กับข้าวหลังบ้านของพรานหนุ่มกับยายตัวแสบผู้มีมิติลับ•ตอนที่ 5

ความลับในกล่องเครื่องปรุง

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
"มือของท่าน... ทำไมถึงสะอาดนักล่ะคะ พรานขุนเขา?" เสียงหวานใสที่เจือไปด้วยความระแวงระวังดังขึ้น ท่ามกลางกลิ่นหอมฉุยของพริกขี้หนูป่นคั่วใหม่และใบมะกรูดฉีก รินรดาก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว สายตาคมกริบราวกับแม่เสือสาวจ้องเขม็งไปยังร่างสูงใหญ่ของสามีจำเป็น ที่ยืนค้ำอยู่ตรงข้ามเคาน์เตอร์ไม้ไผ่ ขุนเขาชะงักมือที่กำลังจะเอื้อมหยิบโหลแก้วใส่เกลือในมิติลับ—โหลแก้วที่รินรดามั่นใจนักหนาว่าเธอเพิ่งเก็บมันกลับเข้าไปในห้วงมิติพิเศษเมื่อครู่ก่อนจะเดินไปตักน้ำที่หลังบ้าน! บรรยากาศในครัวหลังบ้านพลันเงียบกริบลงถนัดตา มีเพียงเสียงน้ำเดือดปุดๆ ในหม้อดินและเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงมยามโพล้เพล้ ดวงตาคมปลาบของอดีตนายทหารไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงประกายไหววับบางอย่างที่ยากจะคาดเดา ซึ่งนั่นยิ่งทำให้รินรดากำทัพพีไม้ในมือแน่นขึ้น หัวใจเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นการตื่นตัวขั้นสุดยอดของผู้หญิงที่ความลับสวรรค์กำลังจะถูกกระชากหน้ากาก *ย้อนกลับไปเมื่อครู่...* รินรดาลอบมองผ่านร่องฝาผนังไม้ไผ่ ขณะที่เธอแกล้งทำเป็นเดินไปล้างมือที่โอ่งน้ำ เธอเห็นจะ々 กับตา! ขุนเขาไม่ได้แค่ยืนรอเฉยๆ แต่ร่างสูงใหญ่ของเขากลับก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะเตรียมอาหาร แล้วยื่นมือหนาผ่าน 'อากาศว่างเปล่า' ที่บิดเบือนไปชั่วขณะ ก่อนจะหยิบเอาขวดน้ำปลาพรีเมียมจากโลกยุคปัจจุบันออกมาจากความว่างเปล่าได้อย่างหน้าตาเฉย! นั่นมันพื้นที่มิติลับของเธอนะคะ! พื้นที่ที่ผูกพันกับวิญญาณเชฟฟิวชันของเธอโดยเฉพาะ เหตุไฉน... ผู้ชายบ้านๆ คนนี้ถึงควานหามันเจอราวกับเป็นลิ้นชักข้างเตียงของตัวเองกันเล่า? "ริน..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่ทรงพลังราวกับเสียงกระซิบข้างใบหู ขุนเขายกมือทั้งสองข้างขึ้นระดับอกอย่างยอมจำนน ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ "เจ้ากำลังคิดว่าข้าเป็นปีศาจ หรือเป็นพวกมิจฉาชีพที่แอบขโมยของวิเศษของเจ้าอยู่ล่ะสิ?" "รู้ตัวก็ดีนี่คะ!" รินรดาย้อนกลับทันควัน น้ำเสียงเฉียบคมไม่แพ้มีดแล่เนื้อ "อธิบายมาเดี๋ยวนี้เลยนะพรานขุนเขา! ท่านไปควานหาของพวกนั้นเจอได้ยังไง? หรือว่า... ท่านเองก็มีวิชาประหลาด หรือแอบดูฉันมานานเท่าไหร่แล้ว?!" เชฟสาวก้าวเข้ามาประชิดตัวเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ส่วนสูงของเธอจะอยู่แค่ระดับอกของชายหนุ่มร่างหนา แต่รังสีความดุดันและสมองอันปราดเปรื่องของเธอกลับทำให้บรรยากาศรอบตัวกดดันขึ้นมาได้ ขุนเขาถอนหายใจเบาๆ เขายอมถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อไม่ให้เป็นการคุกคามภรรยาตัวแสบมากจนเกินไป "ข้าไม่ได้แอบดู..." ขุนเขาเอ่ยเสียงทุ้ม ขณะที่สายตาคมกวาดมองไปทั่วครัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศ "แต่ข้าแค่มองเห็น... แสงสีฟ้าจางๆ ที่ปลายนิ้วของเจ้า ทุกครั้งที่เจ้าหยิบจับสิ่งของแปลกปลอมพวกนั้นออกมาจากอากาศ" รินรดานิ่งงัด สตั้นไปสามวินาที ปลายนิ้วของเธอชาดิก... *บ้านน่า! เธอระวังตัวที่สุดแล้วนี่นา!* "อีกอย่าง..." ขุนเขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย จนรินรดารู้สึกถึงไออุ่นและกลิ่นอายบุรุษเพศที่เจือกลิ่นป่าจางๆ "ในค่ำคืนที่ฝนตกหนักเมื่อสามวันก่อน ตอนที่เจ้าเผลอหลับไปบนแคร่ไม้ ข้าเป็นคนอุ้มเจ้ามานอนในห้อง แล้วบังเอิญมือของข้าไปสัมผัสโดน... อะไรบางอย่างที่หมุนวนอยู่ข้างตัวเจ้า เหมือนประตูที่เปิดทิ้งไว้ ข้าแค่... ผลักมันเบาๆ เพื่อเก็บผ้าห่มให้เจ้าเท่านั้นเอง" *ตาบ้าเอ๊ย! นี่เธอสะเพร่าจนถึงขนาดปล่อยให้ประตูมิติเปิดคาไว้ตอนนอนหลับอย่างนั้นหรือนี่!