"ถ้าพวกท่านยังกล้าเอาพริกเน่าๆ กองนี้มาวางขายในตลาดบ้านป่าอีกรอบ ฉันนี่แหละจะเอาสากกะเบือฟาดหน้าให้ยุบ!"
เสียงแหลมสูงของสะใภ้ใหญ่บ้านตระกูลจ้าวแผดลั่นจนแผงผักสะเทือน รินรดายืนกอดอกพิงเสาไม้ไผ่ ดวงตากลมโตหรี่ลงมองภาพตรงหน้าด้วยความรำคาญใจ ยامสายเช่นนี้ ตลาดชุมชนควรจะคลาคล่ำไปด้วยเสียงต่อรองราคารื่นหู ไม่ใช่เวทีให้คนบางกลุ่มมาแสดงอำนาจบาตรใหญ่รังแกชาวบ้านตาดำๆ ยายตัวแสบแห่งบ้านหลังปลายนาขยับยิ้มเยาะที่มุมปากเล็กน้อย นางไม่ได้เข้ามาสอดมือยุ่งทันทีเพราะกำลังรอดูชั้นเชิงของแม่ค้าปลาแห้งผู้เคราะห์ร้าย แต่ดูท่าทางแล้ว... หากปล่อยไว้มีหวังได้ถูกกดราคาจนไม่เหลือแม้แต่ค่าข้าวสารแน่
"ใจเย็นก่อนสิคะพี่หญิงใหญ่ พริกพวกนี้ถึงจะลูกเล็กไปหน่อย แต่ความเผ็ดร้อนไม่เป็นรองใครแน่นอนค่ะ" รินรดาก้าวแทรกตัวเข้าไปท่าמกลางวงล้อม กลิ่นอายความมั่นใจแผ่ซ่านออกมาจากตัวนางจนคนมองต้องชะงัก
นางจ้าวหันขวับมามองหัวจรดเท้าด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม "อ้าว!ก็นึกว่าใคร ที่แท้ก็เมียไอ้พรานป่าตกยากนี่เอง หน้าตาอย่างเธอน่ะเรอะจะรู้จักของดี ของในป่าลึกมันก็มีแต่ของไร้ค่าเหมือนตัวเธอนั่นแหละ หลบไป! อย่ามาขวางทางทำมาหากินของฉัน!"
"ของไร้ค่าหรือคะ?" รินรดาหัวเราะในลำคอเบาๆ นางพลิกตัวหันไปหยิบตะกร้าไม้ไผ่สานประณีตที่สะพายอยู่ด้านหลังขึ้นมาเปิดออก ชั่วพริบตานั้นเอง กลิ่นหอมฉุนลึกล้ำที่ผสมผสานระหว่างความเผ็ดร้อน เครื่องเทศอุ่นๆ และความหวานละมุนก็ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณจนผู้คนรอบข้างต้องสูดจมูกฟุดฟิดโดยอัตโนมัติ
นั่นคือ "พริกไทยดำป่าหลวง" และ "ยี่หร่ามิติพิเศษ" ที่รินรดาแอบซุ่มเพาะปลูกไว้ในมิติลับ เมล็ดกลมโตสีดำสนิทและใบเขียวเข้มที่เต็มไปด้วยน้ำมันหอมระเหยชั้นดี ไม่มีทางหาได้จากป่ารอบหมู่บ้านนี้อย่างแน่นอน!
แม่เฒ่าจันทร์ที่นั่งถักตอกอยู่ไม่ไกลเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเลห̣์ แกส่งสัญญาณมือเป็นเชิงสนับสนุนลูกสะใภ้กำมะลอคนนี้เต็มที่
"ถ้าพี่หญิงใหญ่ตาไม่ถึง ก็ถือว่าฉันเอาน้ำตาร่วงเพราะความเสียดายแทนก็แล้วกันนะคะ" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ ทว่าบาดลึกถึงกระดูกดำ "เครื่องเทศเหล่านี้... ไม่ใช่แค่ทำให้หอม แต่หากนำไปผัดกับเนื้อกวางป่าที่สามีฉันเพิ่งล่ามาได้ รับรองว่าต่อให้เป็นขุนนางจากเมืองหลวงก็ยังต้องยอมกราบกรานขอซื้อสูตรด้วยซ้ำ"
คำพูดโอ้อวดแต่หนักแน่นทำเอาคนรอบข้างฮือฮา ขุนเขาที่ยืนเงียบอยู่ด้านหลังในฐานะผู้คุ้มกันจำเป็น ขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองกลุ่มคนที่เริ่มเข้ามามุงดูด้วยความสนใจ เขายื่นมือหนามาแตะข้อศอกภรรยาเบาๆ เป็นเชิงเตือนสติ แต่รินรดากลับส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มกลับไปให้ จนพรานหนุ่มต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ
"ขี้โม้! ถ้ามันดีจริงทำไมไม่ลองทำให้ดูตรงนี้เลยล่ะ ถ้าไม่อร่อยจริง ฉันจะเผาแผงของเธอให้เป็นจุล!" นางจ้าวหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความอับอายที่ถูกหักหน้าต่อหน้าธารกำนัล จึงท้าทายกลับเสียงดัง
รินรดายิ้มรับคำท้าอย่างไม่เกรงกลัว "ได้ค่ะ! แต่ถ้ามันอร่อยจนท่านต้องร้องขอชีวิต พี่หญิงใหญ่จะต้องกราบขอโทษแม่ค้าปลาแห้งคนนี้สามครั้งกลางตลาด พร้อมกับเลิกนิสัยรีดไถชาวบ้านเสียที ตกลงไหมคะ?"
