"ถ้าก้าวพลาดแม้แต่นิ้วเดียว สมุนไพรวิเศษพวกนี้จะกลายเป็นยาพิษทันทีนะคะ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำของขุนเขาดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับมือหนากร้านแดดที่เอื้อมมาคว้าข้อศอกเรียวของฉันไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักแน่นแต่มั่นคง ไม่มีร่องรอยของการคุกคาม มีเพียงความระแวดระวังของผู้พรานมือฉกาจที่ผ่านการเดินป่ามานับครั้งไม่ถ้วน
ฉัน—รินรดา เชฟสาวผู้พกพามิติลับติดตัวมายังโลกยุคอดีตอันแสนกันดารนี้ ถอนหายใจเบาๆ พลางปัดเศษใบไม้แห้งที่ติดอยู่ตามปลายเสื้อหม้อฮ่อมสีคราม ขุนเขาทำเกินไปอีกแล้วค่ะ ฉันไม่ใช่เด็กสาวชาวกรุงที่เดินสะดุดรากไม้แล้วร้องไห้งอแงเสียหน่อย แค่ต้น 'เปราะหอม' กับ 'ข่าป่า' ริมโขดหินแค่นี้ ทำไมฉันจะจำไม่ได้ล่ะคะ ในเมื่อตำราอาหารฟิวชันกับความรู้สมุนไพรในหัวของฉันมันอัดแน่นเสียยิ่งกว่าสารานุกรมเคลื่อนที่ซะอีก
"ฉันไม่ใช่เด็กสามขวบนะคะพี่ขุนเขา ปล่อยแขนฉันก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวรอยนิ้วมือพี่จะติดเนื้อฉันจนช้ำหมด" ฉันเอ็ดเบาๆ แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยความสนุกสนาน ยามเมื่อเห็นใบพักตร์คมเข้มของสามีจำเป็นขึ้นสีแดงจางๆ ที่ใบหู พรานหนุ่มร่างสูงใหญ่รีบชักมือกลับราวกับโดนไฟลวก ก่อนจะกระแอมไอแล้วเบือนหน้าหนีไปมองยอดไม้สูงลิบ
นี่คือการเข้าป่าลึกครั้งแรกของฉันค่ะ หลังจากที่จัดการตบหน้าพวกญาติสามีจอมเอาเปรียบด้วยกำไรจากการขายน้ำพริกสูตรลับในตลาดจนพวกมันหน้าหงายไปตามๆ กัน วันนี้ขุนเขาก็เอ่ยปากชวนฉันมาหาวัตถุดิบทำเงินล็อตใหม่ในป่าลึกหลังหมู่บ้าน ป่าที่ชาวบ้านร่ำลือกันว่ามีทั้งสัตว์ดุร้ายและวิญญาณเจ้าที่เจ้าทาง แต่สำหรับเชฟมือโปรอย่างฉันแล้ว ป่าแห่งนี้ไม่ใช่เขตอันตรายค่ะ แต่มันคือ 'ซูเปอร์มาร์เก็ตธรรมชาติ' ขนาดยักษ์ที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศต่างหาก!
"ทางข้างหน้าชันขึ้นแล้ว เกาะชายผ้าผมไว้" ขุนเขาเอ่ยสั้นๆ ตามสไตล์คนพูดน้อยต่อยหนัก แต่ชายหนุ่มกลับถอดเสื้อคลุมตัวนอกมาผูกเอวฉันไว้กันหนามเกี่ยว พร้อมกับยื่นกิ่งไม้เนื้อแข็งที่เขาเหลาจนเกลี้ยงเกลาให้ฉันใช้ต่างไม้เท้า
ฉันมองการกระทำอันเงียบเชื่องแต่เปี่ยมด้วยความใส่ใจนั้นแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้ ผู้ชายอะไร... ปากแข็งเป็นหินแต่ใจอ่อนยวบยาบยิ่งกว่านุ่น ถึงเขาจะไม่เคยเอ่ยคำหวานเลี่ยนหูให้ได้ยินสักครั้ง แต่การกระทำทุกอย่างกลับตะโกนคำว่า 'รักเมียมาก' ออกมาดังลั่นป่าเสียยิ่งกว่าเสียงนกเงือกเสียอีกค่ะ
เราเดินลัดเลาะผ่านพงไพรทึบ กลิ่นอินทรีย์ของดินชื้น กลิ่นหอมจางๆ ของใบไม้ผุ และเสียงน้ำไหลเอื่อยๆ จากลำธารเบื้องล่างโชยมาปะทะนาสิก ขุนเขาพาฉันลัดเลาะมาจนถึงบริเวณหุบเขาลับตาคน ที่นี่มีแสงแดดรำไรส่องลอดเรือนยอดไม้ลงมาตกกระทบผืนป่า เกิดเป็นภาพที่งดงามราวกับภาพวาด และที่สำคัญที่สุด... สายตาของฉันกวาดไปเจอเข้ากับเป้าหมายหลักของวันนี้เข้าแล้วค่ะ!
"หยุดก่อนค่ะพี่ขุนเขา! นั่นมัน..."
