เสียงกระแทกจอกสุราลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังปัง จนน้ำจันทน์สีอำพันกระเซ็นเปรอะเปื้อนคราบมันหมูบนหน้าโต๊ะ
"นังเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนนั้น มันชักจะเหิมเกริมใหญ่แล้วนะพี่เสือ!"
เสียงแหบห้าวของ 'นายิ่ง' ลูกน้องคนสนิทของกำนันเปรื่องดังลอดออกมาจากห้องลับหลังโรงสีเก่า ฝุ่นละอองที่ลอยวนตามแสงตะเกียงสลัวยิ่งขับเน้นบรรยากาศความอึมครึมและกลิ่นอายความอิจฉาริษยาที่คละคลุ้งอยู่ในห้องนั้นให้เด่นชัดขึ้น
'เสือ' หรือที่ชาวบ้านเรียกขานกันว่า 'ไอ้เสือหิว' ขยับร่างกำยำที่มีรอยแผลเป็นพาดผ่านใบหน้า หรี่ตามองกระดาษรายการวัตถุดิบและยอดขายของร้าน 'กับข้าวหลังบ้าน' ที่ลูกน้องไปแอบสืบมาได้ ตัวเลขกำไรที่งอกเงยขึ้นทุกวันราวกับดอกเห็ดหน้าฝน ทำให้หัวใจของคนเคยยิ่งใหญ่ในย่านนี้ร้อนรุ่มจนแทบนั่งไม่ติด
"กูไม่สนว่ามันจะเอาสูตรอาหารมาจากไหน หรือไอ้พรานขุนเขาผัวมันจะหวงมันขนาดไหน แต่ถ้าปล่อยให้ร้านนั่นกวาดลูกค้าในตลาดไปหมด พวกลูกน้องกูที่เคยเก็บค่าคุ้มครองร้านค้าจะเอาอะไรกิน!" เสือคำรามในลำคอ ใบหน้าดุดันบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น "มึงจัดการตามแผนที่วางไว้หรือยัง?"
"เรียบร้อยดีค่ะพี่... เอ้ย เรียบร้อยแล้วครับ!" นายิ่งรีบเปลี่ยนสรรพนามเมื่อเห็นสายตาคาดโทษ "คืนนี้พวกผมจะแอบเอาผงบอระเพ็ดผสมยาถ่ายช้าง ไปโปรยลงในบ่อพักน้ำและแปลงผักหลังร้านมัน รับรองว่าพรุ่งนี้เช้า ลูกค้าที่มากินแกงป่าฝีมือรินรดาได้ท้องร่วงขี้แตกขี้แตนจนร้านเจ๊งหมื่นเปอร์เซ็นต์!"
เสียงหัวเราะเยาะอย่างชั่วร้ายดังประสานกันขึ้นในเงาสลัว โดยไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า ทุกคำพูด ทุกแผนการอันสกปรกโสมม ได้ถูกบันทึกและส่งตรงเข้าสู่ 'มิติลับ' ของหญิงสาวผู้เป็นเป้าหมายผ่านดวงตากลมโตที่กำลังสะท้อนภาพเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านหน้าจอโฮโลแกรมจิ๋วในมือ
รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในห้องครัวหลังบ้านอันอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของพริกแกงที่เธอเพิ่งโขลกเสร็จ ใบหน้างามของเชฟสาวฟิวชันประดับด้วยรอยยิ้มเยียบเย็น ดวงตาคู่สวยเป็นประกายวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย
*อยากเล่นสกปรกกับเชฟมือหนึ่งผู้ผ่านสมรภูมิร้านอาหารระดับมิชลินมาแล้วอย่างนั้นหรือ? ช่างไม่เจียมกะลาครอบเสียเลยนะคะ*
ในมิติลับของเธอเวลานี้ เต็มไปด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศและเครื่องมือไฮเทค รินรดาหยิบขวดสารเรืองแสงตรวจสอบสารพิษขึ้นมาพินิจ ก่อนจะวางแผนตลบหลังพวกมันด้วยความสนุกสนาน มือเรียวบางหยิบขวดน้ำยาพิเศษที่สกัดจากสมุนไพรฤทธิ์เย็นในมิติ ซึ่งมีสรรพคุณทำให้ผู้ที่กินเข้าไป ‘ลิ้นชาและพูดไม่ออกไปสามวันสามคืนโดยไม่มีอันตรายถึงชีวิต’ ออกมาเตรียมไว้
"ริน..."
