"ใบลาออกของเธอ... ฉันเซ็นอนุมัติให้ตั้งแต่สามวินาทีแรกที่ยื่นเข้ามาแล้วค่ะ คุณผู้จัดการ"
เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งกลางฤดูร้อน ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงหรูหราของ 'แกรนด์ พาเลซ' โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางมหานคร รินรดายืนหยัดอย่างสง่างามในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิท แววตาของเธอทอประกายคมกริบมองร่างอ้วนท้วมของนายอำนาจ อดีตผู้จัดการทั่วไปผู้เคยใช้อำนาจบาทใหญ่กดขี่ข่มเหงเธอกับรวินท์ในยวันที่ทั้งคู่ยังไม่มีแม้แต่เศษเงินติดตัว
นายอำนาจหน้าซีดเผือด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มขมับ มือสั่นเทาจนแทบถือเอกสารในมือไม่อยู่ เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน เขายังหัวร่อต่อกระซิกอยู่กับกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ พร้อมทั้งเอ่ยปากไลฟ์สดเยาะเย้ยรวินท์ว่า เป็นได้แค่ "ไอ้ขี้แพ้ที่ไม่มีวันได้เหยียบแม้แต่พรมเช็ดเท้าของโรงแรมแห่งนี้" แต่ในเวลานี้... สถานการณ์กลับพลิกผันราวฟ้ากับเหว
"คุณ... คุณรินรดาครับ เรื่องเมื่อก่อน..." นายอำนาจพยายามอ้าปากแก้ตัว เสียงสั่นเครือจนแทบฟังไม่เป็นศัพท์ เขาลืมไปสนิทว่าหญิงสาวที่ตนเคยเหยียบย่ำและสั่งให้ก้มกราบขอร้องเพื่อแลกกับการทำงาน ตอนนี้ได้ก้าวขึ้นมานั่งอยู่ในตำแหน่งสูงสุดของคณะผู้บริหารชุดใหม่
รินรดาไม่แม้แต่จะชายตามองคำแก้ตัวอันน่าสมเพชนั้น เธอยกเรียวขาขึ้นไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ ปลายรองเท้าส้นสูงสีแดงเพชรระยิบระยับสะท้อนกับแสงไฟคริสตัลระยิบระยับเบื้องบน เป็นภาพที่บาดตาและกดดันหัวใจของคนที่เคยหยิ่งทะนงจนแทบแหลกสลาย
"จำได้ไหมคะว่าคุณเคยพูดอะไรไว้บ้างตอนที่เราถูกไล่ตะเพิดออกไปเหมือนสุนัขตัวหนึ่ง" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังอำนาจจนคนฟังเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น "คุณบอกว่าโลกนี้ขับเคลื่อนด้วยเงินตราและอำนาจ... ซึ่งคุณพูดถูกค่ะ แต่น่าเสียดาย... อำนาจที่ว่านั้น ในตอนนี้มันไม่ได้อยู่ในมือของคุณอีกต่อไปแล้ว"
ประตูบานคู่แกะสลักไม้สักทองขนาดใหญ่เปิดผางออกอย่างสง่างาม รวินท์ก้าวเข้ามาในห้องโถงด้วยชุดสูทตัดเย็บพิเศษสีเทาเข้ม ร่างสูงโปร่งแผ่ซ่านบรรยากาศแห่งความเยือกเย็น ทรงพลัง และเด็ดขาด สายตาคมกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดที่ร่างของนายอำนาจที่กำลังหมอบกราบอยู่แทบเท้า
ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากริมฝีปากของชายหนุ่ม ความเงียบงันที่เขานำติดตัวมานั้นน่ากลัวเสียยิ่งกว่าพายุฝน รวินท์เพียงแค่ปรายตามองอดีตผู้บริหารผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขา ราวกับกำลังมองมดปลวกไร้ค่าตัวหนึ่ง
"เชิญเก็บของออกจากห้องทำงานของคุณภายในสิบนาทีนี้เถอะค่ะ" รินรดากล่าวสรุปด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น "เพราะหลังจากนี้... เราจะต้องเริ่มกระบวนการปรับปรุงครั้งใหญ่ เพื่อล้างคราบสกปรกที่ตกค้างอยู่ในโรงแรมระดับห้าดาวแห่งนี้เสียที"
นายอำนาจสะอื้นไห้ ร้องคร่ำครวญขอความเห็นใจ แต่ไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากบุคคลทั้งสอง รวินท์เดินเข้ามาโอบเอวบางของรินรดาอย่างทะนุถนอม สายตาทั้งคู่ทอดมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใสบานยักษ์ เบื้องล่างคืออาณาจักรธุรกิจมูลค่าหมื่นล้านที่บัดนี้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของพวกเขาอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ผ่านการอนุมัติวงเงินอันไร้ขีดจำกัดจากระบบลึกลับที่อยู่เบื้องหลัง
ความหอมหวานของชัยชนะแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูความรู้สึก มันไม่ใช่แค่ความสะใจจากการแก้แค้น แต่เป็นการประกาศให้โลกใบนี้ได้ประจักษ์ว่า ใครกันแน่คือผู้กุมชะตากรรมที่แท้จริง
ในจังหวะที่รวินท์กำลังจะยกบัตรเครดิตสีดำสนิทไร้ขีดจำกัดขึ้นมาเพื่อสั่งการโอนงบประมาณก้อนสุดท้ายผ่านระบบอัจฉริยะ จู่ๆ หน้าจอโฮโลแกรมส่วนตัวของระบบก็สว่างวาบขึ้นมากลางอากาศอย่างไร้สาเหตุ พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นขัดจังหวะ
*[แจ้งเตือนฉุกเฉินจากระบบ: ตรวจพบความพยายามในการเข้าถึงรหัสผ่านระดับสูงสุด... จากบุคคลภายนอกที่ไม่ได้รับอนุญาต กำลังดำเนินการเจาะระบบโครงข่ายความปลอดภัย... 3... 2... 1...]*
ประตูกระจกนิรภัยด้านหลังห้องโถงที่ควรจะถูกล็อกอย่างแน่นหนา กลับค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเองอย่างช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาลึกลับในชุดโค้ทสีดำยาว ที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มปริศนาและแฟ้มเอกสารลับในมือ...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ต้นไม้ริมระเบียง" มาโดยตลอดนะคะ!
กุญแจดอกนั้นเป็นของผมครับ•ตอนที่ 27
การเข้าซื้อโรงแรมระดับห้าดาว
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุญแจดอกนั้นเป็นของผมครับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!