“เซ็นชื่อลงไปสิคะ คุณอภิชาติ… หรือจะต้องให้ดิฉันช่วยจับมือคุณจรดปากกาดีล่ะคะ”
น้ำเสียงหวานใสทว่าเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกของรินรดา ดังแทรกขึ้นกลางห้องประชุมอันโอ่อ่าของตระกูลใหญ่ หญิงสาวในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิท ยืนสง่างามอยู่เบื้องหลังเก้าอี้ประธานที่ครั้งหนึ่งรวินท์เคยถูกขับไล่ออกไปด้วยความอัปยศ บัดนี้ บนโต๊ะหินอ่อนตัวเดียวกัน เอกสารสิทธิ์การถือครองหุ้นกว่าร้อยละแปดสิบห้าของอาณาจักรธุรกิจอภิชาตกุล กำลังนอนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าชายวัยกลางคนผู้มีใบซีดเซียวราวกับคนใกล้ตาย
อภิชาติ เจ้าสัวผู้เคยเชิดหน้าชูตาและเหยียดย่ำรวินท์อย่างไร้ความปรานีในอดีต กำลังตัวสั่นเทา มือที่ถือปากกาหมึกซึมราคาแพงสั่นสะท้านจนแทบEจะคุมไม่อยู่ ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งบัดนี้เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เขามองหน้าชายหนุ่มผู้มีรอยยิ้มบางเบาประดับอยู่บนมุมปาก—รวินท์ ผู้ชายที่เขากล่าวหาว่าเป็นแค่ “เศษสวะไร้ค่า” เมื่อไม่กี่เดือนก่อน
รวินท์ไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ เขานั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ สะท้อนถึงอำนาจอันเบ็ดเสร็จที่อยู่เหนือการควบคุมของอีกฝ่าย ระบบที่เขาได้รับไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือสร้างความมั่งคั่ง แต่มันคือ “เครื่องประหาร” ทางกฎหมายและเศรษฐกิจที่ถูกออกแบบมาเพื่อบดขยี้คนที่เคยเหยียบย่ามเขาให้แหลقคามืออย่างสง่างามที่สุด
“แก… แกมันไอ้เด็กเวร! ทำไม… ทำไมหนี้ทั้งหมดถึงมาอยู่ที่แกได้ในเวลาแค่ชั่วข้ามคืน!” อภิชาติแผดเสียงตะโกนออกมาอย่างคนเสียสติ หลอดเลือดที่ขมับปูดโปน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเคียดแค้นและสิ้นหวัง
รวินท์หัวسเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว มีเพียงความว่างเปล่าและเยือกเย็น เขาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย สายตาสบประสานกับอภิชาติราวกับพญาอินทรีที่กำลังมองเหยื่อในกรงเล็บ
“ความโลภของคุณไงคะ คุณอภิชาติ… การกู้ยืมเงินนอกระบบเพื่อพยุงภาพลักษณ์บริษัทจอมปลอม และการค้ำประกันไขว้ที่เปราะบางยิ่งกว่าใยแมงมุม คุณคิดว่าตัวเองฉลาดที่หลอกลวงธนาคารได้ แต่คุณลืมไปว่า ในโลกนี้ยังมี ‘อำนาจ’ ที่เหนือกว่ากฎเกณฑ์ที่คุณเคยรู้จัก” รวินท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่กลับทรงพลังจนอภิชาติถึงกับผงะถอยหลัง
ย้อนกลับไปเมื่อสามวันก่อน ทุกธนาคารและกองทุนสินเชื่อรายใหญ่ต่างได้รับคำสั่งซื้อหนี้เสียทั้งหมดของอภิชาตกุลอย่างไร้เงื่อนไข ด้วยวงเงินมหาศาลจากระบบที่ไร้ขีดจำกัด รวินท์ไม่ต้องใช้เวลาเจรจานานแรมปี เขาใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงในการกว้านซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินและหนี้สินทุกบาททุกสตางค์ที่อภิชาติเคยไปกู้ยืมมาไว้ในกำมือทั้งหมด ในทางกฎหมาย เขาคือเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุด และเป็นผู้เดียวที่มีสิทธิ์ขาดในการ “ล้มละลาย” หรือ “ยึดทรัพย์” อาณาจักรนี้
รินรดาเหลียวมองชายหนุ่มที่เธอรักสุดหัวใจ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและความตื้นตัน หญิงสาวจำได้ดีถึงวันที่พวกเขาต้องกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประทังชีวิตในห้องเช่าแคบๆ จำได้ถึงหยาดน้ำตาที่รวินท์แอบหลั่งออกมาในความมืดเมื่อถูกครอบครัวนี้ขับไล่อย่างไร้เยื่อใย แต่วันนี้… ผู้ชายคนเดียวกันนี้กำลังใช้ปลายนิ้วเพียงข้างเดียวพลิกแผ่นดินใต้เท้าของพวกมันให้พังทลายลงมา
