"ถ้าเจ้ายังตำเครื่องแกงด้วยแรงเท่าช้างสารแบบนั้น เกรงว่าครกหินโบราณใบนี้คงได้แตกเป็นสองเสี่ยงก่อนที่ตะวันจะลับขอบฟ้าเสียกระมัง แม่ตัวแสบ"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือรอยยائนั่นดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ของพรานหนุ่มที่ทอดทับลงมาบนแผ่นหลังของรินรดา หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย นางหยุดมือจากการโขลกสากในครกหิน ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะหันขวับไปค้อนใส่สามีหนุ่มปะเหลงๆ ด้วยความหมั่นไส้
"ถ้าท่านพี่มีเวลาว่างมาเดินแซวข้า สู้เอาแรงไปช่วยผ่าฟืนกองโตหลังบ้านโน่นไม่ดีกว่าหรือคะ? หรือว่ากล้ามเนื้อที่อวดนักอวดหนานั่น ใช้ได้แค่ยืนเก๊กหล่อไปวันๆ กันแน่" รินรดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์และท้าทายตามประสาภรรยาผู้ไม่เคยยอมจำนนให้ใครง่ายๆ
ขุนเขาไม่โต้ตอบ เขาเพียงแต่ยกมุมปากขึ้นนิดหน่อย รอยยิ้มนี้มักทำให้หัวใจของรินรดาเต้นผิดจังหวะเสมอแม้ว่าพวกเขาจะแต่งงานและใช้ชีวิตร่วมกันมาพักใหญ่แล้ว ชายหนุ่มก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายความเป็นบุรุษผสมผสานกับกลิ่นป่าเขาจางๆ ลอยเข้าแตะจมูก ทว่าสิ่งที่เด่นชัดที่สุดในยามนี้กลับไม่ใช่กลิ่นสาบป่า หากแต่เป็นกลิ่นหอมฉุนรัญจวนใจของเครื่องเทศนานาชนิดที่อบอวลอยู่ทั่วห้องครัวหลังบ้าน
วันนี้รินรดาตั้งใจจะทำเมนูเด็ดเพื่อมัดใจสามีและเตรียมรับมือกับพวกญาติจอมป่วนที่มักจะแวะเวียนมาหาผลประโยชน์ไม่เว้นแต่ละวัน นางหยิบเอาวัตถุดิบชั้นเลิศจาก "มิติลับ" ออกมาผสมผสานกับพืชผักพื้นบ้าน จนกลายมาเป็นเครื่องแกงสูตรพิเศษที่นางตั้งชื่อให้ว่า "แกงพะแนงเนื้อน่องลายย่างถ่านรมควันสมุนไพร"
ตู้เก็บวัตถุดิบในมิติลับของนางเปรียบเสมือนขุมสมบัติที่ไม่เคยพร่อง มีทั้งพริกแห้งเม็ดใหญ่ ลูกผักชี ยี่หร่า ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด และกะทิสดข้นคลั่กที่ให้รสชาติมันกลมกล่อมกว่ากะทิทั่วไปตามท้องตลาดหลายเท่าตัว
รินรดาตักหัวกะทิเคี่ยวลงในกระทะเหล็กใบเก่า ตั้งไฟปานกลางจนแตกมัน ส่งเสียงดังฉ่าเบาๆ ตามด้วยการบรรจงตักพริกแกงสีแดงสดที่โขลกจนละเอียดเนียนลงไปผัด คลุกเคล้าให้เข้ากัน กลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องเทศพุ่งทะยานขึ้นสู่เพดานครัวทันที กลิ่นฉุนของพริกแห้งผสมผสานกับความหอมมันของกะทิและกลิ่นหอมละมุนของลูกผักชียี่หร่าคั่ว ปลุกความหิวโหยในกระเพาะของคนทั้งคู่ให้ส่งเสียงร้องประท้วงขึ้นมาพร้อมๆ กัน
"หอม..." ขุนเขาพึมพำเบาๆ ดวงตาคมกริบไม่ได้มองไปที่กระทะตรงหน้า หากแต่ทอดมองใบหน้างามที่ตอนนี้มีเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นตามไรผมและปลายจมูก ผิวแก้วเนียนนุ่มขึ้นสีเรื่อเพราะความร้อนจากเตาไฟ นางดูมีเสน่ห์เหลือเกินในยามที่กำลังงละมวนอยู่กับการปรุงอาหาร
"หอมแล้วก็ถอยไปไกลๆ ค่ะ เกะกะข้าจะผัดเนื้อ" รินรดาเอ็ดเบาๆ พลา มือเรียวคว้าช้อนไม้เพื่อคนเครื่องแกงไม่ให้ติดก้นกระทะ ทว่าจังหวะนั้นเอง ขุนเขากลับไม่ได้ถอยหลังตามที่สั่ง ร่างหนากลับขยับเข้าไปใกล้เสียจนแผ่นหลังของนางแนบชิดกับอกแกร่ง มือใหญ่เอื้อมผ่านเอวบางไปจับด้ามตะหลิวด้วยกัน ทำให้ร่างของรินรดาถูกกักตัวไว้ในอ้อมแขนของเขาโดยปริยาย
"ท่านพี่!" รินรดาอุทานเสียงหลง หัวใจเต้นรัวระส่ำราวกับมีกลองศึกมาตีอยู่ข้างหู แก้มใสร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน "จะ... จะทำอะไรคะเนี่ย เดี๋ยวแกงก็ไหม้พอดีหรอก!"