ฉันอุทานออกมาเสียงดังด้วยความตื่นเต้น จนพรานหนุ่มต้องรีบยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้เงียบ พร้อมกับก้าวเข้ามาบังร่างฉันไว้ครึ่งหนึ่งตามสัญชาตญาณนักรบ แต่พอเขาเห็นสิ่งที่ฉันชี้ปลายนิ้วไป เขาก็ถึงกับชะงักไปชั่วขณะ
เบื้องหน้าของเราคือดง 'เห็ดระโงกหิน' ดอกโตสีขาวนวลตัดกับหมวกสีเหลืองทองอร่ามที่กำลังผุดขึ้นเบียดเสียดกันอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ และใกล้กันนั้นยังมีกอ 'ตะไคร้ป่า' กลิ่นหอมฉุนขึ้นกอใหญ่ รวมถึง 'ขิงดอย' หัวอวบอ้วนที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ซากใบไม้แห้ง
"เห็ดพวกนี้กินได้หรือริน? สีมันสดเกินไป ผมเกรงว่า..." ขุนเขาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความกังวล เพราะชาวบ้านแถบนี้มักจะหวาดกลัวเห็ดป่าที่มีสีสันจัดจ้าน
"โอ๊ย พี่ขุนเขานี่ละก็! นี่มันเห็ดระโงกทองคำชัดๆ ค่ะ เนื้อกรอบหวานอร่อยเป็นเลิศ ยิ่งเอามาแกงใส่ใบชะพลูและยอดมะขามอ่อนนะ หอมฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้านเชียวค่ะ" ฉันหัวเราะคิกคักด้วยความอารมณ์ดี ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งยองๆ แล้วหยิบเสียมเล่มเล็กออกจากยามสะพายหลังเพื่อเตรียมขุดคุ้ยหาหัวขิงดอย
แต่ในขณะที่ฉันกำลังงละล่องอยู่กับการเลือกเก็บเห็ดดอกที่สมบูรณ์ที่สุด บรรยากาศรอบตัวก็พลันเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน...
เสียงนกป่าที่เคยส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้วเมื่อครู่ เงียบเสียงลงสนิทอย่างไร้สาเหตุ ลมพัดกรรโชกแรงจนยอดไม้ไหวเอน กลิ่นอับชื้นของป่าจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นฉุนประหลาด... กลิ่นหอมหวานของเครื่องเทศบางชนิดที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาดใจ กลิ่นที่เหมือนกับ 'ผงพะโล้โบราณ' ผสมกับกลิ่นควันไฟจางๆ ลอยอบอวลมาจากทิศทางที่ลึกเข้าไปในป่าทึบ
ขุนเขาชักมีดล่าสัตว์ออกจากฝักด้วยความรวดเร็ว ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบกายอย่างระแวดระวัง กล้ามเนื้อทั่วร่างตึงเกร็งขึ้นทันตาเห็น เขาดึงตัวฉันให้ลุกขึ้นไปหลบอยู่ด้านหลังทันที
"มีบางอย่างผิดปกติ... ริน อย่าห่างจากผม" เสียงกระซิบของขุนเขากดต่ำลงจนน่ากลัว
ฉันขมวดคิ้วแน่น หัวใจเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะสัญชาตญาณในมิติลับของฉันกำลังสั่นเตือนอย่างรุนแรง พลังงานบางอย่างกำลังดึงดูดเราเข้าไปหา และที่สำคัญที่สุด... รอยเท้าบนพื้นดินชื้นแฉะใกล้กับดงเห็ดระโงกนั้น ไม่ใช่รอยเท้าของสัตว์ป่าทั่วไป แต่มันคือรอยรองเท้าบูทหนังของมนุษย์!
และที่ยิ่งชวนขนลุกไปกว่านั้น... มีรอยคราบน้ำมันหมูสีขาวขุ่นหยดเป็นทางยาวอยู่บนใบไม้ พร้อมกับเศษห่อใบตองที่เปื้อนคราบ 'น้ำพริกเผาโบราณ' ตกอยู่ระเกะระกะ ซึ่งเป็นฝีมือสูตรเฉพาะตัวของฉันเองที่ทำขายไปเมื่อวานนี้!
ใครบางคนกำลังสะกดรอยตามเรา... หรือว่า... มีใครบางคนกำลังใช้มิติลับแบบเดียวกับฉันอยู่ในป่าแห่งนี้กันแน่?
ขุนเขาตวัดสายตาคมกริบไปยังพุ่มไม้ทึบเบื้องหน้าทันที เมื่อได้ยินเสียงกิ่งไม้หักดัง 'กรอบ' พร้อมกับเงาร่างสูงโปร่งของใครบางคนก้าวออกมาจากม่านหมอกจางๆ ที่เคลื่อนตัวเข้ามาปกคลุมผืนป่าอย่างรวดเร็ว
"ในที่สุดก็เจอตัวเสียที แม่สะใภ้ตัวแสบ... ไม่นึกเลยนะว่าเจ้าจะหนีมาซ่อนตัวถึงในป่าลึกนี่"
น้ำเสียงแหบพร่าเยียบเย็นเอ่ยขึ้น พร้อมกับร่างของหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งที่ก้าวออกมาจากเงาไม้ นางคือป้าสะใภ้ผู้เคยมาอาละวาดพังร้านชำของแม่เฒ่าจันทร์เมื่อหลายวันก่อน แต่ทว่า... ใบหน้าของนางในยามนี้กลับบิดเบี้ยว ดวงตาเบิกโพลงเป็นสีแดงก่ำ และที่มุมปากมีคราบสีดำคล้ายเขม่าควันไหลย้อยออกมาอย่างน่าสยดสยอง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลิ้มรสความอร่อยและความแซ่บไปด้วยกันนะคะ!
กับข้าวหลังบ้านของพรานหนุ่มกับยายตัวแสบผู้มีมิติลับ•ตอนที่ 12
การเข้าป่าครั้งแรกของเชฟสาว
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังบ้านของพรานหนุ่มกับยายตัวแสบผู้มีมิติลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!