กลลวงเวทบทสุดท้ายกับสหายที่ไม่เคยรู้จัก•ตอนที่ 4

พันธะชั่วคราว

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
"ถ้าเจ้ายังขยับตัวช้าอีกเพียงเสี้ยววินาที ข้าคงต้องใช้เจ้าเป็นโล่กันกระสุนแทนหนังสือพวกนั้นแล้วนะคะ เซวีน่า" เสียงกระซิบแหบพร่าแต่เจือแววเย้าแหย่ดังขึ้นชิดใบหู ในขณะที่ความมืดมิดสนิททั่วทั้งหอสมุดใต้ดินถูกฉีกกระชากด้วยแสงสีฟ้าครามวาบจากการร่ายเวทป้องกันอันรวดเร็ว อลิคดึงข้อมือของฉันให้หลบพ้นจากการพุ่งชนของเงาดำมหึมาที่กวาดกวาดก้อนหินและชั้นหนังสือจนพังทลายลงมาเป็นจุล แรงกระแทกส่งผลให้ฝุ่นผงคลุ้งกระจายไปทั่วทิศทาง กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณผสมผสานกับกลิ่นอายเวทมนตร์ดิบเถื่อนที่แผ่ออกมาจากผู้มาเยือนยามวิกาล พวกมันไม่ใช่สัตว์เวททั่วไป... ดวงตาที่เรืองแสงสีชาดในความมืดและไอพลังงานธาตุความมืดที่บิดเบี้ยวเป็นรูปทรงกรงเล็บ บ่งบอกชัดเจนว่าสิ่งเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นจาก "ศาสตร์ต้องห้าม" ระดับสูงที่ถูกลักลอบใช้งานภายในเขตพื้นที่ของสถาบัน เซวีน่านิ่งเงียบ ดวงตาคู่คมกวาดมองสายใยพลังงานเวทที่เชื่อมโยงเงาทั้งสามเข้ากับอักขระบนพื้นหินอย่างรวดเร็ว สมองอันปราดเปรื่องประมวลผลรูปแบบการไหลเวียนของมานาในเสี้ยววินาที มือเรียวบางหยิบแท่งช็อกเวทมนตร์ขึ้นมาขีดเขียนวงเวทตอบโต้อย่างคล่องแคล่วบนอากาศ ท่ามกลางความกดดันมหาศาลที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก "อย่าสั่งฉันค่ะ อลิค... และถ้าคุณยังไม่อยากให้แขนข้างนั้นใช้งานไม่ได้ไปตลอดกาล ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจของตัวกลางฝั่งซ้ายทีค่ะ มันกำลังดึงพลังงานจากแนวเขตอาคมชั้นที่สี่" น้ำเสียงของฉันราบเรียบแต่เฉียบขาด ขณะเดียวกันก็ร่ายคาถาบทที่สามสวนกลับไปทันที เส้นแสงสีเงินยวงพุ่งแหวกอากาศเข้าตรึงร่างเงาดำจนมันกรีดร้องโหยหวน อลิคหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาสีอำพันภายใต้เงาสลัวฉายประกายท้าทาย ชายหนุ่มไม่ได้แสดงความหวาดกลัวต่อสถานการณ์อันตรายตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย กลับกัน เขากลับเคลื่อนไหวร่างกายอย่างพลิ้วไหวราวกับนักล่าที่กำลังสนุกสนานกับการเล่นเกมไล่จับ "รับทราบค่ะ ท่านหัวหน้าห้องจำเป็น" สิ้นคำพูด ร่างสูงก็พุ่งทะยานออกไปพร้อมกับประกายไฟสีม่วงเข้มที่ลุกโชนขึ้นรอบฝ่ามือ การโจมตีของเขาไร้รูปแบบตายตัว ทว่าทรงพลังและแม่นยำจนน่าตกใจ มันคือเวทมนตร์สายต่อสู้ประชิดตัวที่ถูกผสานเข้ากับเวทควบคุมธาตุอย่างแนบเนียน—ทักษะที่พวกกบฏเวทมนตร์ระดับสูงเท่านั้นถึงจะฝึกฝนได้ แต่ทว่า เหตุการณ์ระทึกขวัญในค่ำคืนนี้กลับเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของบททดสอบอันโหดร้าย เช้าวันถัดมา บรรยากาศภายในห้องเรียนพิเศษชั้นสามของอาคารเวทโบราณกลับเย็นเยียบยิ่งกว่าปกติ เสียงฝีเท้าของศาสตราจารย์มาร์คัส อาจารย์ประจำวิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์และศาสตร์ต้องห้าม ดังสะท้อนก้องกังวานไปตามทางเดินหินอ่อน ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทหยุดยืนหน้ากระดานชนวนเวท ดวงตาสีเทาเข้มกวาดมองนักเรียนทุกคนในห้องด้วยสายตานิ่งเรียบราวกับจะแสกนทะลุจิตใจ "พวกเธอคงทราบดีว่าวิชานี้ไม่ใช่พื้นที่สำหรับการเล่นสนุก..." ศาสตราจารย์มาร์คัสเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจทำให้ห้องเรียนทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันทันที "และเนื่องจากเหตุการณ์ความวุ่นวายเมื่อคืนวาน... ทางสถาบันจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการประเมินผลกลางภาคใหม่ทั้งหมด" รายชื่อกลุ่มถูกสะท้อนขึ้นบนอากาศด้วยแสงสีทองจางๆ นักเรียนหลายคนเริ่มส่งเสียงฮือฮาเมื่อเห็นชื่อของตนเองถูกจับคู่กับเพื่อนร่วมชั้นที่แทบจะไม่เคยพูดด้วย ทว่า สำหรับฉันและอลิค รายชื่อที่ปรากฏขึ้นบนบรรทัดสุดท้ายกลับทำให้ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ *เซวีน่า วิคטורia & อลิค ฟอเรสเตอร์* *ภารกิจกลุ่ม: การตรวจสอบและชำระล้าง "ผนึกแห่งบาป" ณ สุสานใต้ดินชั้นเจ็ด (วิชาต้องห้ามระดับ S)* เสียงซุบซิบค่อยๆ ดังขึ้นรอบตัว สายตาทุกคู่หันมามองที่เราสองคนเป็นตาเดียว บางคนมองด้วยความเวทนา บางคนมองด้วยความอิจฉา และมีอีกหลายคนที่มองด้วยความหวาดระแวง เนื่องจากชื่อเสียงด้านลบของอลิคที่เพิ่งย้ายเข้ามายังคงเป็นที่กังขาในหมู่สภานักเรียน ส่วนตัวฉันเองก็มักถูกมองว่าเป็นพวกตัวประหลาดที่ชอบเก็บตัวเงียบเชียบ "ปฏิเสธไม่ได้นะคะ" ศาสตราจารย์มาร์คัสปรายตามองมาที่เราทั้งคู่ แววตาของเขาแฝงความหมายลึกซึ้งบางอย่างที่ยากจะคาดเดา "ทางสถาบันต้องการดูว่า... คนที่มีมุมมองต่อเวทมนตร์แตกต่างกันสุดขั้ว จะสามารถร่วมมือกันไขปริศนาที่ถูกฝังกลบมานานกว่าร้อยปีได้หรือไม่ เริ่มปฏิบัติภารกิจได้ทันทีหลังเลิกเรียน" เมื่อสิ้นเสียงประกาศ ศาสตราจารย์ก็หมุนตัวเดินออกจากห้องไปทันที ทิ้งไว้เพียงความตึงเครียดที่ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ฉันถอนหายใจเบาๆ เก็บสมุดบันทึกเวทมนตร์ใส่กระเป๋าหนังอย่างใจAเยือกเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ อลิคกำลังยิ้มมุมปาก ชemวตาคู่นั้นพราวระยับด้วยความสนุกสนาน ราวกับว่าภารกิจอันตรายระดับ S ที่อาจทำให้พวกเราเอาชีวิตไม่รอด เป็นเพียงแค่การไปเดินเล่นในสวนดอกไม้ "ดูเหมือนเราจะกลายเป็นคู่หูอย่างเป็นทางการแล้วสินะคะ เซวีน่า" อลิคเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเจือความขี้เล่นเช่นเคย แต่แววตากลับจริงจังขึ้นเล็กน้อยเมื่อโน้มตัวเข้ามาใกล้ "หวังว่าคุณจะไม่เป็นภาระให้ฉันต้องคอยปกป้องจนหมดแรงเสียก่อนล่ะ" "กังวลเรื่องตัวเองให้ดีก่อนเถอะค่ะ อลิค" ฉันตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย พลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สายตาจ้องมองตรงไปยังประตูทางลงสู่สุสานใต้ดินชั้นเจ็ดที่อยู่เบื้องล่าง "เพราะถ้าคุณมีความลับอะไรปิดบังอยู่... ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนกระชากมันออกมาเอง" พวกเราก้าวเดินเคียงข้างกันออกจากห้องเรียน มุ่งหน้าสู่ความมืดมิดเบื้องล่างที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายปริศนาและอันตรายที่คาดเดาไม่ได้ โดยไม่มีใครรู้เลยว่า... ก้าวแรกที่เหยียบลงไปในสุสานชั้นเจ็ดครั้งนี้ จะไม่ได้เปลี่ยนแค่ผลการเรียนของพวกเขา แต่กำลังจะสั่นคลอนรากฐานทั้งหมดของอาณาจักรเวทมนตร์ไปตลอดกาล ทว่า ในจังหวะที่ปลายรองเท้าแตะสัมผัสกับขั้นบันไดศิลาขั้นแรกของชั้นเจ็ด เสียงระฆังเตือนภัยระดับฉุกเฉินก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งสถาบัน พร้อมกับข้อความสีเลือดที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้าพวกเขาทั้งสอง... *[ระบบตรวจพบการปลุก "ผู้เฝ้าประตูโบราณ" — ภารกิจถูกยกระดับเป็นระดับ SSS ทันที และไม่อนุญาตให้ถอนตัว]* แล้วเงาสูงตระหง่านร่างหนึ่งก็ก้าวออกมาจากความมืดมิดเบื้องหน้า พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ทำให้โลหิตในกายแข็งค้าง... ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในห้วงเวทมนตร์นี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ — แอสทริดธาตุมนต์
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลลวงเวทบทสุดท้ายกับสหายที่ไม่เคยรู้จัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%