กลิ่นอายของกระดาษโบราณและหมึกเวทมนตร์คละคลุ้งไปทั่วหอสมุดใต้ดินของสถาบันอคาเดมี่ แสงสีครามจางๆ จากตะเกียงมานาขับเน้นให้เงาของชั้นหนังสือสูงตระหง่านดูราวกับซากกรงขังโบราณ เซวีน่ากวาดสายตาผ่านตัวอักษรโบราณบนม้วนคัมภีร์ด้วยความเงียบเชียบ ดวงตาสีเทาดั่งควันไฟของเธอสะท้อนประกายแสงระยิบระยับของเส้น6สายมานาที่หลงเหลือจากเหตุการณ์เมื่อคืน—ร่องรอยการใช้เวทมนตร์ต้องห้ามที่สถาบันพยายามปกปิดมาตลอด
"เธอใช้เวลาอยู่กับเศษซากพวกนั้นนานเกินไปแล้วนะ เซวีน่า"
เสียงทุ้มต่ำกระซิบขึ้นข้างใบหู พร้อมกับลมหายใจอุ่นที่ปัดผ่านเส้นผมสีรัตติกาลของเธอโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง เซวีน่าไม่สะดุ้งโหยก เธอคุ้นชินกับการปรากฏตัวอย่างไร้ร่องรอยของอลิคเสียแล้ว ชายหนุ่มทิ้งน้ำหนักพิงกับชั้นหนังสือไม้โอ๊กเก่าคร่ำครึ แววตาคมกริบภายใต้เรือนผมสีเงินยวดยวงคู่นั้นกวาดมองไปรอบห้องด้วยความระแวดระวัง ผิดกับรอยยิ้มมุมปากที่มักประดับอยู่เสมอ
"ถ้าฉันไม่อ่าน แล้วใครจะถอดรหัสรอยร้าวของพลังงานที่กัดกินเขตอาคมชั้นในล่ะ อลิค" เซวีน่าย้อนเสียงเรียบ ปิดม้วนคัมภีร์ในมือลงอย่างเบามือ "นายก็รู้ว่ากรรมการคุมกฎกำลังปิดหูตาเรื่องนี้ หรือนายคิดว่าการแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น จะช่วยให้พวกเราปลอดภัยจากเงาที่กำลังคืบคลานเข้ามาในโรงเรียนนี้จริงๆ"
อลิคหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่ยากจะหยั่งถึง เขาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเขากับเฃวีน่าลดลงเหลือเพียงคืบ กลิ่นอายจางๆ ของสนป่าและดินหลังฝนลอยแตะจมูก—เอกลักษณ์เฉพาะตัวของเวทมนตร์ไร้รูปแบบที่เขาซ่อนไว้ภายใต้กฎระเบียบอันเข้มงวดของสถาบัน
"ความปลอดภัยเหรอ? คำนั้นไม่มีอยู่จริงตั้งแต่เธอเริ่มขุดคุ้ยคดีของเด็กปีสองคนที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อเดือนก่อนแล้วล่ะ" อลิคหรี่ตาลง มองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "และบางที... คนที่ไม่อยากให้เธอรู้ความจริง อาจจะไม่ได้อยู่แค่ในเงาของสถาบัน แต่อาจจะกำลังยืนมองพวกเราจากมุมมืดที่ใกล้ตัวกว่าที่เธอคิด"
บรรยากาศในหอสมุดใต้ดินพลันเย็นเยียบลงอย่างไร้สาเหตุ เปลวไฟในตะเกียงมานาหรี่วูบลงจนเกือบดับสนิท ราวกับมีบางสิ่งกำลังสูบกลืนออกซิเจนและพลังงานรอบตัวไปจนหมดสิ้น เซวีน่าสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของสนามพลังเวท—มันไม่ใช่ความผันผวนตามธรรมชาติ แต่เป็นการบิดเบือนตั้งใจเพื่อส่งสัญญาณเตือนบางอย่าง
ฉับพลัน ความมืดมิดบริเวณมุมอับของชั้นหนังสือแถวที่สี่ก็เริ่มบิดเบี้ยว ราวกับหยดหมึกสีดำที่ถูกหยดลงในน้ำใส เงาสีดำทึบก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างของมนุษย์ไร้ใบหน้า ดวงตาสีแดงฉานคู่หนึ่งคู่ปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืดมิด จ้องมองตรงมาที่เซวีน่าด้วยจิตสังหารอันเข้มข้นที่บีบรัดลำคอจนเธอแทบหายใจไม่ออก
*พรึบ!*
