เศษเสี้ยวละอองสีนิลยังคงลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศราวกับเข็มพิษขนาดจิ๋ว ทุกอณูของหอคอยกลางสถาบันเวทมนตร์อาร์คานาถูกอาบไล้ด้วยแสงสีแดงฉานจากระบบเตือนภัยฉุกเฉินระดับ SSS เสียงไซเรนเวทมนตร์โหยหวนบาดแก้วหูจนเซวีน่าต้องยกมือขึ้นกดขมับเพื่อขับไล่คลื่นความถี่ที่สร้างความปั่นป่วนให้แก่ประสาทสัมผัส
รอบตัวเธอนั้นเต็มไปด้วยความโกลาหล นึกไม่ถึงเลยนะคะว่ารอยแยกแห่งความมืดใต้หอคอยจะถูกเปิดออกรวดเร็วขนาดนี้ แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านทะลุกระเบื้องหินอ่อนขึ้นมาจนฝุ่นผงสั่นสะเทือน นักเรียนปีหนึ่งและปีสองต่างวิ่งหนีตายกันอลหม่าน เสียงกรีดร้องและเสียงร่ายคาถาป้องกันตัวดังประสานกันระงม ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายนี้เอง... มีร่างหนึ่งก้าวสวนกระแสฝูงชนเข้ามาอย่างไม่รีเวลาร้อนรน
ร่างสูงโปรดปรานภายใต้เสื้อคลุมกันหนาวสีเทาเข้ม ชายผ้าพลิ้วไหวตามแรงลมเวทมนตร์ที่ปั่นป่วน ใบหน้าคมคายนั้นนิ่งสงบราวกับทิวทัศน์อันว่างเปล่า ดวงตาสีไพลินเข้มกวาดมองความโกลาหลรอบตัวด้วยความรู้สึกเฉยเมยราวกับกำลังชมภาพยนตร์เงียบเรื่องหนึ่ง มากไปกว่านั้น สิ่งที่ทำให้เซวีน่าต้องหรี่ตามองไม่ใช่ใบหน้านั้น หากแต่เป็น "กลุ่มก้อนพลังงาน" ที่ห้อมล้อมรอบตัวเขาต่างหาก
มันไม่ใช่เวทมนตร์ธาตุทั่วไป... ไม่ใช่ไฟ น้ำ หรือลมที่สถาบันแห่งนี้สอนสั่ง
พลังงานรอบตัวชายคนนั้นไหลเวียนผิดเพี้ยน บิดเบี้ยว และกลืนกินแสงสว่างรอบข้างราวกับหลุมดำขนาดย่อม ดวงตาที่มองเห็นพลังงานเวทของเซวีน่าถึงกับปวดแปลบขึ้นมาทันทีเมื่อพยายามเพ่งมองโครงสร้างเวทของเขา มันซับซ้อนเกินกว่าจะประเมินด้วยตำราเล่มไหนบนโลกใบนี้
"ระวัง!" เซวีน่าส่งเสียงเตือนพร้อมกับสะบัดปลายนิ้ววาดวงเวทสีครามออกไปอย่างรวดเร็วเพื่อสร้างม่านบาเรียรับแรงกระแทกจากเศษซากเพดานที่ร่วงหล่นลงมาตรงหน้าของคนแปลกหน้าผู้นั้น
เศษหินนับสิบตันกระแทกเข้ากับบาเรียจนเกิดประกายไฟสว่างวาบ แรงปะทะทำให้เซวีน่าต้องก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อตั้งหลัก ทว่าชายคนนั้นกลับยืนนิ่งอยู่ที่เดิมโดยไม่แม้แต่จะกะพริบตา เขามองม่านบาเรียสีครามที่สั่นระริกด้วยความสนใจ ก่อนจะปรายตามองเจ้าของเวทมนตร์
"เก่งนี่..." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก "สะเก็ดเวทระดับนี้ ถ้าโดนเข้าไปคงได้นอนโรงพยาบาลสักสัปดาห์... ขอบคุณสำหรับความหวังดีนะคะ... เอ้ย... สำหรับความช่วยเหลือ"
เซวีน่าชะงักไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะคำพูดติดตลกหน้าตายนั้น แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างเธอกับเขาที่ร่นเข้ามาใกล้ในชั่วพริบตาเดียวโดยไร้ซึ่งร่องรอยการเคลื่อนย้าย รวดเร็วจนสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของเธอส่งเสียงกรีดร้องเตือนภัย
"เธอเป็นใคร?" เซวีน่าถามเสียงเย็นชา มือข้างขวากำก้านไม้กายสิทธิ์ซ่อนไว้ใต้แขนเสื้ออย่างระแวดระวัง "นักเรียนใหม่ไม่มีทางเดินเข้ามาทางเขตหอคอยกลางในยามที่ระบบ SSS ทำงานหรอกนะ"
"ผมชื่ออลิค..." ชายหนุ่มระบายยิ้มบางเบาที่มุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่คมนั้นเลย "และบังเอิญ... ผมเป็นนักเรียนใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามาในวันที่มีแขกไม่ได้รับเชิญมาเคาะประตูพอดี"
ตูม!