* รินรดากัดริมฝีปากแน่นอย่างเจ็บใจตัวเอง นักบริหารจัดการมิติลับระดับปรมาจารย์อย่างเธอ เกือบจะเสียท่าให้พรานป่าบ้านนาเข้าให้แล้ว! "แล้ว... ท่านไม่ตกใจหรือคะ?" รินรดาลดทัพพีลงเล็กน้อย แต่ยังคงเชิงไว้ด้วยความระแวง "เห็นของประหลาด ทั้งขวดพลาสติก ทั้งเครื่องปรุงรสชาติแปลกๆ หรือแม้แต่เนื้อสัตว์แช่แข็งจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ท่านไม่คิดว่าฉันเป็นภูตผีปีศาจหรือไง?" ขุนเขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากหนา เป็นรอยยิ้มที่นานๆ ครั้งเธอถึงจะได้เห็น และยอมรับตามตรงว่ามันช่างทรงเสน่ห์จนน่าหมั่นไส้เสียนี่กระไร "ถ้าผีหรือปีศาจ ทำอาหารอร่อยจนทำให้คนป่าดิบเถื่อนอย่างข้าติดใจได้ทุกมื้อ... ข้าก็ยอมให้ผีตนนี้สิงไปตลอดชีวิตแล้วล่ะครับ" ขุนเขาเว้นวรรคเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น "ริน... โลกใบนี้มีเรื่องเหลือเชื่อมากมาย อดีตทหารอย่างข้าผ่านอะไรมาเยอะ เกินกว่าจะตกใจกับแค่ขวดน้ำปลาหรือตู้เย็นล่องหนของเจ้าหรอกนะ อีกอย่าง... ข้าเป็นสามีของเจ้า ความลับของภรรยา ก็คือความลับของข้า ข้าไม่มีทางเอาเรื่องนี้ไปบอกใครเด็ดขาด เจ้าวางใจเถอะ" คำว่า 'สามี' ที่หลุดออกมาจากปากเขาด้วยน้ำเสียงทุ้มแน่นและจริงใจ ทำเอารินรดารู้สึกร้อนผ่าวที่พวงแก้มขึ้นมาเสียเฉยๆ บ้าจริง! นี่เธอกำลังเขินคำพูดของนายพรานบ้านนาคนนี้อย่างนั้นหรือ? รินรดารีบสะบัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัวอย่างรวดเร็ว เธอเชิดคางขึ้นเล็กน้อยตามนิสัยนักสู้ ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นเชฟสาวผู้ทรงภูมิเช่นเดิม "พูดง่ายดีนี่คะ! แต่ความลับมันก็คือความลับ ต่อไปนี้ห้ามแอบเปิดมิติลับของฉันเองตามอำเภอใจเด็ดขาดเข้าใจไหมคะ? ถ้าจะใช้เกลือหรือน้ำปลา ต้องขออนุญาตฉันก่อนทุกครั้ง!" "ตามบัญชาครับ... เมียจ๋า" ขุนเขาตอบรับด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะนิดๆ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่กลิ่นหอมอันทรงพลังลอยตลบอบอวลไปทั่วห้องครัว น้ำพริกปลาทูสูตรโบราณที่รินรดากำลังโขลกผสมผสานกับเนื้อปลาทูย่างหอมกรุ่น ปรุงรสด้วยน้ำมะนาวคั้นสดและน้ำปลาพรีเมียมจากมิติลับ ถูกตักใส่ถ้วยดินเผาเคียงด้วยผักสดหลากชนิดที่เพิ่งเก็บจากแปลงหลังบ้าน และไข่เจียวฟูหนานุ่มที่ทอดจนกรอบนอกนุ่มในส่งกลิ่นหอมฟุ้งเย้ายวนใจไปไกลจนถึงรั้วบ้านข้างเคียง ค่ำคืนนั้น อาหารมื้อเย็นดำเนินไปท่ามกลางบรรยากาศที่เปลี่ยนไปจากเดิม ความหวาดระแวงถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจและความลับที่ถูกเปิดเผยระหว่างคนทั้งสอง ทว่า... ในขณะที่ทั้งคู่กำลังเอร็ดอร่อยกับข้าวสวยร้อนๆ และน้ำพริกฝีมือภรรยา ทันใดนั้นเอง... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูรั้วไม้ไผ่หน้าบ้านดังขึ้นอย่างเร่งรีบและไร้มารยาท ตามมาด้วยเสียงโวยวายแหลมสูงของป้าชื่น แม่สามีจอมแสบที่มักจะหาเรื่องมาวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวัน! "ไอ้ขุนเขา! นังริน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าพวกแกแอบซ่อนของดีอะไรไว้ในบ้าน กลิ่นอาหารนี่มันหอมโชยไปถึงสามบ้านแปดบ้าน แกแอบซ่อนเนื้อดีๆ ไว้กินกันตามลำพองใช่ไหม เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ!" รินรดากับขุนเขาสบตากันทันที รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเชฟสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร... *หึ มาได้จังหวะเสียจริง อีตาสะใภ้ตัวแสบคนนี้ ชักจะอยากลองชิมฝีมือ 'น้ำพริกนรก' ของเธอเข้าแล้วสินะคะ!* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลิ้มรสความอร่อยและความแซ่บไปด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังบ้านของพรานหนุ่มกับยายตัวแสบผู้มีมิติลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%