กุญแจดอกนั้นเป็นของผมครับ•ตอนที่ 4

การแก้แค้นเริ่มขึ้นแล้ว

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
เสียงกระดาษความร้อนที่ถูกพ่นออกจากเครื่องพิมพ์ใบเสร็จดัง *แกรก... แกรก...* ยาวต่อเนื่อง ราวกับเสียงหัวใจของใครบางคนกำลังเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก รวินท์ก้มมองตัวเลขยอดเงินในบัญชีที่พุ่งทะยานขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด ตัวเลขศูนย์นับสبيอหลักปรากฏเด่นชัดบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าคร่ำครึ แต่นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป เครื่องมือสื่อสารราคาถูกเครื่องนี้กลับมีอำนาจล้นเหลือที่จะสั่นคลอนรากฐานของตระกูลผู้ดีจอมปลอมพวกนั้นให้พังทลายลงมาได้ในพริบตา "คุณรวินท์คะ..." รินรดากล่าวเสียงสั่น มือเรียอบางของเธอยังคงกุมมือเขาไว้แน่น ความเย็นเฉียบจากปลายนิ้วของเธอสะท้อนความหวาดกลัวที่สะสมมานานแรมปี แต่ในดวงตากลมโตคู่นั้นกลับมีความเชื่อมั่นอย่างล้นปรี่ฉายชัดอยู่ "นี่มัน... เกิดอะไรขึ้นกันแน่คะ ทำไมเงินพวกนี้ถึง..." รวินท์ไม่ได้ตอบคำถามในทันที เขายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่หาดูได้ยาก ดวงตาคมกลาบกวาดมองไปเบื้องหน้า—ห้องประชุมหรูหราของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ ที่ซึ่ง “กรณ์” อดีตเพื่อนสนิทผู้เคยแย่งชิงทุกอย่างไปจากเขา รวมถึง “พิมพ์ชนก” หญิงสาวผู้เคยเหยียดยطรวินท์ว่าเป็นได้แค่เศษสวะไร้ค่า กำลังนั่งยิ้มเยาะด้วยความสะใจบนหัวโต๊ะ เสียงหัวเราะเยาะหยันของกรณ์ดังแว่วมาเข้าหู ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดของบอร์ดบริหาร "แกยังกล้าโผล่หัวมาที่นี่อีกเหรอ รวินท์?" กรณ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สูทแบรนด์เนมราคาแพงระยับรับกับท่าทางหยิ่งผยอง "คิดว่าพาผู้หญิงจนตรอกมาด้วยแล้วจะกู้หน้าได้งั้นสิ? บอกไว้ก่อนนะว่าโปรเจกต์ประมูลที่ดินแปลงใหญ่ในมือฉันตอนนี้ มูลค่าทะลุร้อยล้านไปแล้ว แกไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อกาแฟให้ผู้หญิงของแกกินด้วยซ้ำ ไสหัวออกไปซะเถอะ ก่อนที่ฉันจะให้ รปภ. หิ้วปีกพวกแกออกไปให้พ้นสายตา!" พิมพ์ชนกที่นั่งไขว่ห้างอยู่ข้างๆ ส่งเสียงหัวเราะคิกคักในลำคอ สายตาที่เธอมองรวินท์เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา ราวกับเขามันก็แค่แมลงสาบตัวหนึ่งที่บังAาญมาไต่ตườngบนโต๊ะอาหารหรู "ใช่ค่ะพี่กรณ์ อย่าไปคุยกับคนชั้นต่ำแบบนี้เลย เสียเวลาเปล่าๆ" พิมพ์ชนกเชิดหน้าขึ้นสูง น้ำเสียงจิกกัดเต็มไปด้วยความดูแคลน "ขนาดค่าเช่าห้องรูหนูของมันยังค้างอยู่ตั้งสามเดือน ไม่รู้เอาหน้าด้านที่ไหนมาเหยียบตึกนี้" บรรดาคณะกรรมการบริหารต่างส่งเสียงหัวเราะฮือฮาตามน้ำ ทุกสายตาจับจ้องมาที่รวินท์และรินรดาราวกับพวกเขาสองคนเป็นตัวตลกในละครสัตว์ที่น่าสมเพช แต่รวินท์กลับไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นปัดฝุ่นที่ไหล่เสื้ออย่างเชื่องช้า ท่าทีเยือกเย็นราวกับพญาอินทรีที่กำลังมองดูฝูงมดปลวกดิ้นรนบนพื้นดิน "พูดจบหรือยังครับ... อ้อ ขอโทษทีค่ะ ฉันติดนิสัยพูดคำว่าครับจากพวกคนไร้รสนแถวนี้ซะแล้วสิคะ" รวินท์จงใจเปลี่ยนสรรพนามและน้ำเสียงเพื่อเยาะเย้ย เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ทุกย่างก้าวสร้างแรงกดดันมหาศาลจนเสียงหัวเราะในห้องประชุมเริ่มเงียบลงทีละน้อย "แก... แกกล้าดียังไงมาทำท่าทางอวดดีใส่ฉัน!" กรณ์หน้าตึงด้วยความโกรธ เس้นเลือดที่ขมับปูดโปน รวินท์แค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหยิบการ์ดสีดำสนิทไร้ลวดลาย—บัตรเครดิตโลหะพิเศษจากระบบที่แม้แต่ธนาคารกลางยังต้องก้มหัวให้—ออกมาคีบไว้ระหว่างนิ้วเรียว "คุณกรณ์บอกว่าโปรเจกต์ประมูลที่ดินมูลค่าร้อยล้านนั่นสินะคะ น่าสนใจดีนี่คะ... แต่โชคร้ายหน่อยที่วันนี้ ฉันไม่ได้มาเพื่อขอทานความเมตตาจากพวกคุณ แต่ฉันมาเพื่อ... 'ซื้อ' ทุกอย่างที่พวกคุณภูมิใจนักหนาต่างหากล่ะคะ" สิ้นคำพูด รวินท์ก็สะบัดมือส่งบัตรเครดิตสีดำสนิทให้แก่เลขาหน้าห้องประชุมที่ยืนตัวสั่นด้วยความตกตะลึง "จัดการโอนเงินเข้าบัญชีกลางของบริษัทนี้ ซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์ทันที และ... ไล่พนักงานปากเสียสองคนนั้นออกไปจากตึกของ 'ฉัน' ภายในสามนาทีนี้" น้ำเสียงของรวินท์ราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนที่กรีดลงบนความเงียบ กรณ์และพิมพ์ชนกถึงกับหน้าถอดสี พวกเขาอ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงระคนไม่อยากเชื่อสายตา หน้าจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่กลางห้องประชุมจู่ๆ ก็กระพริบวูบ ข้อความแจ้งเตือนจากระบบการเงินระดับประเทศปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงดนตรีต้อนรับอันน่าเกรงขาม— *ติ๊ง! ยอดเงินโอนเข้าสำเร็จ: 500,000,000 บาทถ้วน* ลมหายใจของทุกคนในห้องราวกับถูกสูบหายไปในพริบตา กรณ์ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นด้วยความช็อก ดวงตาเบิกโพลงราวกับเห็นผีในเวลากลางวันแสกๆ ส่วนพิมพ์ชนกกรีดร้องออกมาด้วยความสติแตกเมื่อพบว่าบัตรพนักงานของเธอถูกปฏิเสธการเข้าใช้งานและร่วงหล่นลงสู่พื้น รวินท์ก้มลงมองกรณ์ที่กำลังเงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด รอยยิ้มอันอบอุ่นแต่แฝงด้วยความอำมหิตปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา เขาเอื้อมมือไปโอบไหล่รินรดาร่างบางที่กำลังสั่นเทาด้วยความตื้นตันเอาไว้แนบกาย "ยินดีด้วยนะคะคุณกรณ์..." รวินท์กระซิบด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "เกมเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเองค่ะ... และพวกคุณเตรียมตัวรับผลกรรมที่จะตามมาได้เลย" ในวินาทีนั้นเอง ประตูห้องประชุมเบื้องหลังก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของชายชราในชุดสูทสากลสีเข้ม—ประธานกรรมการใหญ่แห่งกลุ่มทุนข้ามชาติผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ ซึ่งก้าวเข้ามาโค้งคำนับให้รวินท์อย่างนอบน้อมที่สุด พร้อมกับเอ่ยคำพูดที่ทำให้ทุกคนในห้องหัวใจแทบวาย: "ท่านประธานครับ... เครื่องบินส่วนตัวและเอกสารกรรมสิทธิ์ทั้งหมดพร้อมแล้วครับ จะให้ผมเริ่มจัดการ 'กวาดล้าง' บริษัทลูกของตระกูลกรณ์เลยไหมครับ?" ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับความสะใจในชัยชนะครั้งนี้ด้วยกันนะคะ ต้นไม้ริมระเบียง
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุญแจดอกนั้นเป็นของผมครับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%