คราบหมึกสีนิลบนหน้ากระดาษพาร์ชมิ้นต์ไม่ได้แห้งกร้านไปตามกาลเวลา แต่มันยังคงส่งกลิ่นอายความชื้นและกลิ่นดินปืนจางๆ ราวกับเพิ่งถูกเขียนขึ้นเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน
เซวีน่ากุมด้ามปากกาขนนกในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด แสงเรืองรองสีฟ้าครามจากผลึกเวทมนตร์ดวงเล็กที่ซ่อนไว้ใต้ปกเสื้อสะท้อนให้เห็นหยาดเหงื่อที่ผุดพรายบนขมับ ดวงตาสีเทาเข้มของเธอกวาดมองอักขระโบราณที่เรียงรายอยู่บนบันทึกปฐมบทของโรงเรียนเวทมนตร์อาร์เคเดีย—สถานที่ซึ่งไม่ควรมีใครนอกเหนือจากผู้อำนวยการล่วงรู้ว่ามีอยู่จริง
"ถ้ายังมัวแต่ชื่นชมลายมือของบรรพบุรุษ เกรงว่าพวกเราคงจะได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชั้นหนังสือพวกนี้ก่อนที่จะได้อ่านหน้าถัดไปนะคะ เซวีน่า"
เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังขึ้นติดใบหูทำเอาหญิงสาวสะดุ้งเฮือก อลิคก้าวเท้าเข้ามาแนบชิดจากทางด้านหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่
ทราบ ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทขยับตัวด้วยความเงียบเชียบราดรดด้วยเงาตะคุ่มของชั้นหนังสือสูงตระหง่านที่ทอดยาวไปจนสุดขอบเพดาน หอสมุดหลังเที่ยงคืนแห่งนี้ไม่ได้ถูกปิดตายเพียงเพราะกฎระเบียบ แต่มันถูกผนึกไว้ด้วยคำสาปที่พร้อมจะดูดกลืนวิญญาณของผู้ที่ล่วงล้ำเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต
เซวีน่าปรายตามองชายหนุ่มด้วยหางตา ลมหายใจของเธออุ่นร้อนขึ้นเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงไอเวทมนตร์ไร้รูปแบบที่แผ่ออกมาจากตัวเขา มันไม่ใช่เวทธาตุไฟหรือวารีทั่วไป แต่มันเป็นความว่างเปล่า—ความมืดมิดที่กลืนกินพลังเวทอื่นให้สลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของกลุ่มกบฏเวทมนตร์ที่สภาสูงกำลังตามล่า
"ฉันไม่ได้ชื่นชม ฉันกำลังคำนวณวงเวทป้องกันรอบห้องต่างหาก" เซวีน่ากระซิบตอบ เสียงของเธอนิ่งเรียบแต่แฝงด้วยความตึงเครียด "นายมั่นใจแค่ไหนว่าร่ายอาคมพรางตาเมื่อกี้จะตบตาอาจารย์เวรยามได้สนิท? ฉันเห็นรอยร้าวที่บาเรียชั้นนอกตอนที่เราก้าวเข้ามา"
อลิคยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่มักจะทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะอย่างน่าหงุดหงิด ชายหนุ่มโน้มตัวลงมาเล็กน้อยจนดวงตาสสีอำพันคู่นั้นอยู่ห่างจากใบหน้าของเธอเพียงคืบ กลิ่นอายจางๆ ของสนและฝนตกโชยปะทะนาสิก
"ความมั่นใจของฉันมีมากเท่ากับความอยากรู้อยากเห็นของคุณนั่นแหละค่ะ เซวีน่า..." อลิคจงใจเว้นจังหวะ ปล่อยให้สายตาคมกริบกวาดมองพาร์ชมิ้นต์บนโต๊ะไม้โอ๊กเก่าคร่ำคร่า "อีกอย่าง... ถ้าอาจารย์เวรยามจะมาจริงๆ พวกเขาคงต้องผ่านศิลาอาคมที่ฉันสลักไว้หน้าประตู ซึ่งตอนนี้มันคงกำลังต้อนรับพวกเขาด้วยฝันร้ายระดับสามอยู่พอดี"
เซวีน่าเม้มริมฝีปากแน่น เธอกลับมาให้ความสนใจกับบันทึกตรงหน้าต่อ สมุดเล่มนี้คือบันทึกการทดลองเวทมนตร์ต้องห้ามเมื่อร้อยปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ตระกูลของเธอถูกกล่าวหาว่าทรยศต่อสภาเวทมนตร์ ดวงตาที่มองเห็นพลังงานเวทมนตร์ผิดปกติของเธอเริ่มทำงาน เส้นใยแสงสีแดงฉานและสีดำสนิทนับพันเส้นพาดผ่านหน้ากระดาษ ร้อยเรียงเป็นเรื่องราวที่บิดเบี้ยว
"นี่มันไม่ใช่แค่บันทึกการทดลองธรรมดา..." เซวีน่าพึมพำ นิ้วเรียวยาวแตะลงบนรอยหมึกที่เริ่มเปล่งแสงสีเลือด "เวทมนตร์ที่ใช้สร้างหอสมุดแห่งนี้... มันถูกดึงมาจากพลังชีวิตของนักเรียนที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน ทุกๆ คนที่ถูกระบุว่า 'ลาออก' หรือ 'ย้ายสถานศึกษา' ในทะเบียนประวัติ..."
