เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของกรณ์ยังคงก้องกังวานอยู่ในห้องประชุมใหญ่ ชั้นสิบห้าของอาคารพาณิชย์ใจกลางย่านธุรกิจ ทว่าในวินาทีนี้ มันกลับฟังดูคล้ายเสียงหัวเราะของคนโง่ที่กำลังขุดหลุมฝังศพให้ตัวเองอย่างไรอย่างนั้น
รวินท์ไม่ได้ปริปากเถียงสักคำ ชายหนุ่มเพียงแต่ปรายตามองเอกสารสัญญาเช่าพื้นที่ราคาแพงลิบลิ่วบนโต๊ะกระจกใส ก่อนจะยกมือขึ้นจัดปกเสื้อสูทเนื้อดีที่รินรดาเพิ่งช่วยบรรจงรีดให้เมื่อเช้าอย่างใจ
ดูลึกล้ำและเยือกเย็น... นั่นคือสิ่งที่รินรดาเห็นในแววตาของชายหนุ่มผู้กุมหัวใจเธอมาตลอดหลายปี แม้ในยามที่พวกเขาต้องกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประทังชีวิต รวินท์ก็ไม่เคยมีแววตาพ่ายแพ้ และในยามนี้ แววตานั้นกำลังส่อง2ประกายอำนาจที่ทำให้คนมองรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด
"ไงล่ะ รวินท์? เป็นใบ้ไปเลยหรือไง?" กรณ์ยืดอกขึ้นอย่างลำพองใจ สายตาที่เขามองรวินท์เต็มไปด้วยความเหยียดหยามและสมเพช เวทนา "บริษัทสตาร์ทอัพกระจอกๆ ของแก ไม่มีปัญญาแม้แต่จะหาเงินมาจ่ายค่าเช่าตึกนี้ด้วยซ้ำ อย่าว่าแต่จะมาเดินเฉิดฉายในตึกเกรด A แบบนี้เลย... รู้จักเจียมตัวแล้วไสหัวออกไปซะ ก่อนที่ฉันจะให้รปภ. ลากคอพวกแกออกไปให้พ้นเสนียด!"
พนักงานหลายคนที่นั่งอยู่รอบโต๊ะต่างส่งเสียงหัวเราะคิกคักตามลูกพี่ใหญ่ บางคนถึงกับส่ายหัวด้วยความสมเพช ขณะที่รินรดากัดริมฝีปากแน่น มือเรียวเล็กเอื้อมไปกุมมือหนาของรวินท์ไว้แน่นเพื่อถ่ายทอดความอบอุ่นและความเชื่อมั่น แม้ฝ่ามือของเธอจะชื้นไปด้วยเหงื่อและความตึงเครียดก็ตาม
"พี่รวินท์... เราไปกันเถอะค่ะ" เสียงหวานเอמהกระซิบแผ่วเบาด้วยความห่วงใย
รวินท์หันมาส่งยิ้มอ่อนโยนให้หญิงสาว รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยพลังบางอย่างที่ทำให้หัวใจที่กำลังหวาดหวั่นของรินรดาสงบลงได้อย่างน่าอัศจรรย์ เขากุมมือเธอกลับแน่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะก้าวออกไปยืนเผชิญหน้ากับกรณ์อย่างเต็มความสูง
"ไล่ผมหรือครับ?" รวินท์ทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลังจนบรรยากาศในห้องประชุมเงียบกริบลงทันที "คุณแน่ใจแล้วเหรอครับว่ามีสิทธิ์ไล่เจ้าของตึกนี้?"
สิ้นคำพูดนั้น เสียงหัวเราะของกรณ์ก็ดังลั่นขึ้นกว่าเดิมราวกับได้ยินเรื่องตลกที่สุดในรอบปี
"ฮ่าๆๆ! เจ้าของตึก? แกเนี่ยนะ? ไอ้คนตกอับที่แม้แต่ค่าห้องเช่ารูหนูยังค้างจ่ายเนี่ยนะคือเจ้าของตึกราคาพันล้านนี่? แกเพ้อเจ้ออะไรวะรวินท์ หรือสมองกระทบกระเทือนจากการโดนฉันเหยียบย่ำมากเกินไป!"
กรณ์กวาดสายตามองเพื่อนร่วมงานและพนักงานในบริษัทด้วยความขบขัน "พวกเธอได้ยินที่มันพูดไหม? มันบอกว่ามันเป็นเจ้าของตึก! น่าขำสิ้นดี!"
พนักงานส่งเสียงหัวเราะครึกครื้นตามเจ้านาย ไม่มีใครเชื่อคำพูดของรวินท์เลยสักคน ในสายตาของพวกเขา รวินท์เป็นเพียงไอ้กระจอกที่หลงยุคและพยายามทำตัวเหนือกว่าเพื่อกู้ศักดิ์ศรีที่แหลקסลาย
แต่ทว่า ในวินาทีนั้นเอง... ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง
ชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลตัดเย็บอย่างประณีต ใบหน้าเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยรัศมีแห่งอำนาจเดินก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้ามั่นคง ด้านหลังของเขาคือทนายความประจำตระกูลและผู้จัดการอาคารชุดของตึกแห่งนี้ ทันทีที่กรณ์เห็นหน้าชายคนดังกล่าว สีหน้าที่กำลังลำพองใจก็แปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในพริบตา
"ทะ... ท่านประธานกรรมการบริหารกลุ่มทุนโกลบอล... คุณกิตติ!" กรณ์รีบผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ โค้งตัวลงต่ำจนแทบจะขนานกับพื้น รอยยิ้มประจบสอพลอถูกปั้นแต่งขึ้นบนใบหน้าอย่างรวดเร็ว "ท่านมาทำอะไรที่นี่ครับ? ทำไมไม่แจ้งผมล่วงหน้า ผมจะได้จัดเตรียมการต้อนรับอย่างสมเกียรติ..."