“หมดเวลาเล่นสนุกแล้วค่ะ” รวินท์เอ่ยขึ้นเบาๆ พร้อมกับยื่นเอกสารฉบับสุดท้ายไปตรงหน้าอภิชาติ “เซ็นเสีย… แล้วไสมือออกไปจากตึกของฉันซะ”
อภิชาติสูดหายใจเข้าลึก ริมฝีปากสั่นระริก เขารู้ดีว่าหากไม่เซ็น ทางเลือกเดียวคือการถูกฟ้องล้มละลายทางอาญาและติดคุกจนตายในซังเต ทว่าในวินาทีที่ปลายปากกาจุ่มลงบนกระดาษ เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงบนโต๊ะของอภิชาติก็แผดเสียงกรีดร้องทำลายความเงียบ
อภิชาติชะงัก เหลือบมองหน้าจอที่แสดงสายเรียกเข้าจากบุคคลปริศนา รวินท์ไม่ได้ห้าม ปล่อยให้อีกฝ่ายหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับด้วยความหวังอันริบหรี่ เผื่อว่าจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นในนาทีสุดท้าย
“ฮ… ฮัลโหล! ช่วยผมด้วยครับท่าน! ตอนนี้ผมกำลังจะถูก—” อภิชาติกรอกเสียงละล่ำละลัก ทว่ายังไม่ทันพูดจบประโยค เสียงปลายสายก็สวนกลับมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาและไร้เยื่อใยยิ่งกว่า
*[“จบสิ้นแล้วอภิชาติ… นายกล้าดียังไงไปหาเรื่องกับคนของ ‘กลุ่มทุนไท탄’ ผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่เพิ่งกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดของเราเมื่อหนาวที่แล้ว… ตอนนี้บัญชีของฉันถูกอายัดหมดแล้ว อย่าโทรมาหาฉันอีก!”]*
ตู๊ด… ตู๊ด… ตู๊ด…
สายถูกตัดไปอย่างไร้เยื่อใย โทรศัพท์ในมือของอภิชาติร่วงหล่นลงกระทบพื้นพรมราคาแพงจนแตกกระจาย ใบหน้าของเจ้าสัวผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาเบิกโพลงค้างอย่างไร้สติสัมปชัญญะ ความจริงอันโหดร้ายกระแทกเข้าใส่หน้าเขาอย่างจัง ว่าคนที่เขากำลังต่อกรอยู่ด้วยนั้น ไม่ใช่แค่เด็กหนุ่มตกอับคนเดิมอีกต่อไป แต่เป็น “เจ้าเหนือหัว” คนใหม่แห่งโลกธุรกิจที่เขไม่มีวันเอื้อมถึง
รวินท์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อสูทราคาแพงให้เข้าที่อย่างใจเย็น เขากวาดสายตามองไปรอบห้องประชุมที่ครั้งหนึ่งเคยใช้เหยียดหยามเขา ก่อนจะหันไปพยักพริ้วให้กับรินรดา
“เราไปกันเถอะค่ะริน… อากาศข้างนอกนิ่งสงบกว่าที่นี่เยอะ”
ทั้งสองก้าวเดินเคียงคู่กันออกไปจากห้องประชุมโดยไม่เหลียวหลังกลับมามองซากปรักหักพังเบื้องหลังอีกเลย ทิ้งให้อภิชาติทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้น ร้องไห้โฮออกมาอย่างน่าเวทนาท่ามกลางความล้มละลายที่มาเยือนในชั่วข้ามคืน
ทว่า… ในขณะที่ลิฟต์ส่วนตัวกำลังพาพวกเขาสดับเคลื่อนตัวลงสู่ชั้นล่าง เสียงแจ้งเตือนจากระบบปริศนาในสมาร์ตโฟนของรวินท์ก็สั่นขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับข้อความป๊อปอัปสีทองอร่ามที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
*[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการโอนถ่ายสินทรัพย์ลับมูลค่า 50,000 ล้านบาทจากบัญชีสำรองของตระกูลอภิชาตกุลไปยังเป้าหมายปริศนา… และปลายทางของเส้นเงินนั้น กำลังพุ่งตรงมายัง ‘เธอคนนั้น’ ผู้หญิงที่คุณคิดว่าตายไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน]*
รวินท์หยุดชะงักฝีเท้าทันที ดวงตาคมกริบหรี่ลงด้วยความตกตะลึง ขณะที่รินรดาหันมามองเขาด้วยใบหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นข้อความบนหน้าจอเช่นกัน
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งชัยชนะนี้ด้วยกันนะคะ - ต้นไม้ริมระเบียง
กุญแจดอกนั้นเป็นของผมครับ•ตอนที่ 24
ล้มละลายในชั่วข้ามคืน
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุญแจดอกนั้นเป็นของผมครับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!