"...ความจริงแล้วไม่ได้ออกไปไหนเลยใช่ไหมคะ?" อลิคต่อประโยคให้ น้ำเสียงของเขาไร้ซึ่งความตกใจ มีเพียงความเย็นชาและคมคายที่สะท้อนว่าเขาคาดเดาเรื่องนี้ไว้อยู่แล้ว มือเรียวของชายหนุ่มเอื้อมมาทาบลงบนหลังมือของเธอที่กำลังสั่นเทา ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาถ่ายทอดผ่านผิวเนื้อเข้ามาอย่างประหลาด ช่วยดึงสติของเซวีน่าให้กลับมาจดจ่ออยู่กับปัจจุบัน
สัมผัสนั้นทำให้เซวีน่าชะงัก เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ท่ามกลางความเงียบงันของหอสมุดที่ไร้ซึ่งสรรพเสียงใดๆ มีเพียงเสียงหัวใจของตนเองที่เต้นระรัวราวกับกลองศึก ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับอลิคเป็นสิ่งที่หาคำจำกัดความไม่ได้ เขาเป็นทั้งสหายร่วมรบที่ไว้ใจได้ที่สุดในยามคับขัน และเป็นคนอันตรายที่เธอควรจะวิ่งหนีให้ไกลที่สุดตามสัญชาตญาณ
"ทำไมนายถึงรู้ว่าฉันกำลังหาเรื่องนี้?" เซวีน่าเอ่ยถามเสียงเบา ดวงตาสีเทาเข้มจ้องลึกลงไปในดวงตาสีอำพันคู่นั้น "นายไม่ได้เป็นแค่นักเรียนแลกเปลี่ยนธรรมดา... อลิค นายเป็นใครกันแน่ และทำไมเวทมนตร์ในตัวนายถึงตอบสนองกับผนึกของตระกูลฉันได้?"
อลิคชะงักไปชั่วขณะ รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่เลือนหายไปจากใบหน้าหล่อเหลา แทนที่ด้วยแววตาซับซ้อนที่อ่านไม่ออก บรรยากาศรอบตัวพวกเขาลดฮวบลงจนอุณหภูมิในห้องเย็นเฉียบราวกับอยู่ในห้องเก็บศพ
ก่อนที่ชายหนุ่มจะได้เอ่ยคำใดออกมา แสงไฟจากผลึกเวทมนตร์ทั่วทั้งหอสมุดก็พลันดับวูบลงพร้อมกัน!
ความมืดมิดเข้าปกคลุมทุกตารางนิ้วในเสี้ยววินาที ทว่าในความมืดนั้น กลับมีเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่กำลังก้าวเดินอยู่บนเพดานเหนือศีรษะ—ไม่ใช่เสียงของคนเดิน แต่เป็นเสียงของสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่เคลื่อนไหวด้วยขาจำนวนมาก และที่แย่ยิ่งกว่านั้นคือ อักขระป้องกันภัยรอบห้องที่อลิคสลักไว้เมื่อครู่ กำลังแตกสลายทีละนิดด้วยเสียงกรีดร้องแหลมสูงที่บาดแก้วหู
"ดูเหมือนว่าเราจะไม่ได้แขกรับเชิญแค่ระดับอาจารย์เวรยามเสียแล้วล่ะค่ะ..." อลิคดึงตัวเซวีน่าให้เข้ามาหลบอยู่ด้านหลังของเขาในพริบตา พร้อมกับที่ฝ่ามือข้างขวาปรากฏเปลวเพลิงสีครามลุกโชนขึ้นส่องสว่างความมืด "เตรียมตัวให้ดี เซวีน่า... เพราะสิ่งที่เรากำลังจะเจอต่อจากนี้ คือความลับที่สภาสูงพยายามฝังกลบมาตลอดสามสัปดาห์เต็ม"
ยังไม่ทันที่เซวีน่าจะได้ตั้งคำถาม ประตูเหล็กบานยักษ์ด้านหน้าหอสมุดก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับเงาร่างของสัตว์อสูรเงาที่มีดวงตาสีแดงฉานนับสิบคู่ก้าวเข้ามา พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่เอמהชื่อของเธอออกมาจากความมืดมิด—
"พบตัวแล้ว... ทายาทคนสุดท้ายแห่งตระกูลกบฏ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและไขปริศนากลลวงนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ! — แอสทริดธาตุมนต์
กลลวงเวทบทสุดท้ายกับสหายที่ไม่เคยรู้จัก•ตอนที่ 5
หอสมุดหลังเที่ยงคืน
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลลวงเวทบทสุดท้ายกับสหายที่ไม่เคยรู้จัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!