กลลวงเวทบทสุดท้ายกับสหายที่ไม่เคยรู้จัก•ตอนที่ 6

เสียงกระซิบที่คุ้นเคย

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
"เจ้าไม่ได้เป็นเพียงแค่เงาที่หลงเหลือจากซากปรักหักพัง... เซวีน่า ทายาทแห่งตระกูลที่ถูกลบเลือน" น้ำเสียงนั้นไม่ได้ดังมาจากลำโพงเวทมนตร์ หรือแม้แต่ก้องกังวานอยู่ในห้องเรียนพิเศษชั้นสี่ที่เงียบเชียบ หากแต่มันดังขึ้น... จาก *ข้างใน* โสตประสาท ความถี่ต่ำลึกที่สั่นสะเทือนเยื่อแก้วหูราวกับเสียงคำรามของสัตว์ดุร้ายใต้ทะเลลึก เซวีน่าสะดุ้งสุดตัว ปากกาขนนกในมือร่วงหล่นลงกระทบโต๊ะไม้สน บังเกิดเสียงแหบแห้งที่บาดลึกในความเงียบ เธอหอบหายใจถี่กระชั้น นัยน์ตาสสีเทาเข้มกวาดมองไปรอบห้องที่ว่างเปล่า มีเพียงกองตำราเวทมนตร์โบราณและแสงจันทร์สีนวลที่สาดส่องผ่านกระจกสีสไตล์โกธิก ไม่มีใครอื่น... นอกจากเงาของเธอเองที่ทอดยยาวบิดเบี้ยวไปตามเปลวเทียน "ตั้งสติไว้ เซวีน่า..." เธอพึมพำกับตัวเอง มือเรียวบางยกขึ้นนวดขมับที่ตุบสั่นด้วยความเหนื่อยล้า ช่วงนี้อาการประสาทหลอนเล่นงานเธอถี่ขึ้นทุกที ตั้งแต่เหตุการณ์ประกาศิตล่าตัว 'ทายาทคนสุดท้ายแห่งตระกูลกบฏ' บนบอร์ดประกาศส่วนกลางของสถาบันเวทมนตร์อาร์케เลียเมื่อวานซืน ตระกูลวาลคีเรียของเธอถูกประทับตราว่าเป็นกบฏมานานกว่าทศวรรษ เวทมนตร์ธาตุโลหะผสมจิตวิญญาณที่บรรพบุรุษเคยภาคภูมิใจ กลายเป็นสิ่งต้องห้ามที่สมาคมเวทมนตร์ประกาศกร้าวว่าจะกวาดล้างให้สิ้นซาก และเธอก็คือเศษซากชิ้นสุดท้ายที่หลบซ่อนอยู่ใต้เงาของสถาบันแห่งนี้ ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ไม่ดัง ไม่เบา แต่เด็ดเดี่ยวพอจะทำให้หัวใจของเซวีน่ากระตุกวูบ เธอไม่ได้เอ่ยอนุญาต ประตูไม้บานหนาก็ถูกผลักเปิดออกด้วยมือเรียวยาวของชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง อลิคก้าวเข้ามาในห้องโดยไร้ซึ่งเสียงฝีเท้า เส้นผมสีดำสนิทลู่ปรกดวงตาคมกริบที่มักจะซ่อนความหมายอันลึกซึ้งไว้เสมอ วันนี้เขาสวมเสื้อคลุมกันหนาวสีเทาเข้ม กลิ่นอายของละอองฝนและป่าสนด้านนอกติดตัวเขามาด้วย ชายหนุ่มกวาดสายตาปราดเดียวก็รู้ว่าเธอกำลังเผชิญกับอะไร "เธอหน้าซีดมาก เซวีน่า" อลิคเปิดบทสนทนาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ แต่แฝงความใส่ใจที่จงใจซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชา เขาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน วางขวดแก้วบรรจุของเหลวสีฟ้าเรืองแสงลงตรงหน้าเธอ "ดื่มซะ มันคือน้ำยาเสถียรจิตวิญญาณที่ฉันเพิ่งปรุงเสร็จจากห้องทดลองใต้ดิน" เซวีน่ามองขวดแก้วนั้นด้วยความระแวง เธอถอยหลังเล็กน้อยจนสะโพกชนกับขอบโต๊ะ "นายไปเอาสูตรนี้มาจากไหน... อลิค หอนอนปีสามไม่มีตำราปรุงยาขั้นสูงระดับนี้หรอกนะ" อลิคยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "มีความรู้อีกหลายอย่างที่เธอไม่รู้เกี่ยวกับตัวฉัน... และเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังตามล่าเธออยู่" เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเซวีน่าได้กลิ่นจางๆ ของคาถาป้องกันตัวที่ติดอยู่บนเสื้อผ้าของเขา "รวมถึงเสียงที่เธอกำลังได้ยินอยู่ตอนนี้ด้วยใช่ไหม?" ดวงตาของเซวีน่าเบิกกว้างขึ้นอย่างปิดไม่มิด ความลับที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดสามปีถูกมองทะลุปรุโปร่งอย่างง่ายดายภายในเวลาไม่ถึงนาที "นาย... หมายความว่ายังไง?" "รอยแยกมิติที่ขอบเขตชายป่าต้องห้ามกำลังขยายตัว" อลิคพูดเสียงต่ำ สายตาของเขาเบนออกไปนอกหน้าต่าง มองตรงไปยังทิวสนอันมืดมิดที่ไหวเอนตามสายลมราตรี "และพวกมัน... สิ่งที่ถูกผนึกไว้เมื่อร้อยปีก่อนกำลังใช้คลื่นความถี่เดียวกับสายเลือดตระกูลวาลคีเรียเพื่อเรียกหาประตูทางออก" ทันใดนั้นเอง ภายในหัวของเซวีน่าก็เกิดเสียงหวีดแหลมราวกับแก้วแตก เสียงกระซิบที่เคยเลือนรางกลับชัดเจนขึ้นจนน่ากลัว มันไม่ใช่เสียงพูด แต่เป็นชื่อ... ชื่อของเธอถูกเรียกซ้ำไปซ้ำมาด้วยภาษาโบราณที่สาบสูญ *<เซวีน่า... เปิดประตูให้ข้า...>* ความเจ็บแปล๊บแล่นริ้วขึ้นที่ขมับจนเธอต้องทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นหินเย็นเฉียบ มือทั้งสองข้างยกขึ้นกุมศีรษะแน่น อลิคพุ่งเข้ามาประคองร่างของเธอไว้อย่างรวดเร็ว ฝ่ามืออุ่นของเขาสัมผัสกับไหล่บาง พร้อมกับที่พลังเวทมนตร์สีครามบริสุทธิ์ถูกแผ่ขยายออกไปเพื่อสร้างอาณาเขตป้องกันทางจิต "ตั้งสติไว้ อย่าปล่อยให้มันดึงเธอลงไป!" อลิคตบหน้าผากเธอเบาๆ เพื่อเรียกสมาธิ "มองหน้าฉัน เซวีน่า! ฟังเสียงฉัน!" เซวีน่าหอบหายใจรุนแรง เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม เธอมองผ่านม่านน้ำตาไปยังดวงตาของอลิค ดวงตาคู่นั้นสะท้อนภาพของเธอเอง และในวินาทีที่สติของเธอกำลังจะหลุดลอยไป เสียงกระซิบจากมิติเบื้องลึกก็แปรเปลี่ยนเป็นเสียงหัวroลเยาะเย้ยที่ดังก้องกังวาน *กร็อบ... แกร็ก...* เสียงบางอย่างกำลังฉีกขาด อากาศรอบตัวของห้องเรียนพิเศษบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่นสีดำสนิท รอยแยกขนาดเท่าฝ่ามือปรากฏขึ้นกลางอากาศ ห่างจากหัวของทั้งคู่ไปเพียงไม่กี่คืบ และสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ... มีดวงตาสีแดงฉานนับร้อยดวงกำลังจ้องมองทะลุรอยแยกนั้นออกมาจากความมืดมิดอันเป็นอนันต์ อลิคดึงตัวเซวีน่าหลบไปด้านหลังโต๊ะไม้ พร้อมกับที่มืออีกข้างสะบัดออก วาดวงเวทสีเงินสว่างวาบเพื่อตรึงรอยแยกไม่ให้ขยายตัวใหญ่ขึ้น แต่พลังจากอีกฝั่งกลับรุนแรงเกินกว่าที่เวทมนตร์ระดับนักเรียนจะรับไหว แรงดันอากาศมหาศาลซัดสาดจนตำรากระจัดกระจาย "บ้าเอ๊ย..." อลิคสบถเบาๆ เป็นครั้งแรกที่เซวีน่าได้เห็นความตื่นตระหนกบนใบหน้าของชายหนุ่มผู้เยือกเย็นคนนี้ "พวกมันไม่ได้แค่ตามหาทายาทกบฏ... แต่พวกมันต้องการใช้ร่างของเธอเป็นสะพานเชื่อมมิติ" ก่อนที่เซวีน่าจะทันได้เอ่ยถามอะไร มือสีดำสนิทนับสิบข้างที่เต็มไปด้วยกรงเล็บแหลมคมก็พุ่งทะลทะลักออกมาจากรอยแยกมิติ พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่ดังขึ้นอย่างชัดเจนข้างใบหูของเธอ... *เจอตัวแล้ว... สหายรัก* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปพร้อมกับเซวีน่าและอลิคในบทนี้นะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลลวงเวทบทสุดท้ายกับสหายที่ไม่เคยรู้จัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%