กรณียังพูดไม่ทันจบประโยคด้วยซ้ำ ท่านกิตติกลับเดินผ่านร่างของเขาไปราดกับอากาศ สายตาคมกริบไม่ได้ชายตามองลูกจ้างคนโปรดเลยแม้แต่น้อย ทว่ากลับมุ่งตรงไปยังชายหนุ่มที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า
รวินท์ยืนกอดอก มองตรงไปยังท่านกิตติด้วยแววตาเรียաբเฉย
ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้อง ท่านกิตติกลับก้มศีรษะลงทำความเคารพอย่างนอบน้อมและให้เกียรติสูงสุด จนบอดี้การ์ดและผู้บริหารระดับสูงที่ตามมาด้านหลังต้องโค้งตามในทันที
"ทุกอย่างเรียบร้อยดีครับ ท่านประธานรวินท์" เสียงทุ้มต่ำและนอบน้อมดังขึ้นก้องห้องประชุมที่เงียบสนิทราวกับป่าช้า "เอกสารกรรมสิทธิ์ทั้งหมด 100% ของอาคารชุดแห่งนี้ โอนเข้าสู่บัญชีทรัพย์สินส่วนตัวของท่านเรียบร้อยแล้วครับ"
ตู้ม! ราวกับมีสายฟ้าฟาดผ่าลงมากลางห้องประชุม สมองของกรณ์ขาวโพลน ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน คำพูดว่า 'ท่านประธานรวินท์' วนเวียนก้องอยู่ในหัวของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแทบจะแยกแยะความเป็นจริงไม่ออก
มันเป็นไปได้ยังไง?! คนที่เขาเพิ่งเหยียดหยามและไล่ตะردเมื่อครู่... คือเจ้าของตึกที่บริษัทของเขากำลังเช่าอยู่จริงๆ งั้นเหรอ?
รวินท์ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ ชายหนุ่มก้าวเดินช้าๆ เข้าไปหากรณ์ที่กำลังยืนตัวสั่นเทา ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น
"เมื่อกี้คุณบอกว่าอะไรนะกรณ์?" รวินท์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังกดดันจนกรณ์หายใจไม่ออก "จะให้รปภ. ลากคอใครออกไปจากตึกของ 'ฉัน' นะ?"
"ระ... รวินท์... นี่มัน... เรื่องอะไรกัน..." กรณ์ละล่ำละลักพูดไม่ออก ใบหน้าที่เคยหยิ่งทะนงบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัว เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มหน้าผาก
รวินท์ไม่ตอบคำถามนั้น ชายหนุ่มหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทที่สะท้อนประกายแสงวิบวับออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท บัตรเครดิตอภิสิทธิ์ไร้ขีดจำกัดจากระบบที่ทรงพลังเหนือจินตนาการ บัตรที่สามารถซื้อตึกนี้ได้ทั้งหลังด้วยการรูดเพียงครั้งเดียว
"ทนายความครับ" รวินท์เอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาไปจากกรณ์ "ช่วยจัดการยกเลิกสัญญาเช่าของบริษัทนี้ทันที และเพิ่มค่าเช่าเป็นร้อยเท่าสำหรับไอ้เศษสวะที่ไร้มารยาทในตึกของผม"
"รับทราบครับ ท่านประธาน!" ทนายความขานรับอย่างรวดเร็ว พร้อมกับยื่นเอกสารชุดใหม่มาตรงหน้า
รวินท์รับปากกาหมึกซึมราคาแพงมาถือไว้ สายตาคมกริบมองไปยังกรณ์ที่ตอนนี้ทรุดฮวบคุกเข่าลงแทบเท้าของเขา ร่างกายสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำ พร้อมกับเสียงร้องขอชีวิตที่ดังลอดไรฟันออกมาอย่างน่าสมเพช
"รวินท์! กูขอร้อง... ไว้ชีวิตบริษัทกูด้วย! กูผิดไปแล้ว... ได้โปรด..."
รินรดาก้าวถอยหลังมาครึ่งก้าว มองดูภาพอดีตคนที่เคยทำร้ายและกดขี่เธอกำลังคุกเข่ากราบกรานสามีของเธอด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ความสะใจ ความโล่งอก และความศรัทธาหลอมรวมกันอยู่ในอก เธอซบใบหน้าลงกับไหล่กว้างของรวินท์อย่างปลอดภัย ขณะที่รวินท์ยกมือขึ้นโอบเอวเธอไว้ หลุบตามองคนที่เคยเหยียดหยามด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน
จังหวะนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนของกรณ์ก็ดังขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งห้องประชุม... เป็นอีเมลแจ้งเตือนการอายัดบัญชีบริษัทและการฟ้องร้องล้มละลายทันที!
รวินท์กดปลายปากกาลงบนกระดาษเตรียมเซ็นชื่อ พร้อมกับที่ระบบในหัวส่งเสียงแจ้งเตือนเบาๆ ว่าภารกิจกวาดล้างระลอกแรกสำเร็จลุล่วงอย่างงดงาม ทว่า... ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูด้านหลังห้องประชุมก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ก่อนที่ร่างระหงของหญิงสาวปริศนาในชุดเดรสสีแดงเพลิงจะก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มปริศนาที่ทำให้รวินท์ต้องหรี่ตาลงด้วยความประหลาดใจ!
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
(ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งชัยชนะนี้ไปด้วยกันนะคะ - ต้นไม้ริมระเบียง)
กุญแจดอกนั้นเป็นของผมครับ•ตอนที่ 5
เจ้าของตึกตัวจริง
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุญแจดอกนั้นเป็นของผมครับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!