"ข้าแค่อยากช่วยภรรยาคนเก่งของข้าทำงาน" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้น颈ทำให้รินรดาขนลุกซู่ นางพยายามจะบิดตัวหนี แต่แรงมหาศาลของอดีตทหารหนุ่มกลับทำให้การขัดขืนนั้นกลายเป็นการอิงแอบแนบชิดเสียมากกว่า
บรรยากาศในครัวหลังบ้านเงียบลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงกะทิเดือดปุดๆ ในกระทะและเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามของคนทั้งสอง ขุนเขาไม่ได้ฉวยโอกาสล่วงเกินมากกว่าการกอดกระหวัดไว้หลวมๆ ทว่าแววตาที่เขามองมาในยามนี้นั้น เต็มไปด้วยความลึกซึ้งและจริงจังจนรินรดาไม่กล้าสบตาตรงๆ
"ริน..." เสียงเรียกชื่อของเขานุ่มนวลจนน่าแปลกใจ จากพรานป่าผู้แข็งกระด้างและพูดน้อยต่อยหนัก บัดนี้กลับกลายเป็นบุรุษผู้มีความในใจอัดแน่นอยู่เต็มอก
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น นางสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ "มีอะไรก็ว่ามาค่ะ อย่ามาทำบรรยากาศชวนเลี่ยนแถวนี้ ข้าต้องเคี่ยวเนื้อต่อนะคะ"
ขุนเขาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะวางคางเกยไว้บนลาดไหล่บางของนาง สายตาทอดมองลงไปยังชิ้นเนื้อน่องลายย่างถ่านที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ วางเรียงรายอยู่ในจานรอเวลาลงไปคลุกเคล้าในกระทะ
"เจ้าจำวันที่ข้าแบกเจ้ากลับมาจากชายป่าได้ไหม?" ขุนเขาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเจือความทรงจำเก่าๆ "วันนั้น... ข้าคิดแค่ว่าผู้หญิงสำอางจากไหนกัน ถึงได้กล้าหาญชาญชัยเดินหลงเข้ามาในเขตสัตว์ดุร้ายเพียงลำพัง ข้าคิดว่าเจ้าคงเป็นภาระที่น่ารำคาญใจที่สุดในชีวิตพรานป่าอย่างข้า"
รินรดาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง หันไปค้อนขวับ "อ๋อ ที่แท้ท่านก็เคยรังเกียจข้ามาก่อนสินะคะ งั้นก็ปล่อยเลยค่ะ ข้าจะได้ไปเก็บของย้ายออก..."
