กุญแจดอกนั้นเป็นของผมครับ•ตอนที่ 9

อำนาจเงินที่แท้จริง

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
เสียงหอบหายใจของกรณ์ที่ดังสะท้อนก้องห้องทำงานหรูหรานั้น ช่างไพเราะราวกับบทเพลงประสานเสียงแห่งความพินาศ ร่างที่เคยผยองพองขน ยามนี้กลับทรุดฮวบคุกเข่าลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ดวงตาเบิกโพ้าด้วยความตื่นตระหนกจนเส้นเลือดฝอยในตาแทบแตกซ่าน เมื่อหน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้าปรากฏยอดเงินมหาศาลที่ถูกหักผ่านระบบอย่างไร้รอยต่อ และวินาทีต่อมา หน้าจอของรวินท์ก็สว่างวาบขึ้นด้วยเสียงแจ้งเตือนที่ดังกระหึ่ม [ติ๊ง! ยืนยันการชำระเงินเสร็จสิ้น] [ระบบอัปเดตสถานะทรัพย์สิน: ปลดล็อกวงเงินระดับสอง ‘ตลาดทุนไร้พรมแดน’ เรียบร้อยแล้วค่ะ] รวินท์ปรายตามองเศษสวะที่เคยเหยียบย่ำเขาด้วยหางตา รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเชื่องช้า เขาไม่ได้เอ่ยคำเยาะเย้ยใดๆ ออกมาสักคำ เพราะชัยชนะที่ได้มามันง่ายดายเสียจนไม่คุ้มค่าที่จะเปลืองน้ำลาย ทว่าในสายตาของคนที่เคยอยู่สูง การนิ่งเงียบแบบนี้กลับคมกริบยิ่งกว่าใบมีดโกนที่กรีดลงบนเนื้อสดๆ "เป็นอย่างไรบ้างคะคุณกรณ์ อากาศข้างล่างพื้นห้องตรงนั้น... หายใจสะดวกดีอยู่หรือเปล่า" เสียงหวานใสแต่แฝงไว้ด้วยกระแสความอบอุ่นของรินรดาเอ่ยขึ้นเบาๆ เธอขยับกายเข้าไปยืนเคียงข้างรวินท์ พร้อมกับยื่นมือเรียวเสมือนจะช่วยปัดฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนไหล่ของชายหนุ่ม ดวงตากลมโตคู่นั้นมองร่างที่คุกเข่าด้วยความสมเพชเวทนา รินรดารู้ซึ้งดีว่าผู้หญิงที่เคยดูถูกเหยียดหยามเธอและครอบครัวในอดีต ยามนี้คงกำลังดิ้นรนอยู่บนกองไฟแห่งความล่มจม และเธอก็มีความสุขเหลือเกินที่ได้ยืนมองภาพนั้นเคียงบ่าเคียงไหล่กับชายผู้เป็นดั่งโลกทั้งใบ รวินท์ไม่ได้สนใจกากเดนสังคมเบื้องล่างอีกต่อไป ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาแตะลงบนหน้าจอแท็บเล็ตสีดำสนิท ซึ่งเชื่อมต่อกับระบบอภิมหาอำนาจทางการเงินที่คนธรรมดาไม่มีวันเอื้อมถึง ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส หน้าจอก็เปลี่ยนเป็นกราฟการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นทั่วโลกแบบเรียลไทม์ ตัวเลขสีเขียวและสีแดงกระพริบไหวราวกับดวงดาวในกาแล็กซีที่กำลังหมุนวน [ระบบตรวจพบโอกาสการลงทุนที่มีความเสี่ยงเป็นศูนย์: หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเกิดใหม่ของบริษัทเอ ภายใต้รหัส 'NX-99'] [คำแนะนำจากระบบ: กว้านซื้อหุ้นทั้งหมด 100% ในราคาปิดตลาดวันนี้ และเตรียมรับกำไร 5,000% ภายในเวลาสามสิบนาทีข้างหน้า] นี่คือความได้เปรียบที่อยู่เหนือตรรกะของโลกใบนี้ อำนาจเงินที่แท้จริงไม่ใช่การมีเงินเก็บนับพันล้านในธนาคาร แต่คือการกุมความลับของอนาคตเอาไว้ในมือ และสามารถบงการทุกทิศทางของเศรษฐกิจโลกได้ตามใจปรารถนา รวินท์กวาดสายตาคมกริบมองตัวเลขจำนวนมหาศาลที่ไหลเวียนผ่านบัญชีอย่างไร้ขีดจำกัด เขากดอนุมัติคำสั่งซื้อด้วยท่าทางเรียบเฉย ราวกับกำลังกดสั่งซื้อกาแฟสักแก้ว ไม่ใช่การทุ่มเงินซื้อกิจการมูลค่าหลายหมื่นล้านในพริบตาเดียว ห้องทำงานเงียบสงบจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรำด้วยความตื่นเต้นของรินรดา เธอมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของรวินท์ด้วยความหลงใหล ผู้ชายคนนี้ไม่เคยหวั่นไหวต่อแรงกดดันใดๆ โลกทั้งใบอาจจะกำลังพังทลายลงตรงหน้า