อลิคเคลื่อนไหวเร็วกว่าความคิด ปลายนิ้วเรียวยาวสะบัดออกเบาๆ เกิดประกายไฟสีเงินสพลั่งพุ่งแหวกอากาศเข้าปะทะกับเงามืดนั้นทันที แรงระเบิดจากการปะทะของเวทมนตร์ส่งผลให้ชั้นหนังสือสั่นสะเทือน ฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ แต่ทว่า เงามืดนั้นไม่ได้ถูกทำลาย มันกลับสลายตัวกลายเป็นกลุ่มควันสีดำที่ระเหยหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงรอยไหม้สีดำสนิทบนพื้นหิน และข้อความสั้นๆ ที่ถูกเขียนขึ้นด้วยรอยแผลความร้อนบนโต๊ะไม้
*[ถอยไป... ก่อนที่เธอจะไม่ได้แม้แต่จะหายใจ]*
เซวีน่าก้มลงมองรอยสลักนั้น แววตาของเธอไหววูบเพียงเสี้ยววินาที—ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นความโกรธระคนสงสัยที่ลุกโชนขึ้นในอก การข่มขู่ระดับนี้หมายความว่าสิ่งที่เธอกำลังสืบอยู่นั้นใกล้เคียงกับความจริงอันดำมืดที่ใครบางคนต้องการปกปิดยิ่งกว่าสิ่งใด
"ดูเหมือนว่า... มีคนต้อนรับการสืบสวนของเราอย่างเป็นทางการแล้วสินะ" อลิคเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงประกายความท้าทายที่วาวโรจน์ขึ้นในดวงตาคู่นั้น เขาเอื้อมมือมาแตะที่ไหล่ของเซวีน่าเบาๆ เป็นเชิงปลอบประโยค แต่สายตายังคงจับจ้องไปยังความมืดมืดเบื้องหน้าไม่วางตา "เธอจะถอยตอนนี้ไหมล่ะ คุณนักสืบตัวน้อย"
เซวีน่าปัดมือของเขาออกเบาๆ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอยืดตัวตรงอย่างมั่นคง ดวงตาสีเทาดั่งควันไฟฉายแววเด็ดเดี่ยวเกินกว่าที่เด็กสาววัยเดียวกันพึงจะมี
"ถอยงั้นเหรอ? คนที่ส่งคำเตือนนี้มาต่างหากที่กำลังกลัว..." เซวีน่ากล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทแต่ทรงพลัง "และฉันไม่เคยมีนิสัยชอบปล่อยให้แขกผู้ไม่ได้รับเชิญกลับไปโดยไม่ได้รับคำตอบกลับเลยสักครั้ง"
เธอยื่นมือออกไปสัมผัสรอยไหม้บนโต๊ะไม้ มานาสีครามในตัวถูกกระตุ้นให้ไหลเวียนผ่านปลายนิ้ว เพื่อแกะรอยคลื่นพลังงานที่หลงเหลือของเจ้าของเงาสีดำเมื่อครู่ ทว่า ทันทีที่ปลายนิ้วของเธอแตะลงบนรอยแผลนั้น ระบบการแจ้งเตือนภายในจิตสำนึกของเธอก็สั่นสะท้านขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังกระหน่ำก้องอยู่ในโสตประสาท
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบร่องรอยพลังเวทต้องห้ามระดับสูง — ภัยคุกคามระดับ SSS กำลังเชื่อมต่อเข้าสู่พื้นที่เขตหวงห้าม]
[คำเตือน: เป้าหมายไม่ทราบฝ่ายจำนวน 3 ราย กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่หอสมุดใต้ดินจากทุกทิศทางด้วยความเร็วสูง]
[สถานะพิเศษ: เส้นทางหนีถูกตัดขาด ระบบป้องกันอัตโนมัติของสถาบันถูกควบคุมโดยบุคคลภายนอก]
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก้าวเริ่มดังสะท้อนก้องมาจากบันไดหินวนเบื้องบน พร้อมกับเสียงหัวเราะเย็นเยียบที่ดังประสานกันราวกับเสียงสะท้อนจากขุมนรก... และก่อนที่เซวีน่าจะได้ทันขยับตัว แสงไฟทั้งหมดในหอสมุดก็ดับวูบลงพร้อมกัน เหลือไว้เพียงความมืดมิดอันไร้ทางออกที่โอบล้อมรอบตัวพวกเขาทั้งสองไว้ในกำมือ
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับตัวอักษรของแอสทริดนะคะ
กลลวงเวทบทสุดท้ายกับสหายที่ไม่เคยรู้จัก•ตอนที่ 3
คำเตือนจากเงามืด
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลลวงเวทบทสุดท้ายกับสหายที่ไม่เคยรู้จัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!