พูดไม่ทันขาดคำ วงแขนแกร่งก็รัดแน่นขึ้นทันทีราวกับกลัวว่านางจะหายลับไปจริงๆ ขุนเขาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มนั้นสั่นสะเทือนผ่านแผ่นหลังของนาง
"ฟังให้จบก่อนสิ แม่ตัวแสบ" พรานหนุ่มกระซิบชิดขมับ "แต่ความจริงก็คือ... ตั้งแต่วันที่เจ้าทำแกงป่าใส่ใบชะอมให้ข้ากินในกระท่อมร้างกลางป่า วันนั้นแหละที่โลกทั้งใบของข้าเปลี่ยนไป"
รินรดาชะงัก ชิ้นเนื้อในจานเกือบหลุดมือ
"ข้าไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า อาหารจะสามารถเยียวยาความเหนื่อยล้าและหัวใจที่ด้านชาของทหารปลดประจำการอย่างข้าได้ ข้าไม่เคยสนใจเรื่องรสชาติอาหาร ข้ากินเพื่ออยู่ กินเพื่อมีแรงล่าสัตว์ แต่เจ้า... ทำให้ข้าเข้าใจคำว่า 'บ้าน' เป็นครั้งแรก"
ขุนเขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดกลิ่นหอมของเครื่องแกงพะแนงที่ลอยเข้าจมูกลึกๆ แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้รินรดาถึงกับนิ่งค้างไปสนิท
"ข้าไม่ได้รักเจ้าเพราะเจ้าทำอาหารอร่อย... แต่ข้าขอบคุณสวรรค์ ที่ส่งผู้หญิงที่ทำอาหารอร่อยที่สุดในโลกคนนี้ มาเป็นภรรยาของข้า รินรดา... ข้าไม่รู้วิธีบอกรักหวานๆ แบบพวกคุณชายในเมือง แต่ถ้าหมายถึงการปกป้องเจ้าด้วยชีวิต การหาเงินทุกอีแปะมาให้เจ้าเก็บ และการอยู่เคียงข้างเจ้าไปจนวันตาย... ข้าสัญญา"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของพรานหนุ่มผู้เงียบขรึม ไร้ซึ่งคำพูดสวยหรูหรือบทกวีหวานซึ้ง แต่มันกลับทรงพลังและหนักแน่นราวกับภูเขาผาที่ไม่มีวันสั่นคลอน รินรดารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านจากกลางอกลามไปทั่วร่าง ขอบตาของหญิงสาวร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน นางไม่เคยคิดเลยว่า ท่ามกลางโลกแฟนตาซีและการแย่งชิงผลประโยชน์ในยุคสมัยนี้ นางจะได้พบกับความรักที่แท้จริงและมั่นคงขนาดนี้
นางสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมเสียงสั่นเครือ แล้วเอียงหน้าไปยิ้มหยันสามีเล็กน้อยตามนิสัยเดิม
"พูดจาหวานเลี่ยนแบบนี้... แอบไปกินน้ำตาลปี๊บในมิติลับของข้ามาหรือเปล่าคะ?"
ขุนเขาหัวเราะร่วน กระชับกอดให้แน่นขึ้นอีกนิด "ถ้าข้ากินน้ำตาลปี๊บจริง รสชาติคงไม่หวานเท่าริมฝีปากของเจ้าตอนนี้หรอก"
"อีตาพรานบ้า!" รินรดาหน้าแดงก่ำจนลามไปถึงใบหู นางใช้ศอกกระทุ้งเบาๆ ที่สีข้างของสามีแก้เขิน ก่อนจะรีบตักชิ้นเนื้อน่องลายย่างถ่านลงในกระทะแกงพะแนง เสียงเนื้อกระทบกับเครื่องแกงเดือดปุดๆ ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งเรือนครัวและกระจายออกไปนอกรั้วบ้าน จนชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาต้องหยุดยืนสูดปากด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นและกลิ่นหอมของแกงพะแนงกำลังเย้ายวนใจนั้นเอง...
เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นที่หน้าบ้านก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงแหลมปรี๊ดของ "แม่สามี" และบรรดาญาติจอมฉกฉวยที่บุกเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต เสียงโวยวายดังลั่นเรือนว่าพวกเขามีสิทธิ์ในทรัพย์สินทุกอย่างที่รินรดากำลังทำกินอยู่!
ขุนเขาผละออกจากอ้อมกอด ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเย็นชาดั่งน้ำแข็งในพริบตาเดียว ร่างสูงใหญ่ก้าวออกไปที่หน้าประตูก่อนที่รินรดาจะทันได้ห้ามปราม
แต่ทว่า... เมื่อประตูเรือนเปิดออก บุคคลที่ก้าวเข้ามาคนแรกกลับไม่ใช่แม่สามีจอมวายร้ายอย่างที่คาดคิด หากแต่เป็นเงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิท พร้อมกับถุงเงินหนักอึ้งที่ถูกโยนลงบนโต๊ะไม้กลางห้อง เสียงหัวเราะเยียบเย็นดังขึ้นพร้อมกับประโยคที่ทำให้รินรดาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ!
"ข้ามาที่นี่... เพื่อขอซื้อสูตรแกงพะแนงหม้อนี้ ด้วยเงินสิบล้านอีแปะ หรือไม่ก็... ชีวิตของพวกเจ้าทุกคน!"
*(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)*
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลิ้มรสความอร่อยและความตื่นเต้นไปด้วยกันนะคะ!
กับข้าวหลังบ้านของพรานหนุ่มกับยายตัวแสบผู้มีมิติลับ•ตอนที่ 25
คำสารภาพท่ามกลางกลิ่นเครื่องเทศ
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังบ้านของพรานหนุ่มกับยายตัวแสบผู้มีมิติลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!