เสียงทุ้มต่ำและอบอุ่นดังขึ้นพร้อมกับอ้อมแขนกำยำที่สวมกอดเธอจากด้านหลัง ขุนเขาเดินเข้ามาเงียบๆ เหมือนเสือดาว แต่กลับอ่อนโยนกับเธอเพียงคนเดียวเสมอ ปลายจมูกโด่งกดลงบนซอกคอหอมกรุ่นสูดดมความสะอาดชื่นใจ ขณะที่มือใหญ่เอื้อมมาช่วยจับตะหลิวคนแกงในหม้อให้อย่างรู้งาน
"ทำไมยังไม่นอนดึกดื่นขนาดนี้ หืม?" พรานหนุ่มกระซิบถาม เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความห่วงใย ดวงตาคมกริบกวาดมองรอบครัวด้วยสัญชาตญาณระแวดระวัง "พี่ได้กลิ่นสาบพวกหมาป่าวนเวียนอยู่ใกล้เขตบ้านเรา แปลว่าพวกมันเริ่มเคลื่อนไหวแล้วใช่ไหม?"
รินรดาพิงแผ่นหลังเข้ากับอกแกร่งของสามีอย่างคุ้นชิน เธอยิ้มมุมปากก่อนจะหันไปสบตาเขาตรงๆ
"พวกมันไม่ได้แค่วนเวียนค่ะพี่ขุนเขา แต่พวกมันกำลังจะเอาของขวัญชิ้นใหญ่มาให้อีกต่างหาก... เดี๋ยวดึกๆ เรามาคอยดูละครสัตว์กันดีกว่า ว่าใครกันแน่ที่จะต้องร้องขอชีวิต"
ขุนเขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยกยิ้มที่มุมปาก รอยยิ้มแบบที่ทำให้ศัตรูในป่าต้องขยาด มือหนายกขึ้นลูบศีรษะทุยของภรรยาอย่างรักใคร่เอ็นดู "ถ้ามันกล้าก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขตของเรา พี่จะทำให้มันจำไปจนวันตายว่า... เมียของพรานขุนเขานั้นแตะต้องไม่ได้"
กลางดึกสงัด เงาดำสามสายย่องเบาข้ามรั้วไม้หลังร้านอาหารของรินรดาเข้ามาอย่างเงียบเชียบ นายิ่งและสมุนอีกสองคนพากันเดินย่องไปยังถังพักน้ำและแปลงผักสวนครัวหลังร้าน โดยไม่รู้เลยว่าทุกฝีก้าวของพวกมันอยู่ภายใต้กล้องวงจรปิดพลังงานแสงอาทิตย์ที่รินรดาแอบติดตั้งไว้ทุกมุม
"เร็วๆ รีบเทยานี่ลงไป สั่งสอนให้นังนี่มันรู้สำนึกซะบ้าง" นายิ่งกระซิบสั่งลูกน้อง ขณะที่อีกฝ่ายกำลังจะเปิดฝาถังน้ำ
*แกร๊ก!*
เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นเบาๆ ตามด้วยเสียงคำรามต่ำในลำคอที่ทำเอาคนใจเสาะสะดุ้งสุดตัว นายิ่งหันขวับไปมองในความมืด แต่สิ่งที่ปรากฏกลับไม่ใช่เจ้าของบ้านอย่างที่คิด ทว่ามันคือดวงตาสีอำพันคู่ใหญ่ที่กำลังเรืองแสงจ้าในความมืดของ ‘เจ้าสิงห์’ สุนัขพันธุ์ทางตัวโตที่ขุนเขาเลี้ยงไว้ มันแยกเขี้ยวขาววับ น้ำลายยืดหยืด ส่งเสียงขู่ฮี่ๆ ที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"เฮ้ย! หมาเวรนี่มาจากไหนวะ!" สมุนคนหนึ่งร้องลั่นด้วยความตกใจ
"จัดการมันสิโว้ย อย่าให้มันเห่า!" นายิ่งหน้าถอดสี
ทว่า ยังไม่ทันที่พวกมันจะได้ชักมีด กลิ่นหอมประหลาดบางอย่างก็ลอยมาแตะจมูกพร้อมกับละอองหมอกบางเบาที่ถูกพ่นออกมาจากระบบสปริงเกอร์อัตโนมัติที่รินรดาเพิ่งดัดแปลงขึ้น ละอองน้ำนั้นผสมผสานกับน้ำมันหอมระเหยสูตรพิเศษจากมิติลับ เมื่อสูดดมเข้าไปเพียงเฮือกเดียว ขาของทั้งสามคนก็เริ่มอ่อนแรง ทรงตัวไม่อยู่
"อุ๊ย ตายจริง... แขกยามวิกาลนี่เสียมารยาทจังนะคะ ไม่เคาะประตูบ้านก่อน แล้วยังคิดจะมาช่วยรดน้ำแปลงผักให้ฟรีๆ อีกหรือคะเนี่ย?"