แรงระเบิดครั้งใหญ่จากใต้พื้นดินสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งอาคาร รอยแยกแห่งความมืดขยายวงกว้างขึ้นจนเกิดเป็นรอยร้าวสีม่วงเข้มทะลักขึ้นมากลางโถงทางเดิน กลิ่นอายของปีศาจโบราณแผ่พุ่งเข้าใส่พวกเขาทั้งสองคนอย่างดุร้าย ฝูงเงาสัตว์ประหลาดนับร้อยพุ่งทะยานขึ้นมาจากความมืดมิด กางกรงเล็บแหลมคมมุ่งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่
เซวีน่าเตรียมร่ายคาถาบทใหญ่เพื่อกวาดล้าง ทว่าอลิคกลับเร็วกว่า
เขาเพียงแค่ยกมือขึ้นข้างหนึ่ง ปลายนิ้วเรียวยาวดีดอากาศเบาๆ ครั้งหนึ่ง...
เปรี้ยง!
คลื่นพลังสีนิลบริสุทธิ์ระเบิดออกรอบตัวเขาราวกับคลื่นกระแทกสุริยะ ไม่มีคาถาบทสวด ไม่มีวงเวทอักขระใดๆ ปรากฏขึ้นทั้งสิ้น มีเพียงพลังงานดิบเถื่อนที่ทรงอานุภาพจนกวาดฝูงเงาสัตว์ประหลาดสลายหายไปในพริบตาเดียว ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่บริเวณนั้นทันที เหลือไว้เพียงเศษฝุ่นที่ค่อยๆ โปรยปรายลงมา
เซวีน่าเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อสายตา เวทมนตร์ไร้รูปแบบ... นี่มันคือวิชาต้องห้ามของกลุ่มกบฏที่สภาเวทมนตร์ตามล่าตัวมาตลอดสามปีไม่ใช่หรือ?
อลิคหันกลับมามองเธอ ดวงตาสีไพลินคู่นั้นสะท้อนภาพใบหน้าตื่นตะลึงของเซวโน่ชัดเจน เขาก้มตัวลงกระซิบเบาๆ ข้างหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาความหนาวยะเยือกแล่นริ้วไปตามกระดูกสันหลัง
"อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้นเลยครับ... เอ้ย... แบบนั้นสิครับ... อ้อ ขอโทษที ผมติดสำนวนพูดเล่นน่ะ" อลิคหัวเราะในลำคอเบาๆ "ความลับของเราสองคนเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเองนะ... เซวีน่า"
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากระบบสถาบันดังแทรกขึ้นมาในโสตประสาทของเซวีน่าอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันไม่ได้มาจากหอคอยกลาง แต่มันดังมาจาก "รอยสักเวท" ที่ข้อมือของอลิคเอง ซึ่งกำลังเปล่งแสงสีแดงฉานตอบรับกับรอยแยกแห่งความมืดตรงหน้าอย่างน่าประหลาด
**[ตรวจสอบพบเป้าหมาย: บุคคลต้องสงสัยรหัส S-01 เชื่อมต่อกับรอยแยกแห่งความมืด]**
**[ระบบยืนยันตัวตน: สหายร่วมชะตากรรม หรือ ภัยพิบัติที่จะทำลายล้างสถาบัน?]**
**[คำเตือนจากระบบ: โปรดถอยห่างจากอลิคทันที... ก่อนที่ผนึกสุดท้ายจะถูกทำลาย]**
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในโลกเวทมนตร์นี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
— แอสทริดธาตุมนต์
กลลวงเวทบทสุดท้ายกับสหายที่ไม่เคยรู้จัก•ตอนที่ 2
นักเรียนใหม่ในสายหมอก
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลลวงเวทบทสุดท้ายกับสหายที่ไม่เคยรู้จัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!