กับข้าวหลังบ้านของพรานหนุ่มกับยายตัวแสบผู้มีมิติลับ•ตอนที่ 2

พรานหนุ่มผู้เงียบขรึม

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
"ถ้าท่านยังยืนทำหน้าถมึงทึงใส่กระดูกหมูชิ้นนั้นอยู่จนมันขึ้นรา ข้าคงต้องเอาไปต้มให้หมาหลังบ้านกินแทนที่จะเอามาทำอาหารให้คนกินจริงๆ แล้วนะคะ" รินรดาตวัดสายตาขึ้นมองร่างสูงใหญ่ที่ยืนตระหง่านบังแสงไฟตะเกียงจนมิด ประตูครัวหลังบ้านไม้เก่าๆ โยกเยกตามแรงลมยามค่ำคืน แต่นั่นยังไม่น่าปวดหัวเท่าชายหนุ่มร่างหนาในชุดเสื้อผ้าป่านหยาบเปื้อนโคลนและคราบเขม่าควัน ผู้ซึ่งแบกซากกวางผาตัวเขื่องมาวางไว้หน้าประตูเรือนอย่างไร้ซุ่มเสียงตั้งแต่เมื่อครู่ ขุนเขาชะงักมือที่กำลังจะหยิบมีดพกขึ้นมาเช็ด เขาไม่ได้สะท้อนสะท้านกับวาจาเผ็ดร้อนของหญิงสาวตรงหน้า ร่างสูงก้มมองก้อนสมุนไพรป่าสีเขียวเข้มที่ตนเพิ่งขุดขึ้นมาจากซอกหินลึกบนยอดเขา ดอกและรากของมันยังชุ่มไปด้วยหยาดน้ำค้างและดินร่วนปนทราย ดวงตาคมกริบใต้คิ้วหนาดุดันเหลือบมองเจ้าของบ้านตัวเล็กที่ยืนเท้าเอวรอรับของด้วยท่าทางเอาเรื่อง "ข้าไม่ได้มองมันจนขึ้นรา... ข้ากำลังคิดว่าเจ้าตัวแค่นี้ จะเอาแรงที่ไหนมาจัดการราก 'โสมป่าเลือด' นี่ไม่ให้พิษมันซึมเข้ามือจนมือเปื่อยไปเสียก่อน" น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงก้อนหินกระทบกันในลำธารดังขึ้น มันแห้งผากและห้วนสั้นตามวิสัยของพรานป่าผู้โดดเดี่ยว แต่กลับเจือไปด้วยความระแวงระวังที่ซ่อนอยู่ลึกๆ รินรดาแค่นเสียงฮึ and their eyes locked. หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ความทรงจำจากตอนที่แล้วที่นางเพิ่งทะลุมิติมาพร้อมกับระบบมิติลับในหัวยังคงสดใหม่ นางผ่านการปะทะฝีปากกับญาติสามีจอมปล้นสะดุดมาหมาดๆ จนพวกนั้นต้องถอยร่นไม่เป็นท่า แล้วคิดหรือว่าพรานป่าหน้าดุผู้นี้จะทำให้นางหวาดกลัวได้ "มือเรียวๆ คู่นี้ของข้าผ่านการจับมีดแล่เนื้อปลาแซลมอนข้ามทวีปมาแล้วค่ะ แค่รากโสมป่าเลือดบ้านี่ ทำไมข้าจะจัดการไม่ได้... ว่าแต่ท่านเถอะ เอาซากกวางผากับสมุนไพรพวกนี้มาโยนไว้หลังบ้านข้า ดึกดื่นตื่นค่ำเช่นนี้ หวังจะให้ข้าทำอะไรให้กินเพื่อเป็นการตอบแทนล่ะสิคะ" รินรดาว่าพลางก้าวเข้าไปใกล้ กลิ่นอายเฉพาะตัวของป่าเขา ทั้งกลิ่นดิน กลิ่นสน และกลิ่นเหงื่อจางๆ ลอยเข้าจมูก แต่นางกลับได้กลิ่นอีกกลิ่นหนึ่งที่ซ่อนอยู่... กลิ่นหอมเย็นชื่นใจของเครื่องเทศป่าที่นางตามหามานาน ขุนเขาขยับตัวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณเมื่อหญิงสาวเข้ามาประชิด ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงจนแทบสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกาย พรานหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวสัตว์ร้ายตัวใดในป่าลึก กลับรู้สึกทำตัวไม่ถูกเมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับแม่ม่ายสาวปากคอเราะร้ายที่ตาทอประกายระยับราวกับปีศาจตัวน้อยๆ "ยายเฒ่าจันทร์บอกว่าเจ้า... ทำอาหารเปลี่ยนชีวิตคนได้" ขุนเขาเอ่ยเสียงเบาลงอย่างไม่คุ้นชิน สายตาคมเลื่อนลงมองผ้ากันเปื้อนที่รินรดาสวมทับชุดผ้าฝ้ายเก่าๆ บนตัวนาง "ยายบอกว่าถ้าข้าเอาสมุนไพรป่าพวกนี้ลงมาแลกกับข้าวสักมื้อ เจ้าจะไม่ไล่ตะردข้าเหมือนหมอผีไล่ผีป่า" รินรดาชะงักไปนิดเมื่อได้ยินชื่อยายเฒ่าจันทร์ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากทันที ยายแก่เจ้าเล่ห์คนนั้นคงจะส่งพรานป่าผู้นี้มาเป็นหนูทดลองยา... ไม่สิ มาเป็นวัตถุดิบชั้นดีในการกู้ฐานะร้านค้าหลังบ้านของนางแน่ๆ "หึ! ยยายจันทร์นี่ตาถึงไม่เบา" รินรดาหมุนตัวกลับ เดินไปหยิบตะกร้าไม้ไผ่สานประณีตที่นางแอบดึงออกมาจากมิติลับเมื่อครู่ ภายในมีขวดโหลเครื่องเทศลับที่นางเพาะพันธุ์และหมักบ่มไว้ในห้วงมิติพิเศษ กลิ่นหอมฉุนของพริกไทยดำป่นใหม่ๆ ผสมผสานกับรากผักชีและกระเทดดองโชยเตะจมูกทันทีที่เปิดฝา ขุนเขายืนนิ่ง ขากรรไกรขบเข้าหากันแน่นเมื่อกลิ่นหอมนั้นโชyเข้าจมูก ท้องของเขาที่ไม่ได้ตกถึงท้องมาตั้งแต่เที่ยงวันส่งเสียงร้องประท้วงออกมาเบาๆ จนเจ้าตัวต้องแอบสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อกลบเกลื่อนความอับอาย "นั่งลงตรงนั้นค่ะ" รินรดาสั่งเสียงเฉียบขาด พร้อมกับชี้ไปยังเก้าอี้ไม้ไผ่ตัวเตี้ยหน้าเตาไฟ "อย่ามาเกะกะขวางทางข้า ถ้าอยากกินของอร่อยจนลิ้นตลบ ก็จงนั่งเงียบๆ แล้วดูว่าเชฟมือหนึ่งเขาจัดการกับสมุนไพรป่าของท่านอย่างไร" พรานหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจที่ถูกสั่งราวกับเด็กน้อย แต่แปลกที่ขาของเขากลับก้าวไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวนั้นแต่โดยดี ดวงตาคมกราบกรานมองตามร่างบางที่ขยับตัวอย่างคล่องแคล่วว่องไว รินรดาร1หยิบมีดอีโต้เล่มเล็กขึ้นมา มือเรียวขาวตัดแต่งรากโสมป่าเลือดอย่างแม่นยำ ทุกรอยตัดเฉียบคมและรวดเร็ว ไม่มีท่าทีหวาดกลัวพิษของสมุนไพรแม้แต่น้อย "เจ้า... ไม่กลัวยางของมันกัดมือหรือ" ขุนอดทนถามไม่ได้เมื่อเห็นนางใช้มือเปล่าจับรากไม้สีแดงก่ำนั้น รินรดาเหลือบสายตาขึ้นมองเขาเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มเยาะ "ถ้าคนเรามัวแต่กลัวพิษจนไม่กล้าแตะต้องสิ่งใด ก็คงได้แต่กินข้าวต้มจืดชืดไปตลอดชีวิตค่ะ... เหมือนกับที่ท่านแบกซากกวางป่าลงมาตากลมหนาวเล่นนี่แหละ ถ้าไม่รู้จักเอามาแปรรูปทำเป็น 'ต้มยำกวางผาใส่โสมป่า' ให้ร้อนถึงทรวงใน ป่านนี้ท่านคงแข็งตายคาพงหญ้าไปแล้ว" สิ้นคำพูดของนาง รินรดาก็โยนรากโสมป่าเลือดที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำลงในหม้อดินเผาที่น้ำซุปกระดูกหมูกำลังเดือดปุดๆ ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมเข้มข้นของข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และเครื่องเทศลับจากมิติลับที่นางแอบโรยลงไปในพริบตา