กับข้าวหลังบ้านของพรานหนุ่มกับยายตัวแสบผู้มีมิติลับ•ตอนที่ 4

บ้านไม้หลังเก่ากับมื้อเย็นที่ไม่ธรรมดา

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
เสียงทุบโต๊ะปึงดังสนั่นจนกาน้ำชาเคลือบอีนาเมลสั่นกระเด้ง ขุนเขากำลังจ้องมองกองเนื้อสัตว์ป่าและสมุนไพรหายากกองโตที่เพิ่งลำเลียงลงจากบ่ากว้าง ใบหน้าคมคายดุดันราวกับรูปสลักหินฉาบไว้ด้วยความเรียบเฉย ทว่าดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับกวาดมองหญิงสาวที่กำลังยืนเท้าสะเอวอยู่หน้าเตาไฟด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "นี่ไม่ใช่การทำบุญสงเคราะห์คนยากไร้ค่ะคุณพราน" รินรดาเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ใช้ทัพพีไม้เคาะขอบกระทะเหล็กเบาๆ เป็นจังหวะเพื่อข่มความประหม่า กลิ่นหอมฉุนของพริกแกงโฮมเมดที่นางเพิ่งตำเองกับมือในมิติลับกำลังส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วครัวไม้หลังเก่า "ถ้าคุณอยากได้กับข้าวฝีมือฉันไปกินอิ่มท้องยามออกป่า หรืออยากให้เมียจำเป็นคนนี้คอยต้มยำทำแกงให้กินทุกมื้อ ข้อแลกเปลี่ยนมันต้องสมน้ำสมเนื้อ" ขุนเขายกมุมปากขึ้นนิดหนึ่ง เป็นรอยยิ้มที่แทบไม่เรียกว่ายิ้มด้วยซ้ำ ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าเนื้อหยาบเปื้อนฝุ่นดินและคราบเขม่าควันก้าวเท้าเข้ามาใกล้จนรินรดาต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยอัตโนมัติ แรงกดดันจากความเป็นอดีตทหารผ่านศึกแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศในห้องครัวแคบๆ ดูอึดอัดขึ้นมาทันตาเห็น "แล้วแม่คุณตั้งราคาค่าหัวคิว... เอ๊ย ค่ากับข้าวไว้เท่าไหร่ล่ะ?" น้ำเสียงทุบต่ำน่าฟังเอ่ยถาม พลางใช้ปลายนิ้วหยาบกร้านเขี่ยพวงพริกแห้งและหัวกระชายที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ "เนื้อเก้งสดๆ ครึ่งตัว กับโสมป่าอายุหลายปีนี่... ยังไม่พอแลกข้าวปลาแกงฝีมือคุณอีกหรือไง?" "เนื้อเก้งกับโสมน่ะมันของดีค่ะ ฉันไม่เถียง" รินรดาหรี่ตามองวัตถุดิบตรงหน้าด้วยประกายตาวาววับ มิติพิเศษในห้วงสำนึกของนางกำลังสั่นระริก เสียงแจ้งเตือนจากระบบปลูกสร้างและแปรรูปอาหารร่ำร้องว่าวัตถุดิบพวกนี้มีค่าพลังงานปราณสูงลิ่ว เหมาะแก่การนำมาทำเมนูเด็ดเพื่อสะสมแต้มอัปเกรดร้านค้าในอนาคต "แต่ฝีมือการปรุงอาหารระดับเชฟภัตตาคารอย่างฉัน มันประเมินค่าเป็นวัตถุดิบดิบๆ แค่นี้ไม่ได้หรอกค่ะคุณพราน" นางสะบัดหน้าหนีไปทางเตาไฟ ปล่อยให้ความร้อนจากฟืนไม้สนขับไล่ความลังเลในใจ รินรดาตักพริกแกงเผ็ดสูตรลับที่ตำด้วยข่า ไคร้ ผิวมะกรูด และพริกแห้งคั่วจนหอมกรุ่นลงไปผัดกับน้ำมันหมูในกระทะ เสียง "ฉ่า" ดังสนั่นพร้อมกับกลิ่นหอมฟุ้งที่พวยพุ่งกระแทกจมูกจนขุนเผลอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ โดยไม่รู้ตัว นี่ไม่ใช่กลิ่นอาหารธรรมดา... มันคือกลิ่นหอมรัญจวนใจที่ปลุกสัญชาตญาณดิบของชายป่าให้ตื่นขึ้น "ฉันต้องการ 'ข้อตกลง' ที่แฟร์กว่านี้ค่ะ" รินรดาเอ่ยต่อขณะมือเรียวสวยบรรจงตักกะทิข้นคลั่กเคี่ยวลงไปในกระทะ สีขาวนวลของกะทิผสานเข้ากับสีแดงฉานของพริกแกงกลายเป็นสีส้มอมชมพูที่ดูน่ากินจนน้ำลายสอ "หนึ่ง—คุณต้องหาวัตถุดิบหายากตามลิสต์ที่ฉันขีดเส้นใต้ให้ทุกสัปดาห์ สอง—ห้ามก้าวก่ายเรื่องที่ฉันจะเอาของพวกนี้ไปทำอะไร หรือเอาไปขายให้ใคร และสาม..." นางหันขวับกลับมาสบตาคมกริบของสามีหนุ่ม ใบหน้าห่างกันเพียงคืบเดียวจนได้กลิ่นไอฝนและกลิ่นป่าจางๆ จากตัวเขา "สาม... ช่วยกรุณาทำความสะอาดครัวหลังบ้านให้ฉันทุกวันด้วยค่ะ ฉันเกลียดความสกปรกเป็นที่สุด" เงียบกริบ... ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากพรานหนุ่ม นอกจากการจ้องมองนิ่งนาน ราวกับเขากำลังประเมินแม่เสือสาวตัวน้อยที่บังAอาจมาต่อรองกับพรานผู้ล่า ขุนเขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนรินรดาต้องกลั้นหายใจ หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวราวกับกลองเพลในวัดร้าง ชายหนุ่มแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ชวนให้ใบหน้าร้อนผ่าว "เรื่องวัตถุดิบกับงานบ้าน... ไม่มีปัญหา" ขุนเขายื่นมือหนาออกไปหยิบก้านสมุนไพรป่าขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ "แต่ข้อตกลงข้อที่สี่... ฉันเป็นคนเพิ่มเอง" "อะ... อะไรนะ?" รินรดาขมวดคิ้วมุ่น "ทุกมื้อเย็น... คุณต้องนั่งกินข้าวร่วมโต๊ะกับฉัน ห้ามหลบหน้า ห้ามหนีไปกินคนเดียวในห้องนอนเด็ดขาด" ดวงตาสีเข้มคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายเจ้าเล่ห์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากความนิ่งขรึม "นี่คือคำสั่งจากสามี... คุณปฏิเสธไม่ได้หรอกนะแม่คุณ" ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้อ้าปากเถียง กลิ่นหอมอันทรงพลังของเมนูในกระทะก็ระเบิดตัวออกอย่างเต็มที่ นางรีบหันไปจัดการขั้นสุดท้ายด้วยความรวดเร็ว เนื้อเก้งสดๆ ที่ถูกหั่นเป็นชิ้นพอดีคำถูกโยนลงไปในกระทะแกงคั่วกลิ่นหอมกรุ่น ตามด้วยใบมะกรูดฉีกฝอยและพริกชี้ฟ้าแดงเฉียงเพิ่มสีสัน เสียงเนื้อสัตว์กระทบความร้อนดังฉู่ฉ่าเคล้ากับเสียงหัวเราะในลำคอของพรานหนุ่ม ไม่กี่อัศใจต่อมา... 'แกงคั่วพริกแกงใต้ใส่เนื้อเก้งกับยอดมะพร้าวอ่อน' ก็ถูกตักใส่ชามดินเผาใบใหญ่ ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมของเครื่องเทศนานาชนิดที่เตะจมูกจนคนท้องร้องจ๊อก ขุนเขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่รินรดาตักข้าวสวยร้อนๆ หุงขึ้นหม้อเม็ดเรียงสวยราดด้วยน้ำแกงสีจัดจ้านเย้ายวนใจ บรรยากาศในบ้านไม้หลังเก่าที่เคยเงียบเหงาและเย็นชา บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยไออุ่นของครัวไฟและกลิ่นอายความสุขแบบบ้านๆ สองสามีภรรยาต่างนั่งลงตรงข้ามกันบนโต๊ะไม้ตัวเตี้ย รินรดายื่นชามข้าวให้เขาด้วยความหมั่นไส้เล็กน้อย แต่มุมปากกลับอมยิ้มบางๆ อย่างปิดไม่มิด ตักแรกเข้าปาก... ความเผ็ดร้อนของพริกแกงใต้ปะทะกับความหวานนุ่มละมุนลิ้นของเนื้อเก้งและยอดมะพร้าวอ่อน รสชาติกลมกล่อมจัดจ้านที่สะท้านไปถึงทรวงอกทำให้ขุนเขาถึงกับชะงักค้าง ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความทึ่ง ฝีมือการทำอาหารของผู้หญิงคนนี้... เกินกว่าคำว่า 'อร่อย' ไปไกลโขแล้ว ทว่า... ในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังเอร็ดอร่อยกับมื้ออาหารอันเงียบสงบ ทันใดนั้นเอง... *ปัง! ปัง! ปัง!* เสียงทุบประตูหน้าบ้านดังสนั่นหวั่นไหวราวกับคนจะพังเข้ามา พร้อมกับเสียงโวยวายแหลมสูงของป้าสะใภ้ตัวแสบจากตระกูลเดิมที่ตามมาอาละวาดถึงถิ่น "อีรินรดา! นังตัวดี! แกแอบซ่อนของดีอะไรไว้ในบ้าน ทำไมกลิ่นมันถึงหอมฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้านแบบนี้! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!" รินรดาชะงักมือที่กำลังจะตักข้าวคำต่อไป สีหน้าเปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที นางสบตากับขุนเขาที่วางชามข้าวลงอย่างช้าๆ แววตาดุดันดั่งพรานล่าเหยื่อปรากฏขึ้นวูบหนึ่งบนใบหน้าของชายหนุ่ม ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลิ้มรสความอร่อยและความแซ่บไปด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังบ้านของพรานหนุ่มกับยายตัวแสบผู้มีมิติลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%