เสียงฮือฮาดังเซ็งแซ่ขึ้นทันที ไม่มีใครคาดคิดว่าสะใภ้รองบ้านพรานจะกล้าท้าทายอำนาจของตระกูลจ้าวผู้มีอิทธิพลประจำตำบลได้ถึงเพียงนี้
รินรดาไม่รอช้า นางจัดแจงตั้งเตาถ่านขนาดเล็กที่พกติดตัวมา (ด้วยความช่วยเหลือจากมิติลับ) กระทะเหล็กใบเก่าถูกวางลงบนเปลวไฟร้อนจัด ตามด้วยมันหมูชิ้นโตที่ส่งเสียงฉู่ฉ่าชวนน้ำลายสอ ทันทีที่นางโยนขิงแก่หั่นแว่น พริกไทยดำป่าโขลกหยาบ และยี่หร่าคั่วลงไปในกระทะ กลิ่นหอมอันทรงพลังก็ระเบิดตัวออกทันที!
กลิ่นหอมของเครื่องเทศชั้นยอดพุ่งทะลวงขึ้นสู่ท้องฟ้า ลอยละลิ่วไปไกลหลายลี้ ตลบอบอวลไปทั่วทุกตรอกซอกซอยของหมู่บ้าน ผู้คนที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่ในบ้านต่างต้องวางตะเกียบแล้ววิ่งออกมาสูดกลิ่นหอมประหลาดนี้ด้วยความมึนงง
"กลิ่นอะไรวะ หอมชวนหิวชะมัด!"
"นั่นมันมาจากทางตลาดนี่นา เกิดอะไรขึ้น?!"
รินรดาไม่สนใจเสียงรอบข้าง มือเรียวผัดเนื้อกวางหมักซอสสูตรพิเศษจากมิติลงไปในกระทะ เสียงเนื้อกระทบเหล็กดังเร้าใจ ตามด้วยใบมะกรูดฉีกและพริกชี้ฟ้าแดงสด สีสันตัดกันอย่างงดงามชวนรับประทาน นางตัก "ผัดเผ็ดเครื่องเทศป่าหลวง" ใส่จานกระเบื้องเคลือบสีขาวอย่างบรรจง ควันร้อนกรุ่นลอยขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมที่ทำเอาทุกคนกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่
นางจ้าวอ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความตะลึงงัน กลิ่นนี้มัน... หอมเย้ายวนจนแทบหยุดหายใจ!
ทว่า... ในวินาทีที่รินรดากำลังจะยื่นจานอาหารให้กรรมการจำเป็นชิมนั้นเอง เสียงฝีเท้าม้าควบตะบะเข้ามาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเงาร่างของชายแปลกหน้าในชุดขุนนางชั้นสูงที่กระโดดลงจากหลังม้า ขวางทางหน้าแผงตลาดเอาไว้เสียก่อน
"หยุดก่อน! กลิ่นหอมอันใดกันนี่... ข้าเดินทางผ่านหมู่บ้านนี้มาสามวัน ไม่เคยได้กลิ่นอาหารที่หอมเย้ายวนใจถึงเพียงนี้มาก่อน!" ชายแปลกหน้าผู้มีหนวดเครางามงอน ดวงตาคมดุจเหยี่ยว กวาดสายตามองจานอาหารในมือรินรดาราวกับเจอสมบัติล้ำค่า
ขุนเขาขยับกายบังร่างภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง มือขวาแตะด้ามมีดสั้นที่เอวโดยสัญชาตญาณ ทว่ารินรดากลับแย้มยิ้มกว้าง นางก้าวออกมาข้างหน้าอย่างไม่เกรงกลัว พร้อมกับยกจานอาหารขึ้นสูงเล็กน้อยเพื่อให้กลิ่นกระจายชัดเจนยิ่งขึ้น
"เรียนท่านผู้สูงศักดิ์ นี่คือเมนู 'พรานป่าท้าฟ้าดิน' อาหารจานเด็ดที่ปรุงด้วยเครื่องเทศลับเฉพาะของบ้านเราค่ะ..." รินรดาเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยประกายระยิบระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ "หากท่านอยากลิ้มลอง... คงต้องจ่ายด้วยราคาที่สะท้อนถึงความหายากของมันแล้วล่ะค่ะ"
ขอกระซิบบอกรี้ดเดอร์ว่าตอนหน้า... ความลับเรื่องมิติลับกำลังจะสั่นคลอน เมื่อท่านขุนนางผู้นี้ดันเป็นคนเดียวกับคนที่ตามหา "เมล็ดพันธุ์โบราณ" ที่สูญหายไปเมื่อสิบปีก่อนค่ะ!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลิ้มรสความอร่อยและความแซ่บไปด้วยกันนะคะ!
กับข้าวหลังบ้านของพรานหนุ่มกับยายตัวแสบผู้มีมิติลับ•ตอนที่ 11
เครื่องเทศเปลี่ยนชีวิต
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังบ้านของพรานหนุ่มกับยายตัวแสบผู้มีมิติลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!