กลิ่นหอมของสมุนไพรป่าที่ผสมผสานกับความหวานเคี่ยวเค็มของน้ำซุปกระดูกหมูระเบิดตัวขึ้นกลางครัวหลังบ้าน กลิ่นหอมฟุ้งลอยไปไกลตามสายลมยามค่ำคืน ทะลุผ่านรั้วไม้ไผ่ไปจนถึงบ้านของพวกญาติใจร้ายที่อยู่ถัดไปไม่ไกล ขุนเขานั่งนิ่งงัน ลมหายใจของเขาติดขัดไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อกลิ่นหอมนั้นเตะเข้าที่ประสาทสัมผัสอย่างรุนแรง มันไม่ใช่กลิ่นอาหารป่าธรรมดาที่เขาเคยต้มกินประทังชีวิตในป่า แต่มันคือ... ความอบอุ่น ความน่ากิน และความรู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน รินรดายืนตักต้มยำร้อนๆ ใส่ชามดินเผาอย่างตั้งใจ นางโรยผักชีใบ锯และพริกแห้งคั่วป่นลงไปด้านบน สีสันของอาหารตัดกันอย่างงดงาม ชามต้มยำควันฉุยส่งกลิ่นหอมเย้ายวนจนแทบหยุดหายใจ นางยกชามนั้นมาวางกระแทกตรงหน้าพรานหนุ่ม เสียงชามกระเบื้องกระทบโต๊ะไม้เรียกสติของขุนเขาให้กลับคืนมา "อ่ะ เชิญค่ะ! พรานหนุ่มผู้เงียบขรึม มาดูกันว่าฝีมือของยายตัวแสบคนนี้ จะทำให้ท่านเลิกทำหน้าเป็นยักษ์ปักหลั่นได้หรือยัง" รินรดายืนกอดอก มองดูชายหนุ่มที่จ้องมองชามต้มยำตรงหน้าด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ขุนเขาเงยหน้าขึ้นสบตากับนาง แววตาคู่นั้นไม่มีความดุดันเหลืออยู่เลย มีเพียงความระอุและความอยากอาหารที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ชายหนุ่มหยิบช้อนไม้ขึ้นมาตักน้ำซุปสีแดงอมส้มขึ้นเป่าเบาๆ แล้วซดเข้าไปหนึ่งคำ ทันใดนั้นเอง... ดวงตาคมกริบของพรานหนุ่มก็เบิกกว้างขึ้น ร่างกายทั้งร่างแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาด ความเผ็ดร้อน เปรี้ยวเค็มกลมกล่อม และกลิ่นหอมเย้ายวนของโสมป่าที่ผสานกับเครื่องเทศพุ่งทะยานขึ้นสู่สมองจนเขาต้องหลับตาลงรับรสชาติอันล้ำลึกนั้น แต่ก่อนที่ขุนเขาจะได้เอաբาดคำชมใดๆ ออกมาจากปาก เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทุบประตูก็พังดังโครมขึ้นที่หน้าบ้าน "รินรดา! นังตัวดี! เอาอะไรมาทำกินวะ กลิ่นหอมยั่วยวนจนหมาข้างบ้านเห่าหอนไปหมด คายของดีออกมาเดี๋ยวนี้!" เสียงตะโกนโעกเวกของอาสามีจอมโลภดังขึ้นพร้อมกับเงาตะคุ่มของคนหลายคนพังประตูเข้ามาในครัวหลังบ้าน รินรดาหน้าเปลี่ยนสี รอยยิ้มเยาะเย้ยผุดขึ้นทันที แต่นางยังไม่ทันได้ขยับตัว ขุนเขาก็ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ร่างหนาพุ่งบังขวางหน้านางไว้ราวกับกำแพงเหล็ก มือหนากำด้ามมีดพกแน่น ดวงตาดุดันหันกลับไปจ้องมองผู้บุกรุกด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบทันที ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเปิดฉากความอร่อยและความอลหม่านครั้งนี้ไปพร้อมกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังบ้านของพรานหนุ่มกับยายตัวแสบผู้มีมิติลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%