เสียงใสแจ๋วแต่เย็นเยียบดังขึ้นจากระเบียงชั้นสอง รินรดายืนกอดอกมองลงมาด้วยรอยยิ้มพราวระยับ ในมือถือไฟฉายแรงสูงส่องตรงไปที่ใบหน้าของทั้งสามคนที่ล้มพับกองกับพื้น ขยับตัวไม่ได้แม้แต่นิดเดียวเพราะฤทธิ์ยาสะกดกล้ามเนื้อ
นายิ่งเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เมื่อเห็นเงาร่างสูงใหญ่ของขุนเขาเดินถือขวานเล่มโตเข้ามาใกล้ทีละก้าว พร้อมกับรอยยิ้มไร้ความปรานีที่แผ่รังสีสังหารออกมารอบตัว
"มึง... มึงกล้าดียังไง..." นายิ่งพยายามอ้าปากด่า แต่สิ่งที่หลุดออกมามีเพียงเสียงอู้อี้เพราะลิ้นเริ่มชาแข็ง
รินรดาก้าวลงมาจากบันไดช้าๆ เธอเดินเข้ามาหยุดตรงหน้ากลุ่มคนร้ายที่นอนหมอบเหมือนสุนัขข้างถนน ก้มตัวลงมองด้วยสายตาสمเพชเวทนา
"ฝากบอกกำนันเปรื่องของพวกคุณด้วยนะคะว่า... อาหารในร้านของฉันน่ะ ปรุงด้วยความใส่ใจและวัตถุดิบชั้นเลิศ แต่ถ้าพวกมันยังไม่เลิกใช้วิธีสกปรกโสมมแบบนี้ เมนูจานต่อไปที่ฉันจะต้อนรับพวกมัน... อาจจะเป็น *'แกงเผ็ดหัวหมูหมากลายพันธุ์'* ที่รสชาติเผ็ดร้อนจนพวกมันลืมทางกลับบ้านไปเลยก็ได้นะคะ!"
รินรดายิ้มหวานหยดย้อยให้คนที่นอนขาสั่นเป็นเจ้าเข้า ก่อนจะหันไปสั่งสามีเสียงใส "พี่ขุนเขาคะ ลากพวกมันไปผูกไว้กับต้นมะขามหน้าบ้านกำนันเปรื่อง พร้อมกับติดป้ายประกาศเตือนความจำสักหน่อยดีกว่าค่ะ ว่าอย่าลืมส่งค่าทำขวัญที่มาเหยียบแปลงผักออร์แกนิกของเราด้วยนะคะ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลิ้มรสความอร่อยและความแซ่บไปด้วยกันนะคะ!
กับข้าวหลังบ้านของพรานหนุ่มกับยายตัวแสบผู้มีมิติลับ•ตอนที่ 14
แผนร้ายในเงามืด
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังบ้านของพรานหนุ่มกับยายตัวแสบผู้มีมิติลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!