แต่เขากลับสามารถเปลี่ยนซากปรักหักพังให้กลายเป็นอาณาจักรทองคำได้ด้วยปลายนิ้ว "รวินท์คะ..." รินรดาเอรียusเสียงแผ่วเบา ขณะที่สายตาเหลือบมองกราฟหุ้นที่พุ่งทะยานขึ้นราวกับจรวด "ไม่ต้องห่วงค่ะริน" รวินท์หันมาสบตา พร้อมกับส่งยิ้มอ่อนโยนที่มอบให้เธอเพียงคนเดียว "สิ่งที่พวกมันเคยพรากไปจากเธอ และสิ่งที่พวกมันเคยเหยียบย่ำเรา... วันนี้ ฉันจะซื้อคืนมาให้หมด แม้กระทั่งตึกทั้งตึกที่พวกมันใช้ดูถูกเรา ก็จะเป็นกรรมสิทธิ์ของเราก่อนตะวันตกดินนี้แน่นอนค่ะ" เพียงไม่กี่นาทีต่อมา เสียงแจ้งเตือนจากสำนักข่าวเศรษฐกิจทั่วโลกก็ดังขึ้นระรัว พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งทุกสำนักต่างรายงานตรงกันอย่างตื่นตระหนก บริษัทเอ หรือ 'NX-99' ที่เคยเกือบล้มละลาย กลับพุ่งทะยานขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย มูลค่าหุ้นเติบโตอย่างก้าวกระโดดจนตลาดหุ้นต้องประกาศระงับการซื้อขายชั่วคราวเพื่อตรวจสอบความผิดปกติ แต่สำหรับรวินท์ มันไม่ใช่ความผิดปกติ... มันคือผลลัพธ์จากอำนาจเงินที่ทรงพลังที่สุดในโลก ความมั่งคั่งมหาศาลไหลหลั่งเข้าสู่บัญชีของเขาราวกับเขื่อนแตก ตัวเลขยอดเงินในระบบพุ่งทะยานผ่านหลักแสนล้าน ทะลุเข้าสู่ระดับที่แม้แต่ตระกูลผู้ดีเก่าแก่ที่เคยรังแกเขามาหลายชั่วอายุคน ก็ยังต้องก้มหัวคำนับ รวินท์นั่งไขว่ห้างอย่างสง่างามบนเก้าอี้หนังราคาแพง ขณะที่เสียงโทรศัพท์มือถือของกรณ์ที่กองอยู่บนพื้นเริ่มแผדเสียงแผดลั่นไม่หยุดหย่อน สายเรียกเข้าจากเจ้าหนี้ ธนาคาร และบอร์ดบริหาร ต่างโทรเข้ามาเพื่อทวงถามความรับผิดชอบต่อหายนะที่เกิดขึ้น รินรดาก้มลงมองโทรศัพท์เครื่องนั้น ก่อนจะใช้ปลายรองเท้าเขี่ยมันให้พ้นทางด้วยความรังเกียจ ราวกับกำลังเขี่ยแมลงสาบสกปรกตัวหนึ่ง "ดูเหมือนว่า... ฝันร้ายของพวกเขาเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ สินะคะ" รินรดายิ้มเยาะ รวินท์พยักหน้ารับเบาๆ เขายกแก้วไวน์ขึ้นจิบรสชาติอันหอมหวานของชัยชนะ ทว่าในขณะที่บรรยากาศกำลังหอมหวานด้วยกลิ่นอายของอำนาจและความร่ำรวยนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างสุภาพ แต่ทว่าหนักแน่นจนน่าประหลาด ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... ประตูกระจกนิรภัยบานใหญ่เปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างระหงของหญิงสาวในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงระยับ เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อย ใบหน้างดงามเฉี่ยวคมไร้ที่ติ แต่สิ่งที่ทำให้รวินท์ต้องหรี่ตามองด้วยความแปลกใจ คือดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่เต็มไปด้วยความคุ้นเคยและความลับที่ถูกฝังกลบไว้ในอดีต หญิงสาวก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้อง ก่อนจะโค้งศีรษะให้รวินท์เล็กน้อยด้วยรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก "ดิฉันได้รับมอบหมายจาก 'ท่านประธานใหญ่' ให้มาเรียนเชิญคุณรวินท์... ไปร่วมประชุมลับที่เกาะส่วนตัวในอีกสองชั่วโมงข้างหน้าค่ะ" หญิงสาวหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้รินรดาถึงกับชะงัก "และท่าน... คือคนที่คุณกำลังตามหามาตลอดสิบปีเพื่อทวงความยุติธรรมให้มารดาค่ะ" ต้นไม้ริมระเบียง ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปพร้อมกับความสะใจนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุญแจดอกนั้นเป็นของผมครับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%