กับข้าวหลังบ้านของพรานหนุ่มกับยายตัวแสบผู้มีมิติลับ•ตอนที่ 3

เมื่อเครื่องปรุงคืออาวุธ

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
"ถ้ายังทำหน้าบึ้งใส่ตะหลิวอีกที ฉันจะเอาพริกขี้หนูสวนยัดใส่ปากคุณเสียให้เข็ด คุณพรานหน้าดุ!" เสียงหวานใสที่เจือความหงุดหงิดเล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางเสียงน้ำมันเดือดปุดๆ ในกระทะเหล็กใบเก่า รินรดาตวัดสายตาคมกริบมองร่างสูงใหญ่ของขุนเขาที่ยืนกอดอกพิงวงกบประตูห้องครัว สายตาคู่นั้นของอดีตนายทหารพรานไม่ได้แสดงความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย เขากลับเลิกคิ้วหนาขึ้นข้างหนึ่ง ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจตั้งแต่เรือนร่างระหงที่สวมผ้ากันเปื้อน DIY จากเสื้อเก่า ไปจนถึงกลุ่มควันสีขาวที่พวยพุ่งพร้อมกลิ่นอายประหลาดที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต ตั้งแต่รินรดาลืมตาขึ้นมาในบ้านไม้ชายป่าหลังนี้ สิ่งที่เธอพบไม่ใช่ความฝันตื่นสาย แต่เป็นความจริงอันโหดร้ายของการเป็น "ภรรยาจำยอม" ของชายหนุ่มผู้เงียบขรึมและเคร่งขรึมคนนี้ แต่มีหรือที่เชฟมือทองดีกรีนักเรียนนอกอย่างเธอจะยอมจำนนต่อโชคชะตา ในเมื่อสวรรค์ยังเมตตาประทาน "มิติลับ" ที่อุดมไปด้วยเครื่องปรุงรสชั้นเลิศและวัตถุดิบไฮเทคมาให้ งานนี้ต่อให้ต้องสู้ชีวิตด้วยตะหลิวและกระทะ เธอก็จะใช้มันฟาดฟันทุกอุปสรรคให้ราบคาบค่ะ! "ผมไม่ได้ทำหน้าบึ้ง ผมแค่... ใช้ความคิด" ขุนเขาเอ่ยตอบด้วยเสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนหินบดกัน ดวงตาคมปลาบจับจ้องไปที่ขวดแก้วทรงแปลกประหลาดที่รินรดากำลังหยิบฉวยออกจากอากาศธาตุอย่างรวดเร็ว—ร่างบางเอี้ยวตัวไปหยิบมันมาจากมิติลับโดยอาศัยจังหวะที่เขาหันมองทางอื่น แม้เขาจะสงสัยมาหลายรอบแล้วว่าภรรยาตัวแสบซ่อนของพวกนี้ไว้ที่ไหน แต่ความหอมของเครื่องเทศที่กำลังลอยฟุ้งเตะจมูกตอนนี้ กลับดึงความสนใจของเขากลับมาที่เตาไฟจนหมดสิ้น "ความคิดอะไรของคุณ? คิดว่าจะอดตายหรือคิดว่าจะหาเรื่องหย่ากับฉันกันแน่?" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ มือเรียวบางตักกระเทียมสับละเอียดลงไปเจียวในน้ำมันหมูร้อนๆ เสียง "ฉ่า" ดังสนั่นลั่นครัว ตามมาด้วยกลิ่นหอมฟุ้งของกระเทียมเจียวที่เตะเข้าจมูกอย่างจังจนขุนเขาถึงกับต้องขยับจมูกฟุดฟิดโดยไม่รู้ตัว นี่ไม่ใช่กลิ่นกระเทียมเจียวธรรมดาที่เขาคุ้นเคย... มันมีความหอมล้ำลึก ละมุนละไม และเจือด้วยกลิ่นอายของสมุนไพรบางอย่างที่ทำให้ต่อมรับรสในปากของชายหนุ่มเริ่มทำงานอย่างบ้าคลั่ง ท้องของอดีตพรานหนุ่มส่งเสียงร้องประท้วงเบาๆ จนเจ้าตัวต้องแอบขมวดคิ้วมุ่นด้วยความประหลาดใจ เขาผ่านการเดินป่าอดมื้อกินมื้อมานักต่อนัก อาหารแห้งหรือเนื้อสัตว์ป่าปิ้งเกลือคือสิ่งประทังชีวิตที่ไม่เคยทำให้เขารู้สึกโหยหาอะไรได้มากมายขนาดนี้มาก่อน "ไม่ได้คิดเรื่องหย่า... แค่คิดว่ากลิ่นมันฉุนเกินไป" ขุนเขาแก้ตัวเสียงแข็ง พยายามรักษามาดนายพรานผู้เยือกเย็นเอาไว้ แต่สะโพกสอบที่ขยับเข้ามาใกล้หม้อและกระทะโดยไม่รู้ตัวนั้น ฟ้องชัดเจนว่าความหอมของอาหารกำลังเอาชนะความแข็งกระด้างของเขาเข้าให้แล้ว "ฉุนเหรอ? นี่เขาเรียกว่า 'เสน่ห์ปลายจวัก' ต่างหากเล่าพ่อคุณ!" รินรดาหันมาค้อนขวับ ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับอย่างคนเหนือกว่า เธอกำลังสนุกกับการเห็นเสือร้ายกลายเป็นแมวเชื่องๆ เพราะกลิ่นอาหาร เธอหยิบขวดน้ำปลาชั้นดีที่แอบหยิบมาจากมิติลับ เทลงไปในกระทะที่ผัดหมูสับกับกุ้งแห้งป่นจนหอมกรุ่น