาให้แล้วอย่างไร้ที่ติ "ยินดีต้อนรับค่ะคณิน" รวินท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่มีอำนาจกดดัน "ดิฉันไม่ได้จ้างพวกคุณมาเพื่อยืนเฝ้าประตูห้องเฉยๆ นะคะ หน้าที่ของพวกคุณคือการสร้างเขตปลอดอันตรายรอบตัวรินรดา ทุกคนที่คิดจะเข้าใกล้เธอด้วยประสงค์ร้าย... ไม่ว่าจะเป็นคนในตระกูลเก่าของดิฉัน หรือพวกนักธุรกิจหน้าเลือดจากตระกูลใหญ่โตมาจากไหนก็ตาม ถ้าพวกมันกล้าล้ำเส้น..." รวินท์เว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยประกายอำมหิตที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบ "...ให้จัดการขั้นเด็ดขาดได้เลยค่ะ ชีวิตของรินรดาคือกฎหมายเดียวที่พวกคุณต้องเชื่อฟัง" "รับทราบครับนายท่าน จะไม่มีสิ่งมีชีวิตใดเข้าใกล้คุณรินรดาได้ หากไม่ได้รับอนุญาตจากเรา" คณินตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและเด็ดเดี่ยว ในขณะเดียวกัน รินรดาที่เพิ่งเดินถือถาดกาแฟอุ่นๆ ออกมาจากห้องครัว ถึงกับชะงักฝีเท้าลง ดวงตากลมโตมองไปยังชายชุดดำสามคนที่ยืนเรียงหน้ากระดานด้วยความประหลาดใจระคนตกใจ เธอกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะหันมามองหน้าชายคนรักด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นไปด้วยความอบอุ่นและกังวลใจในเวลาเดียวกัน "รวินท์คะ... นี่มันเรื่องอะไรกันคะเนี่ย? ทำไมถึงต้องมี... บอดี้การ์ดมารอรับคำสั่งถึงในห้องล่ะคะ?" รินรดาเดินเข้ามาใกล้ วางถาดกาแฟลงบนโต๊ะ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เขา มือเรียวบางเอื้อมไปกุมมือหนาของรวินท์ไว้เบาๆ "เราไม่ได้ตกอยู่ในอันตรายขนาดนั้นเสียหน่อยนะคะ ฉันดูแลตัวเองได้..." รวินท์หันมาสบตาเธอนิ่ง ความแข็งกร้าวในแววตาเมื่อครู่พลันมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอ่อนโยนล้ำลึกที่เขามอบให้ผู้หญิงคนนี้เพียงคนเดียว ชายหนุ่มยกมือขึ้นปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มเนียนของเธออย่างทะนุถนอม "คนดีคะ... โลกใบนี้มันโหดร้ายเกินกว่าจะปล่อยให้ดอกไม้ที่บอบบางอย่างเธอต้องเผชิญหน้ากับมันตามลำพัง ฉันยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายความรู้สึกเธอไม่ได้อีกแล้วค่ะ การมีพวกเขาอยู่... คือเกราะป้องกันเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของเรา" รินรดานิ่งอึ้งไป หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความซาบซึ้ง เธอย่อมรู้ดีว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา รวินท์ต้องแบกรับแรงกดดันและคำดูถูกเหยียดหยามมากแค่ไหน และในวันนี้ เมื่อเขามีอำนาจและทรัพย์สินมหาศาล สิ่งแรกที่เขาเลือกทำไม่ใช่การไปแก้แค้นอย่างไร้สาระ แต่เป็นการปกป้องเธอจากทุกภัยอันตรายอย่างใกล้ชิดที่สุด "ขอบคุณนะคะรวินท์... ขอบคุณที่คุณไม่เคยปล่อยมือจากฉันเลย" รินรดาซบหน้าลงกับไหล่กว้างของเขา หยาดน้ำตาแห่งความสุขซึมผ่านเนื้อผ้าสูทเบาๆ รวินท์โอบกอดเธอไว้แน่น สายตาทอดมองออกไปนอกกระจกหน้าต่างบานใหญ่ที่สะท้อนภาพตึกระฟ้าของมหานครยามค่ำคืน รอยยิ้มเยдяหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างแผ่วเบา... *เกมการแก้แค้นเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น พวกที่เคยเหยียบย่ำพวกเขา เตรียมตัวรับชะตากรรมที่แท้จริงได้เลย* ทว่า ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องกำลังอบอวลไปด้วยความสุขและความปลอดภัยนั้นเอง... ติ๊ด! เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับฉุกเฉินจากระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะที่เชื่อมต่อกับลิฟต์ส่วนตัวของเพนต์เฮาส์ ก็ดังขึ้นแทรกความเงียบอย่างกะทันหัน! หน้าจอโฮโลแกรมกลางห้องปรากฏภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดชั้นล่างทันที ภาพที่ปรากฏทำให้คณินและบอดี้การ์ดอีกสองคนชักอาวุธออกมาจากซองพกข้างเอวโดยสัญชาตญาณด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ร่างของหญิงชราผู้สูงศักดิ์ในชุดราตรีหรูหรา พร้อมด้วยชายวัยกลางคนท่าทางกร้าวร้าวอีกสองคน กำลังยืนอยู่หน้าประตูลิฟต์ส่วนตัวด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว—นั่นคือ "คุณหญิงทัศนีย์" ผู้เป็นย่าแท้ๆ ของรวินท์ ผู้ซึ่งเคยขับไล่เขาออกจากตระกูลอย่างไม่ไยดี และในมือถือโทรศัพท์มือถือที่กำลังต่อสายตรงเข้ามาหาเขา! รวินท์หรี่ตาลงเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มเย็นเยียบ "หึ... มาเร็วกว่าที่คิดเสียอีกนะคะเนี่ย" (โปรดติดตามตอนต่อไป...) -------------------------------------------------- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ต้นไม้ริมระเบียง" มาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุญแจดอกนั้นเป็นของผมครับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%