เสียงน้ำปลาถูกความร้อนกระทบเกิดเป็นเสียงซู่ซ่า พร้อมกับควันสีขาวที่โขมงขึ้นมาพร้อมกลิ่นหอมเค็มๆ หวานๆ ที่ทำเอาคนยืนดูถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมนูในวันนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคืออาวุธชิ้นแรกที่รินรดาตั้งใจจะใช้ "ซื้อใจ" และ "ประกาศศักดา" ให้พรานหนุ่มจอมทื่อคนนี้รู้ว่า ภายใต้หลังคาบ้านหลังนี้ ใครกันแน่ที่เป็นใหญ่! เธอกำลังทำ "น้ำพริกลงเรือ" สูตรโบราณที่ประยุกต์วัตถุดิบป่ารอบบ้านเข้ากับเครื่องปรุงลับจากยุคปัจจุบัน กลิ่นหอมของกะปิชั้นดีที่นำไปคั่วกับพริกขี้หนูสวน กระเทียม และกุ้งแห้ง ลอยฟุ้งกระจายทะลุออกไปนอกหน้าต่างเรือนครัว ลมยามสายพัดพาเอาความหอมตลบอบอวลนี้ไปทั่วบริเวณป่ารอบๆ ชวนให้ใครก็ตามที่ได้กลิ่นต้องน้ำลายสอ ขุนเขายืนนิ่ง ขาเรียวยาวก้าวเข้าไปใกล้เตาอีกนิดโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมกราบกรานมองท่าทีคล่องแคล่วว่องไวของภรรยา มือเรียวที่เคยจับแต่ปากกาและสมุดในเมืองกรุง ตอนนี้กลับจับตะหลิวพลิกผันอาหารในกระทะได้อย่างคล่องแคล่วราวกับร่ายรำ เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าเนียนใส ยิ่งขับเน้นให้เห็นถึงความมีชีวิตชีวาที่บ้านไม้หลังนี้ไม่เคยมีมานานนับปี "ยืนทำซากอะไรอยู่ตรงนั้นล่ะ? อยากกินมื้อเที่ยงให้อิ่มท้อง ก็ช่วยหยิบชามกระเบื้องตรงชั้นนั้นมาให้ฉันทีสิคะ คุณพราน" รินรดาเอብสั่งด้วยน้ำเสียงเชิดๆ แต่แฝงความขี้เล่น เธอไม่ได้เกรงกลัวสายตาดุดันคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย กลับส่งยิ้มยั่วเย้าที่ทำให้หัวใจของอดีตทหารกล้ากระตุกวูบอย่างแปลกประหลาด ขุนเขานิ่งงันไปชั่วขณะ มือหนายื่นออกไปหยิบชามกระเบื้องตามคำสั่งอย่างเสียไม่ได้ สมองของเขาพยายามบอกให้ถอยห่างจากผู้หญิงอันตรายคนนี้ แต่สัญชาตญาณดิบกลับร่ำร้องว่า อาหารในกระทะตรงหน้าช่างเย้ายวนใจเสียจนยอมแลกได้ทุกอย่าง รินรดาตักน้ำพริกลงเรือสีสันน่ากิน คลุกเคล้ากับข้าวสวยร้อนๆ ที่หุงจนเมล็ดเรียงตัวสวยงาม ตกแต่งด้วยไข่เค็มแดงสีส้มสดและผักสดกรอบนานาชนิดที่เธอแอบหยิบออกมาจากมิติพิเศษ กลิ่นหอมเย้ายวนพวยพุ่งทะลุทะลวงประสาทสัมผัสจนขุนเขาถึงกับยืนนิ่งงัน ลืมสิ้นซึ่งมาดเข้มที่เคยมีมา ทว่า... ในวินาทีที่รินรดากำลังจะตักคำแรกป้อนตัวเองเพื่อชิมฝีมือ เสียงเคาะประตูด้านนอกบ้านก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงโวยวายคุ้นหูของป้าสะใภ้ตัวแสบที่บุกมาถึงเรือนชาน "ยายรินรดา! หล่อนกล้าดียังไงถึงทำอาหารกลิ่นรบกวนชาวบ้านเขาแบบนี้ ออกมาเคลียร์กันเดี๋ยวนี้เลยนะ!" รินรดาวางช้อนในมือลงทันที มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นอย่างเย็นเยียบ ดวงตาฉายแวววาววับด้วยความท้าทาย "อืม... ดูท่าทางวันนี้ เราจะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาร่วมโต๊ะอาหาร 'มื้อพิเศษ' นี้ด้วยเสียแล้วสิคะ คุณสามี" ขุนเขาหรี่ตาลง มองรอยยิ้มของภรรยาแล้วพลانรู้สึกหนสันหลังวาบขึ้นมาทันที... เขารู้ทันทีว่า งานนี้ตระกูลฝ่ายภรรยาคงเตรียมตัวเจอพายุลูกใหญ่ที่ชื่อว่า "รินรดา" เล่นงานจนตั้งตัวไม่ติดอย่างแน่นอน! -------------------------------------------------- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลิ้มรสความอร่อยและความแซ่บไปด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังบ้านของพรานหนุ่มกับยายตัวแสบผู้มีมิติลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%